“ดอยตุง” ดินแดนแห่งนี้มีแรงบันดาลใจ ที่เที่ยวยอดฮิตเชียงราย

จากสถานที่ที่เคยเป็นแหล่งค้าขายยาเสพติดระดับโลก กลับกลายมาเป็นดินแดนแห่งแรงบันดาลใจ ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทั้งประเทศแวะเวียนขึ้นมาเที่ยวที่นี่กันอย่างไม่ขาดสาย

เพราะพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จย่า ซึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่วดอยตุงและผืนแผ่นดินไทย เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ไปตลอดกาล

ดอยตุง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ติดกับชายแดนของประเทศเมียนมาร์ มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทิวทัศน์สวยงาม และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ สามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวได้ทั้งแบบ 2วัน 1 คืน หรือ One day trip ก็ได้ครับ แล้วแต่สะดวกเลย

เรามาดูกันว่า ถ้าเรามีเวลาหนึ่งวันบนดอยตุง ดินแดนแห่งแรงบันดาลใจแห่งนี้ เราไปเที่ยวไหนกันดี

1.หอแห่งแรงบันดาลใจ

สถานที่ที่ผมคิดว่าคนไทยทุกคนควรจะต้องมาชมให้ได้ ที่นี่ทำออกมาได้ดีมาก ภายในหอแห่งแรงบันดาลใจ จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับราชสกุลมหิดล ซึ่งถ่ายทอดพระราชจริยวัตรในการทำงาน และพระวิริยะอุตสาหะที่มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย

โดยหวังให้ผู้เข้าชมได้เกิดแรงบันดาลใจ ยึดมั่นในความดี คิดดี ทำดีเท่าที่ตนเองจะสามารถทำได้ เพื่อพลังแห่งความดีนี้ จะได้ผลิดอกออกผลบานสะพรั่งไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ดังเช่นราชสกุลมหิดล

ที่เปรียบเสมือนหยดน้ำหยดเล็กๆ ที่ค่อยๆ หลั่งริน สร้างแรงกระเพื่อม ดับร้อน และบันดาลความชุ่มชื่นผาสุกไปทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย

โดยหอแห่งแรงบันดาลใจแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น. เข้าชมฟรี

2.พระตำหนักดอยตุง

พระตำหนักดอยตุง เคยเป็นสถานที่ประทับแปรพระราชฐานใน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่าเมื่อครั้งยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่

พระตำหนักมีการผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีการแกะสลักไม้กาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่าง ๆ โดยฝีมือช่างชาวล้านนา

สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามของสถาปัตยกรรมและวิวทิวทัศน์ที่อลังการเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวไทยโดยเฉพาะชาวเขา เพราะในสมัยที่สมเด็จย่ายังมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น สมเด็จย่าทรงใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ทรงงานเพื่อพัฒนาชีวิตชาวเขาและและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ในบริเวณนี้ให้ดีขึ้น

โดยยึดหลักการพัฒนาแบบยั่งยืน สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวเขาได้จริง ซึ่งทำให้พวกเขาเลิกจากการเพาะปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด ให้หันมาทำการเกษตร เพาะปลูกพืชเมืองหนาว จนชาวเขาในแถบนี้ มีชีวิตที่ดีขึ้น

ภายในพระตำหนักดอยตุงนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่สวยงาม และสมพระเกียรติ ภายในพระที่นั่งจัดแสดงเรื่องราวพระราชจริยวัตรและข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จย่า

ที่แสดงถึงความเรียบง่ายในการดำรงชีวิตของพระองค์ซึ่งแทบไม่ต่างจากประชาชนทั่วไปเลย มีพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จย่า ให้ประชาชนที่มาเยี่ยมชมได้กราบสักการะ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทย

ที่นี่มีเครื่องบรรยายให้นักท่องเที่ยวได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง มีทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ ด้านในไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ เก็บได้เพียงแต่ความทรงจำ และความประทับใจเท่านั้นครับ

พระตำหนักดอยตุง เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น.โดยมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชมพระตำหนักดอยตุง คนละ 90บาท

ส่วนใครที่อยากเลือกซื้อของที่ระลึก ของฝากจากดอยตุง ที่นี่ก็มีร้านค้าสินค้าที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกันตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ผ้าพันคอ ของประดับตกแต่ง รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรในโครงการหลวง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโครงการพัฒนาดอยตุงของสมเด็จย่าและในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นเอง

3.สวนแม่ฟ้าหลวง

สวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขาบนดอยตุง สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 มีการปลูกดอกไม้สีสันสวยงามหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตลอดทั้งปี ออกดอกไม่ซ้ำกันตลอดทั้งสามฤดู นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมความงดงามได้ตลอดทั้งปี

ภายในสวนแม่ฟ้าหลวง มีประติมากรรม “ความต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นรูปปั้นเด็กยืนต่อตัวอยู่ที่กลางสวน นอกจากนี้ยังจัดแต่งสวนหินซึ่งประดับด้วยหินภูเขากลมเกลี้ยงขนาดใหญ่ สวนน้ำอุดมด้วยไม้น้ำพันธุ์ต่างๆ บัว และสวนปาล์มที่รวบรวมปาล์มไว้มากมายหลายชนิด โดยสวนแม่ฟ้าหลวง เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00น. ค่าธรรมเนียมในการเข้าชม 90บาท

สำหรับใครที่เดินชมสวนแม่ฟ้าหลวง เดินถ่ายภาพ เดินเซลฟี่กันจนเหนื่อยแล้ว ในสวนแม่ฟ้าหลวง มีร้านกาแฟน่ารักๆ อีกแห่งนึง ตั้งอยู่ใจกลางสวน “ดอยตุง คาเฟ่” ที่นี่มีกาแฟรสชาติดี ซึ่งได้จากการปลูกบนดอยตุงนั่นเอง ส่วนใครที่ไม่ชอบกินกาแฟ ก็มีเมนูจากถั่วแมคคาเดเมีย ที่ถือเป็นอีกหนึ่งของดีบนดอยตุง ให้ได้ชิมกัน

แต่ถ้าใครชอบความคุ้มค่า จะซื้อตั๋วแบบเหมาเป็นแพคเกจรวมแบบ One day pass ในราคาเพียง 200 บาท สามารถเข้าชมได้ทั้งพระตำหนักดอยตุง, สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ), สวนแม่ฟ้าหลวง และหอแห่งแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด

ส่วนขาลุย ที่นี่ก็มีกิจกรรมเจ๋งๆไว้ให้ไปลอง นั่นคือ “ดอยตุง Tree top walk” ที่ให้เราทุกคนได้ไปลองสัมผัส ลองเดินบนยอดไม้สูงๆ ในสวนแม่ฟ้าหลวง ที่ีมีเพียงทางเดินเล็กๆ คนที่รักความตื่นเต้นนี่ต้องไปลองให้ได้นะครับ ส่วนเรื่องความปลอดภัยไม่ต้องเป็นห่วง ที่นี่อุปกรณ์เซฟตี้ครบครัน มีการสอนการใช้งานเบื้องต้น และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่เป็นระยะๆ

4.สวนรุกขศาสตร์ดอยช้างมูบ

สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ที่ตั้งอยู่บริเวณดอยช้างมูบ สวนแห่งนี้อยู่ใกล้กับชายแดนไทย – พม่า เส้นทางค่อนข้างสูงชัน ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ที่นี่เป็นสวนที่จัดแสดงพันธุ์ไม้หายากและพันธุ์ไม้พื้นเมือง

ทั้งนางพญาเสือโคร่ง กล้วยไม้ป่าชนิดต่างๆ และต้นกุหลาบพันปีจากนานาประเทศที่จัดแสดงในสวนอย่างสวยงามร่มรื่นเป็นระเบียบ ให้นักท่องเที่ยวที่รักดอกไม้และรักการถ่ายภาพได้บันทึกเรื่องราวและช่วงเวลาดีๆกันได้อย่างเต็มอิ่ม โดยมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชมคนละ 90 บาท

5.ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ

“ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ” อยู่ไม่ไกลจากสวนรุกขศาสตร์ดอยช้างมูลเท่าไหร่ เป็นเขตแดนของประเทศกั้นระหว่างไทยกับพม่า มีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวัง บนดอยช้างมูบอากาศเย็นตลอดทั้งปี

เป็นจุดที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกมากๆ พระอาทิตย์ค่อยๆลดระดับลงสู่ขอบฟ้า ผ่านก้อนเมฆที่ถูกย้อมสีจากแสงแดดอ่อนๆ ทีละชั้น ทีละชั้น จนกลายเป็นสีทอง มีฉากหลังเป็นแนวเขาสูงสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา เป็นภาพที่สวยงาม และโรแมนติกจนไม่อยากละสายตาไปจากภาพที่อยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว

สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะเดินทางไปค้นหาแรงบันดาลใจที่ดอยตุง สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง โทรศัพท์ 053-767-015-7

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!