เที่ยวงาน “หนาวนี้…กระซิบรักที่น่าน” 19– 21 มกราคม 2561 ณ ข่วงกระซิบรัก (ข่วงน้อย) อ.เมืองน่าน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (ดูแลพื้นที่แพร่-น่าน)

ขอเชิญชวนคู่รัก คู่สามีภรรยา คู่พ่อลูก คู่แม่ลูก คู่เพื่อนซี้ หรือคู่ไหนๆ และนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปมาเที่ยวเมืองน่านและทำบุญร่วมกันในกิจกรรม “หนาวนี้กระซิบรักที่น่าน” ประจำปี  2561  ในระหว่างวันที่ 19-21 มกราคม 2561 ณ ข่วงกระซิบรัก (ข่วงน้อย) เมืองน่าน อ.เมืองน่าน จ.น่าน

พิเศษสุดๆ สำหรับนักท่องเที่ยว (ผู้ที่ไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.น่าน)

และมาร่วมงาน “หนาวนี้…กระซิบรักที่น่าน” ประจำปี 2561 ในวันที่ 20 มกราคม รับฟรี! บัตรชุดน้ำชาจำนวน 100 ใบ

หมายเหตุเงื่อนไข: การรับบัตรชุดน้ำชา (1 ท่าน : 1 ใบ) สามารถติดต่อรับได้ที่จุดลงทะเบียน ณ ข่วงกระซิบรัก (ข่วงน้อย) ในวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2561 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ***ขอสงวนสิทธิ์สำหรับนักท่องเที่ยว 100 ท่านเรก เท่านั้น

สอบถามข้อมูลได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ 0 5452 1127

—————————

สำหรับกำหนดการกิจกรรมโครงการ “หนาวนี้…กระซิบรักที่น่าน” ประจำปี  2561   ในระหว่างวันที่ 19-21 มกราคม มีดังต่อไปนี้ 

วันศุกร์ ที่ 19 มกราคม 2561 ( กิจกรรม “ ข้าวใหม่ ปลามัน” )

เวลา 08.00 น.– ๑๒.๐๐ น. เครือข่ายชาวนาน่าน และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ลงทะเบียน

เวลา 09.00 น. นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน และลั่นฆ้องชัย เปิดโครงการฯ

เวลา 10.00 น.  พิธีสู่ขวัญข้าวใหม่

เวลา 13.00 น. – 17.00 น. การประกวดพันธุ์ข้าว การจำหน่ายสินค้าผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของชาวนาและเครือข่าย

เวลา 18.00 น. – 22 น. การจำหน่ายสินค้าถนนคนเดิน “กาดข่วงเมืองน่าน” การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม

—————————

วันเสาร์ ที่ 20 มกราคม 2561 ( กิจกรรมโครงการ “ หนาวนี้…กระซิบรักที่น่าน”)

เวลา 06.30 น.– 12.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร ณ ข่วงเมืองน่าน ผู้ร่วมงานสามารถซื้อข้าวใหม่สำหรับตักบาตรได้ภายในงาน / กิจกรรมลอดซุ้มพญานาคคู่ขวัญ ณ วัดภูมินทร์ / พิธีสืบชะตา ณ วัดช้างค้ำวรวิหาร

เวลา 09.00 น. พิธีบายศรีสู่ขวัญ ณ ข่วงกระซิบรัก (ข่วงน้อย) / พิธีบูชาเทียนเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต / กิจกรรมผูกรักมัดใจ(ข่วงน้อย) /กิจกรรมนั่งรถรางชมเมืองเก่าน่าน

เวลา 10.00 น.– 22.00 น         การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน / การจำหน่ายสินค้าผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของชาวนาและเครือข่าย / การจำหน่ายสินค้าถนนคนเดิน “กาดข่วงเมืองน่าน”

เวลา 18.00 น.– 22.00 น. การแสดงศิลปวัฒนธรรม (ชุดที่ 1) การแสดงแบบเครื่องเงินและผ้าทอน่าน / การแสดงศิลปวัฒนธรรม (ชุดที่ 2) การแสดงแบบคู่รักชาวนา / การแสดงศิลปวัฒนธรรม (ชุดที่ 3)

—————————

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม 2561 (กิจกรรมปั่นจักรยาน “แวะวัด แวดเวียง”)

เวลา 06.00 น.   ลงทะเบียน

เวลา 07.00 น.   ปล่อยตัวนักปั่น

เวลา 10.00 น.– 22.00 น. การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน / การจำหน่ายสินค้าผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของชาวนาและเครือข่าย /การจำหน่ายสินค้าถนนคนเดิน “กาดข่วงเมืองน่าน”

เวลา 18.00 น.– 22.00 น.การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม

—————————

เมือง“น่าน” เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ ตอนบนที่ยังคงมีกลิ่นไอของว ัฒนธรรมท้องถิ่น และความมีไมตรีจิตต้อนรับผู้มาเยือน

อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานที่ทรงคุณค่า และมีความงดงามงามโดดเด่นทางด้านศิลปกรรมทุกแขนงทั้งทางด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ของวัดภูมินทร์ที่แสดงถึงเรื่องราวในอดีต วัฒนธรรมวิถีชีวิตของชาวน่านที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องชาดก และพุทธประวัติตามพงศาวดารเมืองน่าน

ภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน” เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังภายใน วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน อันเป็นผลงานของ “หนานบัวผัน” จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น ผลงานที่ประณีตและเป็นภาพที่โดดเด่นประจำวัดภูมินทร์ โดยเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบสนทนา จนถูกขนานนามว่าเป็นภาพ “กระซิบรักบันลือโลก”

นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งด้านองค์ประกอบและอารมณ์ รังสรรค์และกลายเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองน่านที่ไปป รากฏอยู่ในสินค้าจำนวนมาก อาทิ เสื้อยืด, โปสการ์ด หรือแม้แต่ข้าวของตกแต่งบ้าน

นักท่องเที่ยวมาเที่ยวงาน “หนาวนี้กระซิบรักที่น่าน” ประจำปี 2561 นอกจากไม่ควรพลาดชมภาพจิตกรรมปู่ม่าน ย่าม่าน “กระซิบรัก” ภายในวัดภูมินทร์แล้ว ในเเมืิองน่านยังมีที่เที่ยวสวยๆ ให้เพื่อนๆ ตามไปเช็คอิน ถ่ายรูป และชมความสวยงามอีกหลายแห่ง เช่น

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง เจ้าผู้ครองนครน่าน เจ้าภูเข็ง เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1949 พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ สร้างตามสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ

ภายในกว้างขวาง มีเสาปูนกลม จำหลักลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เป็นกนกระย้าย้อย เหมือนลวดลายที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์ โดดเด่นที่สุดคือ เจดีย์ช้างล้อม ศิลปะสุโขทัย ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปูนครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ

นอกจากนี้ภายในหอพระไตรปิฎกใหญ่ที่สุดในประเทศ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี สร้างโดยเจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เมื่อ พ.ศ. 1969

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมเป็นที่ประทับของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 ครั้นเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย (64) ถึงพิราลัย เจ้านายบุตรหลานจึงมอบหอคำหลังนี้พร้อมที่ดินให้แก่รัฐบาล เพื่อใช้เป็นอาคารศาลากลางจังหวัดน่าน

ต่อมาเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ขึ้น กรมศิลปากรจึงขอรับมอบอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขึ้นในปี พ.ศ. 2517

ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุคู่เมืองน่านที่สำคัญหลายชิ้น เช่น งาช้างดำ ซึ่งเป็นวัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่านและถือเป็นวัตถุโบราณที่หายากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีหีบพระธรรมไม้แกะสลัก ฝีมือช่างสกุลน่าน สมุดข่อยอาณาจักรหลักคำกฎหมายเมืองน่าน ครุฑยุคนาค ฝีมือช่างล้านนา ศิลาจารึกหลักที่ 64 อักษรสุโขทัย กล่าวถึงการกระทำสัตย์สาบานช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อเกิดศึกสงครามระหว่างเจ้าพระยาผากอง เจ้าผู้ครองนครน่าน และพระมหาธรรมราชาที่ 2 กษัตริย์แห่งสุโขทัย เป็นต้น

ไฮไลท์อีกอย่างของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน นั่นคืออุโมงค์ต้นลีลาวดีด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ และวัดน้อย วัดที่ได้ชื่อว่าเล็กที่สุดในประเทศไทย ซึ่งอยู่บริเวณต้นโพธิ์ใหญ่ ด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านนั่นเอง

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งศาลหลักเมืองน่าน “เสามิ่งเมือง”  ซึ่งเป็นท่อนซุงใหญ่ขนาดสองคนโอบที่พบในซากวิหารของวัดร้าง ต่อมา พ.ศ. 2527 พระอุโบสถหลังเก่าถูกรื้อถอนและสร้างพระอุโบสถหลังใหม่เป็นศิลปะล้านนาร่วมสมัยขึ้นมาแทน

สิ่งที่โดดเด่นคือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถมีความสวยงามวิจิตรบรรจง จากฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน ส่วนเสาหลักเมืองปัจจุบัน สูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาประดิษฐานอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ

วัดพระธาตุแช่แห้งวรมหาวิหาร

องค์พระธาตุแช่แห้งโดดเด่นและสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เนื่องจากประดิษฐานอยู่บนเนินเขา องค์ของพระธาตุมีรูปแบบศิลปะล้านนา ฐานเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกันขึ้นไปจนสูง ใช้แผ่นทองเหลืองบุรอบฐาน แล้วลงรักปิดทอง จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครปัวได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง

ขณะที่อีกตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย

และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง

วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดนี้สร้างในสมัยเจ้าภูเข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 โดยตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย มีองค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ ศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จนมาในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 องค์พระธาตุจึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยช่างชาวพม่า พร้อมกับการสร้างพระวิหาร จากบนจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน งดงามทั้งในเวลาเช้าและเย็น

นอกจากนั้นยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน พระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ซึ่งกลายมาเป็นแลนมาร์คของจังหวัดน่าน ที่ใครต่างก็มาถ่ายภาพที่ระลึกที่นี่

วัดสวนตาล

วัดนี้สร้างขึ้น เมื่อราว พ.ศ.1955 โดยพระนางปทุมมาวดีชายาของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองน่านด้านทิศเหนือ ในบริเวณที่เป็นสวนตาลหลวง จึงเป็นที่มาของชื่อวัด ตัวเจดีย์หลังวิหารนั้น เดิมเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย ต่อมาพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ผู้ครองนครน่านโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้แก้ไขรูปทรงเป็นเจดีย์ยอดปรางค์ดังปัจจุบัน

ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทรงทิพย์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง 10 ฟุต สูง 14 ฟุต 4 นิ้ว ซึ่งพระเจ้าติโลกราช แห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1993 เพื่อแสดงถึงชัยชนะที่พระองค์สามารถยึดเมืองน่านไว้ในพระราชอำนาจ ปัจจุบันชาวน่านเคารพนับถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง โดยช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ชาวน่านจะจัดงานนมัสการและสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์เป็นประจำทุกปี

วัดศรีพันต้น

สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่านระหว่าง พ.ศ. 1960-1969 ) ชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น บางสมัยเรียกว่า วัดสลีพันต้น (คำว่า สลี หมายถึง ต้นโพธิ์) ในอดีตมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของวัด

ปัจจุบันโดดเด่นที่พระวิหารสีทองอร่ามสวยงาม โดยเฉพาะรูปปั้นปูนพญานาคเจ็ดเศียรขนาดใหญ่ เฝ้าบันไดหน้าวิหารวัด ปั้นโดย นายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ “สล่ารง” ช่างชาวน่าน และภายในวิหารยังมีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติการกำเนิดเมืองน่าน โดยช่างชาวน่านเช่นกัน

โฮงเจ้าฟองคำ

เรือนเก่าแก่หลังนี้เป็นบ้านของเจ้าศรีตุมมา หลานของเจ้ามหาวงศ์ ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 12

และได้กลายเป็นมรดกตกทอดไปยังลูกหลานเชื้อสายเจ้าผู้ครองนครน่านคือ เจ้าฟองคำ โฮงเจ้าฟองคำเป็นเรือนไม้ทั้งหลัง สร้างด้วยวิธีแบบโบราณ ใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้โดยใช้สลักไม้ ไม่ใช้ตะปู มีลักษณะแบบบ้านล้านนา ตัวเรือนประกอบด้วยส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ครัว ยุ้งข้าว บ่อน้ำ และครกตำข้าว ห้องต่างๆ

ภายในโฮงเจ้าฟองคำ ถูกเก็บไว้อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และยังมีห้องจัดแสดงของเก่าเมืองน่านอีกมากมาย โดยของทั้งหมดเป็นของเก่าที่ใช้ในบ้าน และเป็นเครื่องเงินต่างชาติที่เจ้าของบ้านสะสมเอาไว้ โฮงเจ้าฟองคำยังเปิดโฮงสำหรับเรียนรู้เรื่องการทอผ้าพื้นเมืองอีกด้วย โดยจะมีการสอนการทอผ้าฝ้ายด้วยวิธีพื้นบ้านให้กับผู้ที่สนใจ

อาคารรังษีเกษม

หรือหอประวัติศาสตร์ ภายในโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เป็นอาคารศิลปะสถาปัตยกรรมโคโลเนียล หรือตึกฝรั่ง สร้างโดยกลุ่มมิชชันนารีน่านที่เดินทางเข้ามาน่านเมื่อปี พ.ศ. 2439 เพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์ สอนหนังสือ และรักษาพยาบาลผู้ป่วย

หลังจากสร้างอาคารเรียนถาวรสำหรับนักเรียนชายเสร็จ ก็เป็นที่รู้จักกันในนาม ตึกแดง หรือตึกลินกัล์น ถือเป็นตึกเรียนหลังแรกในเมืองน่าน ต่อมาสร้างโรงเรียนหญิงขึ้นปลายปี พ.ศ. 2459 จนกระทั่งจอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เสด็จเยี่ยมน่าน จึงได้ประทานนามว่า โรงเรียนรังษีเกษม

ก่อนจะมีการต่อเติมปีกซ้ายเป็นที่พักมิชชันนารีและหอพักนักเรียน ปีกขวาขยายห้องเรียนเพิ่ม โดยอาคารหลังนี้เป็นหนึ่งในอาคารอนุรักษ์ของเมืองน่าน ที่มีอายุเก่าแก่นับร้อยปี

หอศิลป์ริมน่าน

หอศิลป์ริมน่านตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ อันเกิดจากความมุ่งมั่นของอาจารย์วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่าน ที่ต้องการสร้างสรรค์บ้านเกิดของตัวเองให้เป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง หอศิลป์แห่งนี้ประกอบด้วย อาคารหอศิลป์ สตูดิโอ และบ้านพักรับรอง

โดยเก็บรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัยเกือบ 200 ชิ้น ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปี

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!