เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ชวนเที่ยวย้อนยุคกลิ่นอายแบบไทยๆ จ.กาญจนบุรี

ชั่วโมงนี้กระแสท่องเที่ยววิถีไทยกำลังมาแรง เพราะนอกจากจะได้ชมสถานที่ท่องเที่ยวไทยๆ แบบสวยๆ แล้ว ยังให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคกลับไปในช่วงสมัยนั้นๆ อีกด้วย

สำหรับทริปนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาคุณไปย้อนยุคข้ามภพกันที่ จ.กาญจนบุรี ที่ตอนนี้นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่น่าสนใจอย่างเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 สถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ล่าสุดที่จะพานักท่องเที่ยวทุกคนย้อนกลับไปในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 อีกด้วย

ถ้าพร้อมแล้วก็ไปย้อนเวลาท่องเที่ยวไทยในอดีตกันเลย

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (3)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.กาญจนบุรี และถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกกล่าวถึงมากท่ี่สุด ณ ขณะนี้

สำหรับเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 นี้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและวิถีชนที่ฉักกรอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แบบเดิมๆ ด้วยการพานักท่องเที่ยวทุกคนย้อนเวลานับร้อยปีไปสัมผัสรากเหง้าความเป็นไทยอย่างแท้จริง ผ่านงานสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชาวสยามในอดีตอันแสนงดงามในช่วงปลายรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ซึ่งมีการประกาศเลิกทาส โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา และได้กระแสตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างดี

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (1)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (2)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (5)

และการได้ไปเยือนเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ในครั้งนี้ เราไปในช่วงของวันลอยกระทง (14 พ.ย.) ซึ่งทางเมืองมัลลิกาได้จัดงานลอยกระทงประจำปี 2559 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ต่างพากันแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณอย่างสวยงาม ยิ่งมีบรรยากาศเมืองจำลองในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยแล้ว ก็เหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปเหมือนดั่งหลุดเข้าไปในนิยาย

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (4)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (6)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (7)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (8)

เมื่อเดินก้าวผ่านประตูเมืองมัลลิกาเข้าไป ก็จะพบกับพื้นที่ 60 ไร่ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน อาคารสถาปัตยกรรมโบราณ และบรรยากาศงานลอยกระทงที่ตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟประทีฟพันดวง พร้อมจับจ่ายใช้สอยของพื้นเมือง อาหารโบราณเลื่องชื่อในย่านการค้าในสมัย ร.ศ.124 ซึ่งจะมีทั้งขนมไทยโบราณอย่างทองเอก จ่ามงกุฎ เสน่ห์จันทร์ ดาราทอง ขนมลืมกลืน

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (9)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (10)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (11)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (27)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (28)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (29)

และอาหารคาวอย่างก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ยำส้มโอ หมูสะเต๊ะ กระทงทอง ฯลฯ โดยทางเมืองมัลลิกาจะมีแบงก์สยามกัมมาจลไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวแลกเงินเพื่อนำไปซื้อของ โดยเหรียญที่ใช้นั้นจะเป็นเหรียญสตางค์แดงและมีมูลค่าสตางค์ละ 5 บาท นอกจากนี้ยังมีของใช้โบราณและสิ่งของอื่นๆ ที่หาชมได้ยากมาจำหน่ายกันอีกด้วย

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (13)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (14)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (15)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (16)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (17)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (19)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (18)

สำหรับบรรยากาศงานลอยกระทงในเมืองมัลลิกานั้น จะมีกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ อาทิ สาวน้อยตกน้ำ ปากระป๋อง โยนมะนาวลงหลุม ชิงช้าสวรรค์ และรำวงย้อนยุค ท่ามกลางบรรยากาศความงดงามแห่งอดีตกาลในสมัย ร.ศ.124 ตลอดจนร่วมลุ้นการประกวดกระทงโบราณจากวัสดุธรรมชาติชิงเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกด้วย

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (20)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (21)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (22)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (23)

ความน่าสนใจของเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 คือเป็นเมืองโบราณที่ราวกับมีชีวิตจริงๆ มีการสะท้อนผ่านหลากหลายแง่มุม โดยเริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อโดย อ.สุลักษณ์ ศิวลักษณ์ เลือกใช้ชื่อมัลลิกา ซึ่งเป็นชื่อแม่น้ำที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำอิระวดีในพม่า อันได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวบรวมอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ด้วยกัน

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (24)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (25)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (26)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (31)

พร้อมกันนี้ชื่อมัลลิกา ซึ่งแปลเป็นไทยว่า มะลิ ยังบังเอิญไปพ้องกับชื่อตัวละครสมมติที่ อ.ชาตรี ปกิตนนทกานต์ หัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมาช่วยควบคุมการออกแบบเรือนไทยตามหลักการสร้างเรือนประเภทต่างๆ ที่ถูกต้อง หยิบยกมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบทั้งหมดอีกด้วย

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (33)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (32)

ภายในเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 จะประกอบไปด้วยเรือนไทย 4 ประเภท โดยแต่ละเรือนจะสะท้อนภาพสถานะของผู้ที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน เริ่มจากเรือนเดี่ยวซึ่งเป็นเรือนชาวบ้าน เป็นที่อยู่ของชนชั้นกรรมมาชีพ ชาวนา มีหน้าที่ผลิตปัจจัยพื้นฐานในการยังชีพ ด้วยการทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก ณ เรือนนี้

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (38)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (39)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (40)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (41)

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อส่งต่อไปยังเรือนครัว และยังได้ชมกระบวนการสีและตำข้าวแบบโบราณอีกด้วย

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (34)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (36)

ถัดมาคือเรือนคหบดี ซึ่งเป็นที่อยู่ของชนชั้นปกครอง กิจกรรมบนเรือนแห่งนี้จะเน้นไปที่งานฝีมือ อาทิ งานใบตอง งานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ ซึ่งเป็นงานศิลปะแสนประณีตที่หาชมได้ยาก และอีกหนึ่งความพิเศษของเรือนนี้คือ พื้นที่เรือนครัว ที่จะสะท้อนวิถีชีวิตการทำอาหารอย่างวิจิตรงามของคนสมัยก่อน เช่น การหุงข้าวด้วยเตากระทะ การประกอบอาหารคาวหวานตามแบบฉบับโบราณแท้ๆ

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (42)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (43)

โดยผลงานจากเรือนครัวทั้งหมดนี้จะถูกส่งต่อไปใช้ประโยชน์จริง ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยที่จะนำไปใช้สำหรับต้อนรับแขก เช่นเดียวกับอาหารคาวหวานที่จะนำไปใช้เลี้ยงพนักงานทุกคนในเมืองจำลอง

ในส่วนของเรือนหมู่ เป็นเรือนสำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองของคหบดี โดยปกติเรือนเหล่านี้มักมีคณะนาฏศิลป์ของตัวเองสำหรับรับแขก ดังนั้นเรือนนี้จะสะท้อนวิถีชีวิตของนาฏศิลป์ไทย รวมทั้งความวิจิตรบรรจงของสำรับกับข้าวไทยที่ขึ้นชื่อทั้งรสชาติและหน้าตาอาหาร ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เพราะเป็นเรือนหมู่ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (43)

ปิดท้ายการเดินชมเมืองด้วยเรือนแพซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้าต่างๆ มีการจำลองบรรยากาศย่านการค้าในอดีต ซึ่งเส้นทางหลักในการสัญจรไปมาคือทางน้ำ ดังนั้นเรือนแพเหล่านี้จึงปลูกไว้ริมน้ำ รายล้อมไปด้วยร้านค้ามากมาย สำหรับร้านที่มาแล้วห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดคือ ร้านกาแฟตงฮู ซึ่งได้ขื่อว่าเป็นร้านกาแฟที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นจริงๆ เพราะมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟสดจากต่างประเทศเข้ามาใช้

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (44)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (45)

ถัดมาคือร้านข้าวแกงที่สร้างจุดขายได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการนำเมนูข้าวแกงที่รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดมานำเสนอ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับรสชาติของอาหารแบบไทยแท้ดั้งเดิม และยังมีร้านจำหน่ายของชำร่วยเพื่อเป็นตัวแทนความทรงจำให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้ออีกด้วย

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (46)

หลังจากเดินชมเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 จนทั่วทุกมุมแล้ว ก็ได้เวลาอาหารมื้อเย็นที่ต้องขอบอกว่าอร่อยสุดๆ โดยเมนูที่นำมาเสิร์ฟให้เราได้ทานนั้นเป็นเมนูโบราณและเมนูทรงโปรดสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีทั้งแกงมัสมั่นไก่ แกงบวน ยำใหญ่ และหมี่กรอบ ถือเป็นเมนูเด็ดที่ห้ามพลาดและต้องลิ้มลอง และนอกจากจะอิ่มเอมไปกับเมนูอาหารไทยโบราณแล้ว เรายังได้ชมการแสดงโขนโบราณ และวงปี่พาทย์ที่บรรเลงเพลงไทยได้อย่างไพเราะเสนาะหูสุดๆ ทำให้บรรยากาศการรับประทานอาหารในวันนั้นเป็นมื้อที่พิเศษและน่าประทับใจ

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (47)

สำหรับนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยากมาสัมผัสและเที่ยวย้อนยุคแบบสมจริงก็สามารถมาเที่ยวกันได้ที่เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 โดยสามาถซื้อบัตรเข้าชมในราคาโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดเมือง (จนถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้เท่านั้น)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เที่ยวกาญจนบุรี (12)

สำหรับบัตรเข้าชมผู้ใหญ่ราคา 150 บาท/ท่าน และเด็กราคา 75 บาท/ท่าน นอกจากนี้หากนักท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเข้าชมพร้อมรับประทานอาหารโบราณที่หากินได้ยากและชมการแสดงโชว์สุดอลังการ ทางเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ก็มีบัตรเข้าชมพร้อมอาหารเย็นและโชว์สำหรับผู้ใหญ่ 550 บาท/ท่าน และสำหรับเด็ก 350 บาท/ท่าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์:  034 540884-86 หรือ facebook.com/MalikaR.E.124

คำยอดนิยม