หนาวนี้ไปเชียงราย เช็คอินกินเที่ยว! เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 4

ดอยตุง จ. เชียงราย ไม่ได้มีแค่เป็นที่ตั้งของของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่เราได้ยินชื่อเสียงกันมาเท่านั้น

แต่ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวและคนไทยทุกอีกด้วย

ปลายปีอากาศกำลังเย็นสบายเช่นนี้ ดอยตุง กำลังมีงาน เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 4 

ในระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2560 – 28 มกราคม 2561  (ทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 18.00 น.)

ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สานต่อ – ต่อยอด”  เทศกาลแห่งรอยยิ้มและความสุขบนถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในประเทศไทย เพื่อสร้างบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ดัๆ จากการได้ร่วมสัมผัสและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการ “สานต่อ” และ “ต่อยอด” ศาสตร์และศิลป์จากการพัฒนาบนดอยตุง ผ่านไฮไลต์ต่างๆ ตลอด 360 นาที 30 วัน 3000 ก้าว

นอกจากนี้ยังเป็นการร่วมสืบสานพระราชปณิธาน “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเขาเอง” ผ่านโครงการพัฒนาดอยตุงฯ

อันสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลและพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของสมเด็จย่า ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้คนพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี อยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนและเป็นการร่วมน้อมรำลึกถึง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ผู้ทรงเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนา

มาเที่ยวเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” แล้ว บนดอยตุงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ สามารถจัดทริปเดินทางไปท่องเที่ยวได้ภายในหนึ่งวัน หรือจะเลือกนอนพักค้างคืนบนดอยตุงก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

มาดูกันครับว่า ในงานเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง”  ครั้งที่ 4 มีกิจกรรมไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจบ้าง

ถนนคนเดินสายวัฒนธรรม

ถนนคนเดินสายวัฒนธรรม เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมไฮไลท์ของงานสีสันแห่งดอยตุงครั้งนี้เลยก็ว่าได้

เพราะปีนี้ทางดอยตุงตั้งใจจัดให้เป็นถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยมีชาวเขา 6 ชนเผ่าบนดอยตุงนำสินค้าทางการเกษตรซึ่งปลูกในพื้นที่ รวมถึงงานหัตถกรรมสวยๆ จากภูมิปัญญาท้องถิ่น มาจำหน่ายด้วยตัวเองกว่า 80 ร้าน

ด้วยตั้งใจร่วมสืบสานพระราชปณิธาน “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเขาเอง” ผ่านโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อันสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลและพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของสมเด็จย่า ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้คนพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี อยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนและเป็นการร่วมน้อมรำลึกถึง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ผู้ทรงเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาอีกด้วย

D.I.Y Workshop

อีกกิจกรรมที่มาแนะนำเลยก็คือ D.I.Y Workshop  งานสีสันแห่งดอยตุงครั้งนี้มีกิจกรรม D.I.Y มาให้นักท่องเที่ยวได้มาสร้างผลงานศิลปะสวยของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมประดับดอกไม้แห้งบนกระดาษสาหรือปักด้ายลวดลายชนเผ่า โดยตกแต่งเป็นการ์ดอวยพรเก๋ๆ ตามไอเดียของตัวเอง หรือจะเป็นการเพ้นท์ลวดลายบนถ้วยชามเซรามิก โดยมีราคาเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 150 บาทเท่านั้น

ประดับดอกไม้แห้งบนกระดาษสา

เพ้นท์ลวดลายบนถ้วยชามเซรามิก

ลองปั้นเซรามิก

สาธิตการทอผ้า

รับรองว่า คุ้มค่าแน่นอน เพราะคุณจะได้นั่งทำเองกับมือและได้งานแฮนด์เมดชิ้นเดียวในโลกกลับเป็นไปของที่ระลึกด้วย

แวะชอปแวะชิิมอาหารถิ่นชาวดอย 

สนุกกับกิจกรรมแล้ว ถ้ารู้สึึกหิว ก็อออกมาเดินเล่นแวะชอปแวะชิิมอาหารถิ่นชาวดอย

โดยชาวเขาบนดอยตุงเขานำอาหารรสชาติเด็ดๆ  หน้าตาแปลกๆ มาวางขายให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองความอร่อย บอกเลยว่า เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

เพลิดเพลินกับกิจกรรมสนุกๆ ภายในงานแล้ว บนดอยตุงก็ยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่มาแล้วต้องเช็คอินกันต่ออีกสักหน่อย

หอแห่งแรงบันดาลใจ

ภายในหอแห่งแรงบันดาลใจจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับราชสกุลมหิดล ซึ่งถ่ายทอดพระราชจริยวัตรในการทรงงาน และพระวิริยะอุตสาหะที่มุ่งหมายพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย

โดยหวังให้ผู้เข้าชมได้เกิดแรงบันดาลใจ ให้ยึดมั่นในการทำความดี คิดดี ทำดีเท่าที่ตนเองพอจะทำได้ เพื่อพลังแห่งความดีนี้ จะได้ผลิดอกออกผลบานสะพรั่งไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ดั่งเช่นราชสกุลมหิดล ที่เปรียบเสมือนหยดน้ำหยดเล็กๆ ที่ค่อยๆหลั่งริน สร้างแรงกระเพื่อม ดับร้อน และบันดาลความผาสุกไปทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย

#—————————#

พระตำหนักดอยตุง

พระตำหนักดอยตุง ที่นี่เคยเป็นสถานที่ประทับแปรพระราชฐานของสมเด็จย่า เมื่อครั้งยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พระตำหนักมีการผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของสวิสเซอร์แลนด์ มีการแกะสลักไม้กาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่าง ๆ โดยฝีมือช่างชาวล้านนา

สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามของสถาปัตยกรรมและวิวทิวทัศน์ที่อลังการเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวไทยโดยเฉพาะชาวเขา

เพราะในสมัยที่สมเด็จย่ายังมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น สมเด็จย่าทรงใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ทรงงานเพื่อพัฒนาชีวิตชาวเขาและและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ในบริเวณนี้ให้ดีขึ้นโดยยึดหลักการพัฒนาแบบยั่งยืน สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวเขาได้จริง ซึ่งทำให้พวกเขาเลิกจากการเพาะปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด ให้หันมาทำการเกษตร เพาะปลูกพืชเมืองหนาว จนชาวเขาในแถบนี้ มีชีวิตที่ดีขึ้น

ภายในพระตำหนักดอยตุงนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่สวยงาม และสมพระเกียรติ ภายในพระที่นั่งจัดแสดงเรื่องราวพระราชจริยวัตรและข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จย่า ที่แสดงถึงความเรียบง่ายในการดำรงชีวิตของพระองค์ซึ่งแทบไม่ต่างจากประชาชนทั่วไปเลย มีพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จย่า ให้ประชาชนที่มาเยี่ยมชมได้กราบสักการะ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทย

ที่นี่มีเครื่องบรรยายให้นักท่องเที่ยวได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง มีทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ ด้านในไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ เก็บได้เพียงแต่ความทรงจำ และความประทับใจเท่านั้นครับ

พระตำหนักดอยตุง เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น.โดยมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชมพระตำหนักดอยตุง คนละ 90บาท

ส่วนใครที่อยากเลือกซื้อของที่ระลึก ของฝากจากดอยตุง ที่นี่ก็มีร้านค้าสินค้าที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกันตามใจชอบ

ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ผ้าพันคอ ของประดับตกแต่ง รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรในโครงการหลวง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโครงการพัฒนาดอยตุงของสมเด็จย่าและในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นเอง

#—————————#

สวนแม่ฟ้าหลวง

สวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขาบนดอยตุง สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 มีการปลูกดอกไม้สีสันสวยงามหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตลอดทั้งปี ออกดอกไม่ซ้ำกันตลอดทั้งสามฤดู

นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมความงดงามได้ตลอดทั้งปี ภายในสวนแม่ฟ้าหลวง มีประติมากรรม “ความต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นรูปปั้นเด็กยืนต่อตัวอยู่ที่กลางสวน นอกจากนี้ยังจัดแต่งสวนหินซึ่งประดับด้วยหินภูเขากลมเกลี้ยงขนาดใหญ่ สวนน้ำอุดมด้วยไม้น้ำพันธุ์ต่างๆ บัว

และสวนปาล์มที่รวบรวมปาล์มไว้มากมายหลายชนิด โดยสวนแม่ฟ้าหลวง เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00น. ค่าธรรมเนียมในการเข้าชม 90บาท

#—————————#

ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก 

หรือทางเดินเรือนยอดไม้ดอยตุง กิจกรรมแอดเวนเจอร์-องสวนแม่ฟ้าหลวง ระยะทางร่วม 300 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จัดเป็นเส้นทางที่ไม่ยาวมากแต่ยังได้ความสั่นและเสียวเล็กๆ เพราะอยู่สูงกว่า 30 เมตร ซึ่งจุดท็อปสุดสามารถมองเห็นดอยช้างมูบได้ด้วย

งานนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยนะ เค้ามีอุปกรณ์เซฟตี้ให้พร้อมทั้งเข็มขัดนิรภัย หมวก เชือก และตะขอเกี่ยวแถมด้วยเจ้าหน้าที่คอยดูแลเดินชมธรรมชาติบนทรีท็อป

ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก เปิดให้สัมผัสความเสียวและสวยของธรรมชาติทุกวันตั้งแต่ 08.30-17.00 น. รอบละ 13 คน ค่าเข้าคนละ 150 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือสูงไม่ถึง 120 ซม.ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ ถ้ามาเป็นกรุ๊ปใหญ่ควรโทรแจ้งล่วงหน้าที่ 053-767-015-6

#—————————#

จิบกาแฟดอยตุง

เล่นดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ก เสร็จ ก็เดินมาจิบกาแฟดอยตุงหอมๆ และชิมเค้กเคิมพลังกันสักหน่อยก่อนก็ลงดอยได้

#—————————#

สวนรุกขศาสตร์ดอยช้างมูบ

สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ที่ตั้งอยู่บริเวณดอยช้างมูบ สวนแห่งนี้อยู่ใกล้กับชายแดนไทย – พม่า เส้นทางค่อนข้างสูงชัน ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ที่นี่เป็นสวนที่จัดแสดงพันธุ์ไม้หายากและพันธุ์ไม้พื้นเมือง ทั้งนางพญาเสือโคร่ง กล้วยไม้ป่าชนิดต่างๆ

และต้นกุหลาบพันปีจากนานาประเทศที่จัดแสดงในสวนอย่างสวยงามร่มรื่นเป็นระเบียบ ให้นักท่องเที่ยวที่รักดอกไม้และรักการถ่ายภาพได้บันทึกเรื่องราวและช่วงเวลาดีๆกันได้อย่างเต็มอิ่ม โดยมีค่าธรรมเนียมในการเข้าชมคนละ 90 บาท

#—————————#

โซนศิลปะสร้างสรรค์

นิทรรศการศิลปะสร้างสรรค์ ด้วยการนำเรื่องราวบนดอยตุงมาเป็นแรงบันดาลใจ โดยทีมสถาปนิกชื่อดังเจ้าของรางวัลทั้งในและต่างประเทศ และกลุ่มศิลปินจาก “ขัวศิลปะ” เชียงราย รวมทั้งชุมชนดอยตุง มาร่วมกันสร้างสรรค์นิทรรศการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นเฉพาะงาน “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 4

 

#—————————#

ครัวตำหนัก

เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและดอกไม้นานาพันธุ์บนยอดดอยตุง จ.เชียงราย

ใครมาเที่ยวที่พระตำหนักดอยตุง หรือสวนแม่ฟ้าหลวงต้องไม่พลาดลิ้มรสความอร่อย ที่ทางครัวตำหนักเน้นคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นดี ปลอดสารพิษนำมาประกอบอาหาร ทั้งยังมีเชฟที่ช่ำช่องการทำอาหารมากกว่า 20 ปี ที่อยู่คู่กับพระตำหนักดอยตุงเป็นผู้บรรจงปรุงแต่งอาหารที่อร่อยและรักษาสุขภาพ

ครัวตำหนัก เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 20.00 น. โทร.0 5376 7003

สำหรับเมนูไฮไลท์ที่นักชิมไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง อาทิ ข้าวผัดดอยตุง เมี่ยงปลาดอยตุง แกงฮังเลหมู เป็นต้น

#—————————#

นอนเล่นรับลมหนาว “ดอยตุง ลอด์จ หรือ บ้านต้นน้ำ”

มาเที่ยวดอยตุงแล้วไม่อยากรีบมารีบกลับ แต่อยากหาที่พักสักคืนสำหรับนอนเล่นฟินๆ รับลมหนาว แนะนำให้จองมาที่นี่เลยนะ

“ดอยตุง ลอด์จ หรือ บ้านต้นน้ำ” ตั้งอยู่ห่างจากพระตำหนักดอยตุง และสวนแม่ฟ้าหลวงประมาณ 800 เมตร อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร เดิมเป็นสำนักงานและที่พักของหน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำที่ 31 กรมป่าไม้

เมื่อเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จฯ มาประทับทรงงานที่พระตำหนักดอยตุง

แต่ละครั้งเป็นระยะเวลาหลายเดือน บางคราวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ มาเฝ้าเยี่ยม จึงปรับให้เป็นบ้านพักสำหรับขบวนเสด็จ

หลังจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานอนุญาตสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ) เปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสมาพักบนดอยตุง และนำรายได้ไปดูแลรักษาห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ดอยตุง ลอด์จ ประกอบด้วยห้องพัก 46 ห้อง แบ่งเป็นแบบ Deluxe และ Superior พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถมองเห็นหมู่บ้านอาข่าป่ากล้วย ทุ่งนา ป่าสน และดอยตุงในมุมกว้าง

ดอยตุง ลอด์จ เป็นแหล่งสร้างงานอีกแห่งหนึ่ง และช่วยให้คนในพื้นที่ได้เรียนรู้วิชาชีพด้านการโรงแรม เช่น งานต้อนรับ งานบริการ งานห้องอาหาร และงานบริหารจัดการ ทำให้คนในพื้นที่มีทางเลือกเพิ่มขึ้น มีรายได้ที่ดีและมั่นคง ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำที่อื่น

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!