20 ที่เที่ยวสุดฮิตสมุทรปราการ กิน เที่ยว ชอป พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ

จังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเสมอเพราะด้วยที่ตั้งใกล้กรุงเทพฯ

มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว อาทิ สถานตากอากาศบางปู, พระสมุทรเจดีย์, เมืองโบราณ, พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ, ตลาดบางน้ำผึ้ง และวัดวาอารามชื่อดังอีกหลายแหล่ง สำหรับเดินทางไปนมัสการเพื่อความเป็นสิริมงคล

TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ เลยไม่พลาดที่จะแวะไปคัดเอาสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ มาเป็นตัวเลือกให้นักเดินทางทุกคนวางแผนไปเที่ยวกัน รับรองว่าทริปเที่ยวในครั้งนี้จะสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่คุณรักอย่างแน่นอน

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (28)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (29)

1.อุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า

ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ริมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อป้องกันการรุกรานจากชาวต่างชาติ

ในอดีตป้อมแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานจากการรุกรานของชาติมหาอำนาจอย่างอังกฤษและฝรั่งเศส

ภายในมีพื้นที่สำหรับถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างสง่างาม ทรงฉลองพระองค์ในชุดจอมทัพเรือ พระหัตถ์ถือกระบี่ ส่วนฐานของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของป้อมพระจุลจอมเกล้า และเหตุการณ์ในสมัย ร.ศ. 112 แต่นักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย

ในส่วนด้านซ้ายของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรือรบปลดระวางที่มีอายุการใช้งานที่สุดในกองทัพเรือ นามว่า เรือหลวงแม่กลอง ประดับด้วยครุฑสีแดงดูเด่นเป็นสง่า ฝั่งตรงข้ามของถนน เยื้องกับพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ จะเป็นอุทยานฯ ประวัติศาสตร์ทหารเรือ ซึ่งภายในประกอบด้วยอาคารนิทรรศการ จัดแสดงภาพความเสียหายจากการรบ และภาพสู่การพัฒนากองทัพเรือ

นอกจากนั้น ยังมีการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์อาวุธยุทโธปกรณ์กลางแจ้ง ซึ่งแสดงถึงวิวัฒนาการของกองทัพเรือ ในการป้องกันประเทศ ตลอดจนบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ในป่าชายเลน พร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่าง ๆ อาทิ นกกระยาง, นกนางนวล, ปลาตีน และปูลม รวมถึงสัตว์ทะเลนานาชนิดอีกด้วย

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (21)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (22)

2.สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์
หากใครที่ต้องการเสพอากาศบริสุทธิ์ไปพร้อม ๆ กับธรรมชาติของเมืองสมุทรปราการ ต้องไม่พลาดที่ “สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์” บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ใน ต.บางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนชั้นดีแล้ว ที่นี่สวนสาธารณะที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย เป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศน์ของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง เปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งหนึ่งของคนเมืองสำหรับหลบหนีความวุ่นวายในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้

ภายในเน้นการออกแบบสวนผสมผสานของสวนสาธารณะที่มีการจัดสภาพภูมิทัศน์ให้สวยงาม ประกอบด้วยพันธุ์ไม้น้ำ พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่สามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำกร่อยกับการรักษาสภาพสวนเกษตรดั้งเดิมซึ่งเป็นสวนผลไม้เก่าไว้

สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติแห่งนี้เป็นพื้นที่สีเขียวที่รัฐบาลกำหนดให้เป็น “ปอดของกรุงเทพฯ” โดยมีสะพานไม้ทอดยาวให้เดินชมพื้นที่อันสงบร่มรื่น รวมถึงหอชมวิวสูง 7 เมตร ที่สามารถชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ มีจักรยานให้เช่าสำหรับขี่ชมรอบสวน
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น.

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (27)

3.พระสมุทรเจดีย์
พระสมุทรเจดีย์ สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองของ จ.สมุทรปราการ สำหรับวัดพระสมุทรเจดีย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดดเด่นด้วย “พระเจดีย์กลางน้ำ” เนื่องจากที่ตั้งเดิมมีสภาพเป็นเกาะ มีน้ำล้อมรอบ (ซึ่งในเวลาต่อมา ชายตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำตื้นเขินงอกออกมา เชื่อมติดกับเกาะอันเป็นที่ตั้งพระเจดีย์) รัชกาลที่ 2 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์นี้ขึ้นภายหลังการสร้างป้อมปราการต่าง ๆ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็สิ้นรัชกาล ต่อมารัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อจนสำเร็จเป็นพระเจดีย์สูง 20 เมตร และสุดท้ายรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างองค์พระเจดีย์ที่ใหญ่และสูงขึ้นไปอีก ครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ โดยมีความสูงถึง 38 เมตร ดังที่เห็นเด่นเป็นสง่าในปัจจุบัน

ภายในเขตวัดยังมีสิ่งที่น่าเที่ยวชม เช่น พระวิหารหลวง ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางห้ามสมุทร ที่เชื่อกันว่าจะช่วยห้ามสิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากทะเลได้ เก๋งจีน เป็นศาลารายเดิมที่สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบจีน ปัจจุบันใช้เป็นศาลาที่พัก ตึกฝรั่ง หรือ ศาลาทรงยุโรป เป็นศาลาโถง 5 ห้อง ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับการสร้างเมืองสมุทรปราการและการสร้างพระสมุทรเจดีย์ และที่ด้านในสุดประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 2 ให้ประชาชนได้ไปกราบสักการะด้วย ฯลฯ

นอกจากนี้ หากท่านเดินทางมาในวันแรม 5 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ท่านจะได้พบกับงานประจำปีที่สำคัญงานหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งก็คือ งานนมัสการพระสมุทรเจดีย์ โดยในวันดังกล่าว คณะกรรมการจัดงานจะอัญเชิญผ้าแดงผืนใหญ่ตั้งบนบุษบก แห่ไปรอบ ๆ ตัวเมือง จากนั้นอัญเชิญผ้าแดงลงเรือ แห่ไปตามลำน้ำเจ้าพระยาจนถึงอำเภอพระประแดง เพื่อให้ชาวพระประแดงร่วมอนุโมทนา จากนั้นจึงแห่กลับมาทำพิธีทักษิณาวรรตรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ก่อนนำผ้าขึ้นห่มองค์พระสมุทรเจดีย์

ที่ตั้ง: ถนนสุขสวัสดิ์ ต.ปากคลองปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 07.00-16.00 น.

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (20)

4.สถานตากอากาศบางปู
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางไปเสมอก็คือ “สถานตากอากาศบางปู” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแบบพักผ่อนตากอากาศทางชายทะเลด้านอ่าวไทยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นแหล่งชมนกนางนวลบินล่องลอยท่ามกลางวิวสวย ๆ ของป่าชายเลนและผืนน้ำทะเล

สำหรับ “สถานตากอากาศบางปู” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2480 ตามดำริของจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมามีการสร้างสะพานชื่อ “สะพานสุขตา” ขึ้นมา โดยสะพานนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของบางปู อีกทั้งในเวลาต่อมายังมีการสร้างอาคารขึ้นมาบริเวณปลายสะพาน ในชื่อ “ศาลาสุขใจ” ภายในบริเวณพื้นที่ 639 ไร่ของสถานตากอากาศบางปู เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ อาทิ เส้นทางเดินชมป่า ชมนก โดยมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิดอาศัยอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้ชมตลอดทั้งปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนกนางนวลจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นตัวที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาในช่วงต้นฤดูหนาว ประมาณกลางเดือน ต.ค.-พ.ย. ของทุกปี

ตรงเข้าไปสุดถนนจะเป็นสะพานสุขตา ที่ทอดตัวเหยียดยาวออกไปในทะเลประมาณ 500 เมตร ทำให้เป็นจุดที่เหมาะแก่การดูนกและชมพระอาทิตย์ตกเป็นอย่างยิ่ง ส่วนบริเวณปลายสะพานจะเป็นศาลาสุขใจ ภายในจะมีร้านอาหาร ที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มลองอาหารทะเลสด ๆ อย่างปูนึ่ง ปลากะพงทอดน้ำปลา เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีลานลีลาศ สำหรับกิจกรรมเต้นลีลาศของกลุ่มผู้สูงอายุในทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. อีกด้วย

ที่ตั้ง: ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

#—————————#

5.เมืองโบราณ
เมืองโบราณ แหล่งท่องเที่ยวริมถนนสุขุมวิท (สายเก่า) บนพื้นที่กว่า 800 ไร่ ถือเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รวบรวมสถานที่สำคัญ ๆ ทั่วประเทศมาไว้ ริมถนนสุขุมวิท (สายเก่า)   เช่น ปราสาท ราชวัง วัดวาอาราม งานประติมากรรมต่างๆ ทั้งจำลองตามแบบสถานที่จริง และบางอย่างก็เป็นการผาติกรรม คือการยกเอาสิ่งก่อสร้างมาจากสถานที่จริงเลยทีเดียว ภายในเมืองโบราณจะจัดแบ่งพื้นที่ตามภูมิภาคให้ได้ชื่นชมความสวยงามและซาบซึ้งกับรากเหง้าของศิลปวัฒนธรรมอย่างน่าประทับใจ เสมือนได้ไปเที่ยวทั่วประเทศภายในวันเดียว

เมืองโบราณก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2506 โดยนายเล็ก วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจเจ้าของบริษัท”วิริยะประกันภัย” เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2515 และได้พัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในปัจจุบัน โดยสามารถเลือกวิธีการเที่ยวชมได้ทั้ง จักรยาน รถราง ซึ่งสามารถขึ้น-ลงได้ทุกขบวน และล่าสุด มีบริการเที่ยวชมทางเรือได้อีกหนึ่งวิธี ท่านจะเพลิดเพลินเสมือนได้เที่ยวทั่วไทยภายในที่เดียวโดยใช้เวลาวันเดียวและเหมาะกับคนทุกวัย
ค่าเข้าชม : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 175 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท (ราคานี้รวมจักรยาน, รถราง และนั่งเรือ เรียบร้อยแล้ว)

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

โทรศัพท์ : 02 709 1644-8

เว็บไซต์ : http://ancientcitygroup.net/ancientsiam/

#—————————#

6.พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณสร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้จัดสร้างเมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลาน

และอีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ก็คือ ประติมากรรมช้างสามเศียรหรือช้างเอราวัณที่ตั้งอยู่บนอาคารทรงกลมสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล โดยช้างเอราวัณนี้ถือเป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดงนับแสนชิ้น มีขนาดใหญ่โตมโหฬารจนต้องตะลึง โดยส่วนหัวมีน้ำหนักถึง 100 ตัน และลำตัวมีน้ำหนักถึง 150 ตัน ตัวช้างรวมอาคารมีความสูงทั้งสิ้น 43.60 เมตร หรือสูงเท่ากับตึก 14 ชั้นเลยทีเดียว

เมื่อเดินเข้าไปชมยังภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ มีการแบ่งพื้นที่การจัดแสดงเป็น 3 ส่วนคือ ชั้นล่างสุด มีชื่อว่า ชั้นสุวรรณภูมิ เป็นส่วนของการจัดแสดงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ และจัดเก็บโบราณวัตถุจำนวนมาก ชั้นที่อยู่กึ่งกลาง มีชื่อว่า ชั้นโลก เป็นอาคารทรงโดม ประดุจเข้าพระสุเมรุ ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ และงานฝีมือช่างที่วิจิตรงดงาม เพดานเป็นกระจกสี มีรูปแผนที่โบราณ ดูสวยงามในสไตล์ตะวันตก

ชั้นบนสุด มีชื่อว่า ชั้นจักรวาล เป็นส่วนที่อยู่ภายในท้องช้าง ชั้นนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปเก่าแก่ในยุคสมัยต่าง ๆ บนเพดานมีภาพเขียนสีฝุ่นที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับระบบสุริยจักรวาล แถมส่วนบริเวณด้านนอกอาคารพิพิธภัณฑ์ยังจัดเป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี และมีประติมากรรมลอยตัวเรื่อง รามเกียรติ์ วางรายล้อมรอบอาคารอีกด้วย

ที่ตั้ง: ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ค่าเข้าชม : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

โทรศัพท์ : 02 371 3135-6

เว็บไซต์ : http://www.ancientcitygroup.net/erawan/th/home

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (34)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (35)

7.วัดมงคลโคธาวาส (หลวงพ่อปาน)
“วัดมงคลโคธาวาส” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดหลวงพ่อปาน” เป็นวัดที่หลวงพ่อปาน เกจิอาจารย์ชื่อดังในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยจำพรรษาอยู่และพัฒนาวัด จนกลายเป็นวัดสำคัญของอำเภอบางบ่อในปัจจุบัน

วัดมงคลโคธาวาส สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2300 เดิมมีชื่อว่า “วัดบางเหี้ยนอก” เนื่องจากตั้งอยู่ที่ตำบลบางเหี้ย ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนชื่อตำบลบางเหี้ยเป็นตำบลคลองด่าน ชื่อวัดจึงต้องเปลี่ยนให้มีความไพเราะและเหมาะสมขึ้นเป็น

สำหรับไฮไลท์สิ่งที่น่าสนใจคือ “รูปหล่อของหลวงพ่อปาน” ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่กุฏิของท่าน ซึ่งรูปหล่อนี้ทำขึ้นก่อนที่ท่านจะมรณภาพ โดยประชาชนที่มีความเคารพบูชาในตัวท่านได้พร้อมใจกันทำขึ้นเพื่อไว้เป็นที่บูชากราบไหว้แทนตัวท่าน และในวันขึ้น 5-7 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี จะมีการอัญเชิญรูปหล่อของหลวงพ่อปานไปจัดงานนมัสการและปิดทองหลวงพ่อปาน ณ ที่ว่าการอำเภอบางบ่อ ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาร่วมงานของประชาชนจากทุก ๆ ตำบลนั่นเอง

นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าของวัดซึ่งหันหน้าสู่คลองด่าน ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจ อีกด้วย

ที่ตั้ง: ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ อยู่ใกล้กับตลาดคลองด่าน

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

โทรศัพท์ : 02 330 1247, 02 707 4414, 02 707 4424

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (19)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (18)

8.วัดอโศการาม
วัดอโศการาม วัดที่สำคัญในสมุทรปราการและเป็นสถานที่สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ที่มาของชื่อวัดนั้นมาจากคำว่า “อโศการาม” แปลว่า แหล่งรื่นรมย์ที่ไร้ความเศร้าหมอง ภายในบริเวณวัดเต็มไปด้วยความร่มรื่นของพรรณไม้นานาชนิดไม่ว่าจะเป็นป่าโกงกาง ไม้ลำพู หรือปลงทอง

ส่วนจุดไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาดภายในวัดคือ “พระธุตังคเจดีย์” ซึ่งมีลักษณะเป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่ง “ธุดงควัตร 13 ข้อ” ทุกองค์มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในผอบทอง เงิน นาก, “วิหารวิสุทธิธรรมรังสี” เป็นอาคารจตุรมุข 3 ชั้น ส่วนยอดเป็นมณฑปปิดทองคำบริสุทธิ์ ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่บนยอดมณฑป

ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชจำลอง รูปหล่อหลวงพ่อปู่มั่น ภูริทตฺโต และสริระของท่านพ่อลี ธมฺมธโร เจ้าอาวาสองค์แรกแห่งวัดอโศการาม และ “พระอุโบสถ” ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อศรีสมุทร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิหล่อด้วยทองเหลือง ปิดทองสวยงาม

นอกจากนี้ยังมีการสร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้ถวายสักการะและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนามายังดินแดนสุวรรณภูมิอีกด้วย

ที่ตั้ง: เทศบาลบางปูซอย 60 ถนนสุขุมวิทสายเก่า ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

โทรศัพท์ : 0 2395 0003

เว็บไซต์: http://www.watasokaram.org/

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (24)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (23)

9.ตลาดบางน้ำผึ้ง
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดน้ำบรรยากาศคลาสสิกใกล้กรุงเทพฯ เกิดขึ้นโดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้งและชาวบ้านในชุมชน ได้รื้อฟื้นภาพชีวิตในวันคืนเก่าให้กลับคืนมาด้วยการสร้างตลาดน้ำขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ขายผลผลิตของชุมชนและตำบลใกล้เคียง และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชน

ภายในตลาดน้ำเต็มไปด้วยเมนูของกินมากมายทั้งอาหารขึ้นชื่อประจำถิ่นที่หากินยากอย่าง ขนมครกหอยทอด , ปลาตะเพียนต้มเค็ม, แกงบอน, ทอดมันปลากราย รวมไปถึงต้นไม้นานาพันธุ์ ปลาสวยงามหลากชนิด และผักผลไม้สดจากสวนในราคาย่อมเยา เช่น มะพร้าวอ่อน มะม่วงน้ำดอกไม้ ผักพื้นบ้าน เป็นต้น

ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายทั้ง การเช่าเรือพายล่องไปตามคลอง เพื่อชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง หรือการเช่าจักรยานถีบลัดเลาะในเขตพื้นที่สีเขียวรูปกระเพาะหมูย่านพระประแดง เพื่อชมวิถีชีวิตชาวสวนและชื่นชมธรรมชาติอันสวยงาม แถมยังมีสวนพฤกษาให้นักท่องเที่ยวเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ ชมไม้ดอกไม้ประดับคล้าวไปกับบรรยากาศการฟังเพลงเพราะได้อีกด้วย

ที่ตั้ง:  ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.

#—————————#

10.ตลาดโบราณบางพลีร้อยปี
พลาดไม่ได้อย่างยิ่งสำหรับการเดินเที่ยวชมบรรยากาศตลาดโบราณริมคลองสำโรง “ตลาดโบราณบางพลี” หรือเดิมชื่อตลาด “ศิริโสภณ” ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ภายในโดดเด่นด้วยพื้นไม้ตลอดเส้นทางของตลาด ยาว 500 เมตร

สำหรับความเป็นมาของตลาดแห่งนี้สันนิษฐานว่าชาวจีนเข้ามาเปิดร้านในตลาดใน พ.ศ. 2400และเป็นตลาดริมคลองสำโรงเพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากไฟไหม้ และยังคงสภาพเดิมอีกทั้งยังเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่ในอดีต เพราะเป็นตลาดขนส่งสินค้าและผู้โดยสารจากภาคตะวันออกชายฝั่งทะเลสู่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากการเดินทางในสมัยก่อนใช้เรือเป็นพาหนะเดินทาง โดยการเดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าจะอยู่ในคลองสำโรง จึงถือเป็นตลาดน้ำประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย มีวัฒนธรรมที่ดีงามสั่งสมอยู่มากมาย

ภายในตลาดตลอดแนวสองฝั่งทางเดินที่ขนานไปกับคลองสำโรงของ ตลาดโบราณบางพลี มีสินค้าให้เพื่อน ๆ ได้เดินเลือกกิน เลือกซื้อมากมาย ทั้งอาหารอร่อย ขนมหวาน ของใช้ ของตกแต่ง บ้านเรือน ของฝาก รวมถึงร้านเสริมสวย ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขาย สัตว์เลี้ยง ฯลฯ แถมยังได้อิ่มตากับทิวทัศน์ของคลองสำโรงที่ประดับประดาไปด้วยเรือขายอาหาร ขนม ผลไม้ตามฤดูกาลของชาวบางพลีที่พายไปมารพร้อมกับชมวิวเรือที่ชาวบ้านยังใช้สัญจรไปมาในชีวิตประจำวัน

ที่ตั้ง: ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (32)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (33)

11.วัดบางพลีใหญ่ใน
สำหรับวัดในจังหวัดสมุทรปราการที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากคือ “วัดบางพลีใหญ่ใน” เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญในการจัดใหญ่อย่าง งานประเพณีรับบัว ในวันขึ้น 11 ค่ำ ถึงวันที่ 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาว อ.บางพลี

สำหรับวัดบางพลีใหญ่ใน เป็นวัดโบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์  เดิมชื่อว่าวัดพลับพลาชัยชนะสงคราม สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชต่อพม่า

ภายในพระอุโบสถของวัดแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่สมัยสุโขทัยปางมารวิชัยลืมเนตร เนื้อเป็นทองสัมฤทธิ์ เป็นพระประธาน และเป็นที่เลื่อมใสของประชาชนโดยทั่วไป นามว่า “หลวงพ่อโต” ดังนั้น วัดบางพลีใหญ่ใน จึงรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดหลวงพ่อโต” อนึ่ง ชาวบางพลีได้อัญเชิญหลวงพ่อโตจำลองลงเรือในพิธีโยนบัวหรือรับบัว ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี

นอกจากที่ผู้มาเยือนจะได้สักการะหลวงพ่อโตแล้ว ยังมีรูปหล่อจำลองหลวงพ่อวัดดังมากมายให้สักการะ เช่น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์ เป็นต้น

และสิ่งโดดเด่นภายวัดที่พลาดไม่ได้คือ การใช้บริการ “สุขาไฮเทค” ด้วยเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ระบบกดน้ำอัตโนมัติ แถมบริเวณโดยรอบยังจัดมีการสภาพแวดล้อมภายในให้สวยงามด้วยการจัดสวนและน้ำตก ชวนให้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

ที่ตั้ง: ริมคลองสำโรง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1925 2844

เว็บไซต์ : http://www.watbangpleeyainai.org/

#—————————#

12.วัดบางพลีใหญ่กลาง
วัดบางพลีใหญ่กลาง สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2367 เมื่อครั้งที่วัดนี้สร้างเสร็จได้รับการขนานนามว่า “วัดน้อยปทุมคงคา” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดว่า “วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม” และครั้งสุดท้ายเปลี่ยนเป็น “วัดบางพลีใหญ่กลาง” แต่ชื่อที่ชวนบ้านรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดีคือชื่อ “วัดกลาง” หรือ “วัดพระนอน”

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจภายในวัดแห่งนี้อยู่ที่พระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นามว่า พระศากยมุนีศรีสุเมธบพิตร (หรือ พระนอนบางพลี) ซึ่งประดิษฐานอยู่ในมหาวิหารพระนอนใหญ่ โดยมีความยาว 26 วา 1 ศอก 9 นิ้ว และความกว้าง 3 วา 1 ศอก ภายในองค์พระแบ่งเป็น 4 ชั้น ชั้นแรกเป็นห้องปฏิบัติธรรม ชั้นที่ 2 เป็นที่ประดิษฐานของพระอรหันต์ 500 รูป และมีภาพวาดห้องนรก-ห้องสวรรค์ ชั้นที่ 3 มีภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ และชั้นที่ 4 เป็นชั้นที่บรรจุพระสาริกธาตุซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา และยังมีห้องประดิษฐานหัวใจพระนอน ซึ่งจะเปิดให้บุคคลทั่วไปนำดอกไม้ธูปเทียนมาสักการะบูชาและปิดทองที่หัวใจพระนอนเพื่อความเป็นสิริมงคล

ด้านหลังของมหาวิหารพระนอนเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถ โดยพระอุโบสถหลังนี้สร้างและตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นสีทองทั้งหลังดูสวยงามตระการตา และมีบันไดนาคสำหรับขึ้นไปกราบไหว้หลวงพ่อสูรย์ หรือหลวงพ่อสุริยะ องค์พระประธานภายในพระอุโบสถ นอกจากนี้ทางวัดยังจัดให้มีกิจกรรม “ลอดโบสถ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ที่ตั้ง: บ้านคลองสำโรงฝั่งเหนือ หมู่ 8 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

โทรศัพท์ : 02 337 3455, 02 337 4020, 02 337 3458

#—————————#

13.วัดทรงธรรมวรวิหาร
วัดทรงธรรมวรวิหาร เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ในพุทธศาสนานิกายรามัญที่สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ปัจจุบันมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท

ภายในวัดโดดเด่นด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบมอญ โดยเฉพาะ “พระรามัญเจดีย์องค์ใหญ่” ซึ่งเป็นพระเจดีย์ 3 ชั้น แต่ละชั้นมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประดิษฐานเรียงรายอยู่รอบ ๆ เจดีย์, “พระอุโบสถของวัด” ที่มีสถาปัตยกรรมแบบก่ออิฐถือปูน เสาพระอุโบสถมีลักษณะกลมเป็นคู่ ๆ เพื่อรับปีกในส่วนที่เป็นชานของพระอุโบสถ มีเสาทั้งหมด 56 ต้น

ด้านในมีความสวยงามแปลกตา พระประธานเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย ประดิษฐานในกรอบไม้แกะสลักแบบมอญ เพดานมีภาพเขียนแบบมอญประดับอยู่ 2 ภาพ ส่วนผนังด้านต่าง ๆ ประดับด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับพุทธประวัติ นิทานชาดกเรื่องพระเวสสันดรภาคต่าง ๆ

และในส่วนของ “พระวิหาร” ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยสถาปัตยกรรมแบบก่ออิฐถือปูนเช่นกัน มีช่อฟ้าใบระกาทำด้วยไม้สัก ภายในมีรอยพระพุทธบาทจำลองประดับมุกซึ่งประดิษฐานอยู่เบื้องหน้าองค์พระประธาน

ในขณะที่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นซุ้มที่อยู่ด้านหลังองค์พระประธาน ซึ่งเป็นงานที่ทำจากโลหะ มีลวดลายประณีตสวยงาม

ที่ตั้ง: ถนนทรงธรรม ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

โทรศัพท์ : 02 462 6155, 02 463 6269, 02 463 5433, 02 463 8998

#—————————#

14.วัดโปรดเกษเชษฐาราม
ตั้งอยู่ที่ถนนทรงธรรม ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ชื่อเดิมชื่อวัดปากคลองเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองพระประแดง ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีและยังเป็นวัดพุทธไทยเพียงวัดเดียวในย่านพระประแดง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยพระยาเพ็ชรพิไชย (เกตุ) ผู้เป็นนายงานสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์

ปัจจุบัน วัดโปรดเกษเชษฐาราม ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา และสถานที่ศึกษาหาความรู้ของชาวบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล ศาลสถิตยุติธรรม และอื่นๆ โดยพระสงฆ์มีหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องต่าง ๆ อาทิ เป็นหมอรักษาโรคทางกาย คือเป็นหมอยาแผนโบราณ เป็นหมอรักษาโรคทางใจ คือเป็นผู้สอนธรรมะ นอกจากนี้ยังเป็นหมอดู รักษาศรัทธาและความสบายใจแก่ชาวบ้าน เช่น เป็นผู้ให้ฤกษ์ยาม เป็นผู้พิพากษาคดีเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย

ส่วนสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นภายในวัดคือ พระอุโบสถไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันมีศิลปะปูนปั้นลายเครือเถาประดับเครื่องลายคราม ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินนาถศาสดา องค์พระประธานปางมารวิชัย

ส่วนพระวิหารก็มีลักษณะเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ซึ่งมีพระพักตร์อันงดงาม เหนือหน้าต่างมีภาพปริศนาธรรมในศิลปะแบบตะวันตกที่แปลกตาหาดูได้ยาก

นอกจากนี้ ยังมีพระมณฑปสถาปัตยกรรมไทยรูปเจดีย์ย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ที่ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร และยังมีพระพุทธบาทจำลองที่ประดับด้วยมุก เป็นรูปพรหมและรูปต่าง ๆ ที่สวยงามมาก ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง: ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

โทรศัพท์ : 08 9540 9062

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/watprodket/

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (30)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (31)

15.หมู่บ้านสาขลา และวัดสาขลา
วัดสาขลาตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านสาขลา ถือเป็นอีกหนึ่งวัดดังที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2325 สันนิฐานว่าชาวบ้านช่วยกันสร้างเมื่อคราวรบชนะพม่า แต่เดิมหมู่บ้านที่ตั้งวัดเรียกว่าหมู่บ้านสาวกล้า

ต่อมาคำพูดเพี้ยนเป็นสาขลา ทำให้นามวัดเปลี่ยนมาเป็นวัดสาขลาถึงปัจจุบัน ต่อมาวัดสาขลาก็ได้รับพระราชทานนามว่า วิสุงคามสีมา เมื่อพ.ศ. 2375 มีพระประธานในวิหารนามว่า “หลวงพ่อโต” สร้างคู่กับวัดแต่สร้างเมื่อใด ใครเป็นคู่สร้างไม่ปรากฏ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยอู่ทอง ปางมารวิชัย เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านสาขลาและประชาชนทั่วไป

และด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต คือวันที่ 6 มกราคม 2526 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างช่วยกันดับไฟแต่ก็เป็นที่ยากลำบาก ซึ่งในขณะนั้นชาวบ้านที่ออกไปหาปู ปลา ไม่ไกลจากหมู่บ้านได้เห็นองค์หลวงพ่อโตยืนเอาจีวรโบกไฟที่กำลังไหม้จนค่อย ๆ ดับลงพร้อมกับได้ยินเสียงสวดมนต์อย่างต่อเนื่องจนรุ่งเช้า ชาวบ้านทราบข่าวว่ามีคนเห็นองค์หลวงพ่อโตช่วยดับไฟ ทุกคนจึงแห่ไปที่วัดชาวบ้านทุกคนถึงกับน้ำตาไหล

เมื่อเห็นองค์หลวงพ่อโตดำเป็นเขม่าไปทั้งองค์ผ้าที่ห่มองค์หลวงพ่อกรอบเหมือนโดนไฟไหม้ ใบหน้าของท่านมี่ร่องรอยเหมือนน้ำตาไหล จากนั้นชาวบ้านจึงพร้อมใจกันทำบุญให้กับ หลวงพ่อโต ทุกวันที่ 6 มกราคมของทุกปี

นอกจากนักท่องเที่ยวจากเดินทางเข้ามานมัสการ หลวงพ่อโต แล้ว ภายในวัดยังมีพระราหู พระอุโบสถ พระวิหาร หลวงพ่อสองพี่น้อง ลอดใต้ท้องช้างสีดำ และเข้าชมพิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขลาที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระเกจิชื่อดังได้

ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ การเยี่ยมชมชุมชนบ้านสาขลา หมู่บ้านริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นพร้อมร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจจากชุมชนอีกด้วย

ที่ตั้ง: หมู่ 3 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WadSaKhlaNaKelux/

#—————————#

16.พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนนายเรือ เป็นแหล่งรวมวัตถุพิพิธภัณฑ์ และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับกองทัพเรือไทย อาทิ อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการกองทัพเรือ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยใช้ในการรบ เรือรบจำลองของไทยตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน เรือดำน้ำรุ่นแรกและรุ่นเดียวของราชนาวีไทย และยุทธนาวีครั้งสำคัญๆ ทั้งนี้ในระหว่างการชมพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กัน
ภายในแบ่งเป็นการจัดแสดงออกเป็น อาคาร 1 และ อาคาร 2 ดังนี้

– การจัดแสดงกลางแจ้ง เป็นการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ บนพื้นที่กลางแจ้งบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าอาคารและบริเวณโดยรอบ สิ่งที่นำจัดแสดง เช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก เรือดำน้ำ ฯลฯ

– อาคาร 1 ชั้นล่างจัดเป็นห้องเทิดพระเกียรติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์พระบิดาของทหารเรือไทย ชั้นบนมีตู้จัดแสดงเครื่องแบบต่าง ๆ ของทหารเรือไทย

– อาคาร 2 แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกจัดแสดงเรือโบราณ แท่นพิมพ์โบราณสำหรับพิมพ์แผนที่เดินเรือ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เช่น ปืนเที่ยง ระเบิดตอร์ปิโด ฯลฯ ชั้นที่ 2 จัดแสดงเรือพระราชพิธีจำลองและการจัดกระบวนเรือพระราชพิธี เรือรบจำลอง ชิ้นส่วนของเรือ ตลอดจนอุปกรณ์เดินเรือและอุปกรณ์ใช้งานของชาวเรือ และชั้นที่ 3 จัดแสดงนิทรรศการพิเศษ หมุนเวียนตามช่วงเวลาและเหตุการณ์สำคัญ เช่น ยุทธนาวีที่เกาะช้าง สงครามเอเชียมหาบูรพา ยุทธการบ้านชำราก เป็นต้น

ที่ตั้ง: ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00-15.30 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

โทรศัพท์ : 0 2394 1997, 0 2475 3808

เว็บไซต์: http://www.navy.mi.th/navalmuseum/

#—————————#

17.สะพานภูมิพล
สะพานภูมิพล หรือ สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่เชื่อมระหว่างถนนพระรามที่ 3 ถนนสุขสวัสดิ์ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย และถนนกาญจนาภิเษก ได้ชื่อว่าเป็นสะพานของพ่อ เพราะเกิดจากพระราชดำริ ในหลวง ร.9 เพื่อบรรเทาทุกข์ประชาชน ข้ามฟากระหว่างฝั่งพระประแดงกับฝั่งพระนคร

ลักษณะเด่นของสะพานแห่งนี้ คือ เป็นสะพานขึงขนาด 7 ช่องการจราจร ทางด้านเหนือหรือ “สะพานภูมิพล 1” เชื่อมระหว่างแขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ กับต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ทางด้านใต้หรือ “สะพานภูมิพล 2” เชื่อมระหว่างตำบลทรงคนองกับตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 แต่ก่อนหน้านั้นได้เปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 และในวันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทางชลมารค โดยเรือพระที่นั่งอังสนาของกองทัพเรือ ทรงทำพิธีเปิดสะพานภูมิพลและประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ณ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

และนอกจากสะพานจะมีความสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนแล้ว ที่ยังถือเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวสำคัญสำหรับช่างภาพที่นิยมมาเก็บบรรยากาศความสวยงามของวิว ทิวทัศน์ของสะพานในยามค่ำคืนเสมอ

#—————————#

18.ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 ถือเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในเขต ต.ท้ายบ้าน ซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร

ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาดต่างๆ กว่า 40,000 ตัว มีการแสดงวิธีจับจระเข้ด้วยมือเปล่า ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทุก ๆ 1 ชั่วโมง พักเที่ยง วันหยุดเพิ่มรอบ 12.00 น. และ 17.00 น. เวลาการให้อาหารจระเข้ 16.30-17.30 น. นอกจากนี้ยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยจะเปิดรอบการแสดงทุก 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30-16.30 น. ทุกวัน

นอกจากที่นี่จะมีการเลี้ยงจระเข้ซึ่งเป็นจุดเด่นภายในฟาร์มแล้ว ยังมีสัตว์แสนรู้อื่น ๆ อีก เช่น เสือ และลิงชิมแปนซี สัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่น ชะนี เต่า งูเหลือม งูหลาม นก อูฐ ฮิปโป และปลาจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ซึ่งจัดแสดงกระดูกและหุ่นจำลองไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริงกว่า 13 ชนิด พร้อมการฉายสไลด์มัลติวิชั่น เรื่องของมนุษย์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ ราคา 50 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างชาติ ราคา 300 บาท

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น.
หมายเหตุ : การเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการวิทยากร ควรมีหนังสือติดต่อล่วงหน้าไปที่ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ
วัดไพชยนต์พลเสพ

#—————————#

19.วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร หรือ วัดไพชยนต์ฯ

วัดสวยน่ามาเที่ยวแห่งนี้ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ที่ ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สร้างขึ้นโดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์พลเสพย์ ในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อครั้งสร้างเสร็จ เรียกกันว่า “วัดกรมศักดิ์” หรือ “วัดปากลัด” แล้วเปลี่ยนมาเรียก “วัดวังหน้า” ในสมัยรัชกาล 3 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดไพชยนต์พลเสพย์”

ภายในวัดแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระอุโบสถและพระวิหารที่มีความงดงามที่ได้รับอิทธิพลศิลปะแบบจีน ซึ่งมีลักษณะของการก่ออิฐถือปูน ไม่มีช่อฟ้าและใบระกา ใบเสมาสลักจากหินทรายสีเขียว มีบันไดอยู่ทางทิศตะวันตกสองแห่ง หัวบันไดประดับด้วยสิงโตหินแบบจีน บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ ลงรักปิดทอง ทำเป็นรูปป่าหิมพานต์และสัตว์ต่าง ๆ ในพระอุโบสถมีพระประธานปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่บนบุษบกยอดปรางค์จัตุรมุข ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่ง พุทไธสวรรย์

สำหรับพระวิหารก็ได้รับอิทธิพลศิลปะแบบจีนเช่นกัน ทางด้านหน้ามีพระโมคคัลลาน์ อัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า และพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวา ในอิริยาบถประทับนั่ง ลวดลายปูนปั้นที่หน้าบัน กรอบบานประตู หน้าต่าง สวยงามน่าเยือนเป็นอย่างยิ่ง
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

#—————————#

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (26)

ที่เที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสมุทรปราการ 1 วัน ใกล (25)

20. วิสาหกิจชุมชนธูปหอมสมุนไพร บางกระเจ้า
วิสาหกิจชุมชนธูปหอมสมุนไพร บางกระเจ้า ตั้งอยู่เลขที่ 22 หมู่ 3 ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แหล่งผลิตธูปหอมที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางน้ำผึ้ง เน้นการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น อาทิ มะกรูด ตะไคร้หอม และสะเดา ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในกลิ่นหอมและสามารถไล่ยุงได้

สำหรับการเดินทางเข้าไปชมชุมชนธูปหอมสมุนไพร สามารถปั่นจักรยานลัดเลาะเลียบคลองเล็กๆเข้าไปได้ เพราะด้วยบรรยากาศภายในที่แสนร่มรื่น น่าพักผ่อน นอกจากนี้ยังสามารถซื้อเป็นของฝาก รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมอบรม การทำธูปหอมไล่ยุง ทำผ้ามัดย้อมได้อีกด้วย

#——————————-#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!