ขับกระบะพันธุ์แกร่งตะลุยเที่ยวสวนผึ้ง กับ Ford Ranger

การเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยการขับรถเที่ยว เป็นทางเลือกหนึ่งของหลายๆ คนในการออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ 

ยิ่งถ้าได้รถยนต์ที่มีความแข็งแกร่ง ขับง่าย สมบุกสมบัน และพาเราลุยได้ทุกที่อย่างปลอดภัย เชื่อเลยว่า ในทุกการเดินทางของคุณ จะเป็นทริปที่สนุก ประทับใจ และมีความทรงจำดีๆ อย่างแน่นอน

Triptravelgang : ทริปทราเวลแก็งค์ มีโอกาสเดินทางกับ Ford Ranger รถกระบะพันธุ์แกร่ง ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร แรงเหลือเฟือ สั่งได้ดั่งใจ การตอบสนองยอดเยี่ยม จะใช้งานแบบอเนกประสงค์ หรือจะเอาไปลุยก็ได้ ขับไปไหนรับรองว่ามีแต่คนมองแน่นอนครับ

ทันที่ที่เข้าไปนั่งด้านในรถ รู้สึกได้ทันทีว่า เป็นรถกระบะที่นั่งสบายมาก พื้นที่ใช้สอยด้านในกว้างขวาง นั่งกันได้แบบสบายๆ ระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย สั่งงานด้วยเสียงก็ได้

โดยระบบเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารภายในตัวรถ ช่วยให้เราควบคุมระบบต่างๆ ของตัวรถได้ โดยใช้แค่เสียง  ไม่ว่าจะเป็นระบบความบันเทิง และระบบปรับอากาศ มาพร้อมหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และสัญญาณเตือนระยะเดินหน้าและถอยหลัง

และที่สำคัญด้านในห้องโดยสารเงียบมาก เวลาที่รถวิ่งไป แทบจะไม่ได้ยินเสียงลมด้านนอกเลย อันนี้ชอบมากครับ เงียบจริงๆ

สำหรับจุดหมายของเราในวันนี้อยู่ที่ สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยจะไปแวะค้างคืนที่นั่นด้วย เป็นทริป 2 วัน 1 คืน ง่ายๆ แต่เราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างนั้น ตามมาดูกันได้เลยจ้า

Day 1

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จ.ราชบุรี โดยใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนี และไปตัดออกที่ถนนเพชรเกษมแถวๆ นครชัยศรี จากนั้นก็วิ่งตรงยาวๆ ผ่านจังหวัดนครปฐม อ.บ้านโป่ง อ.โพธาราม และเข้าสู่เขตอำเมือเมือง จ.ราชบุรี โดยในวันนี้ เราจะไปเริ่มต้นกันทริปนี้กันที่ “อุทยานหินเขางู”

ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองราชบุรี เดินทางสะดวกสบาย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่หลายๆคนจะนึกถึง เมื่อไปเที่ยวที่จังหวัดราชบุรี

แต่เดิม เขางูเ คยเป็นแหล่งระเบิดหินที่สำคัญของไทยมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเป็นหินปูนที่มีคุณภาพดี ต่อมาทั้งภาครัฐและประชาชนได้เล็งเห็นถึงความเสื่อมโทรมของสภาพภูมิประเทศ อีกทั้งที่เขางู ยังเคยเป็นศาสนสถานอันเก่าแก่ มีประวัติมายาวนาน จึงได้มีการยกเลิกสัมปทานการระเบิดและย่อยหินที่บริเวณนี้

หลังจากยกเลิกสัมปทาน เขางูกลายเป็นเหมืองร้าง มีสภาพทรุดโทรม ทางจังหวัดราชบุรีจึงได้พัฒนาเขางูให้เป็นสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยว  จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม มุมถ่ายรูปสวยๆ เพียบเลย ยิ่งตอนเย็นๆ พระอาทิตย์ตก ที่นี่จะยิ่งชิลล์มากๆ

เดี๋ยวนี้การจัดการที่เขางูดีขึ้นครับ รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้แล้ว ต้องจอดไว้ด้านนอกเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหารถยนต์ที่มีเสียงดัง เข้าไปรบกวนนักท่องเที่ยวรายอื่น

ที่ตั้ง : ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี

#—————————#

หลังจากเดินเล่น ถ่ายรูป หรือจะปั่นเรือถีบจนหมดแรงแล้ว เริ่มหิวข้าวกันแล้วล่ะสิ งั้นเราไปกินข้าวกลางวันกันดีกว่าครับ

วันนี้เราจะไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้าน “INLAYA bar & grill”  ร้านอาหารชื่อดังของราชบุรีที่สุดแสนจะโรแมนติก

ร้านนี้เป็นร้านอาหาร บรรยากาศริมทะเลสาบส่วนตัว สวยงามมากๆ อยู่ใกล้ๆกับเขางูเลยครับ เดินทางสะดวก แม้ตัวร้านจะอยู่ลึกซักหน่อย แต่ถ้าอร่อยและบรรยากาศดี การเดินทางก็ไม่ใช่ปัญหาครับ ร้านนี้วิวสวย  มุมถ่ายภาพเพียบเลย เข้ามาถ่ายภาพก็คุ้มแล้ว สวยจริงๆ ยิ่งในช่วงค่ำ จะเปิดไฟตามสะพาน ตามต้นไม้ ยิ่งดูก็ยิ่งสวย แถมมีดนตรีสดให้ฟังทุกคืนอีก

ที่นี่บริการเมนูอาหารทะเลปิ้งย่าง แล้วก็อาหารไทย และอาหารฟิวชั่นหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกปลาทู ทอดมันกุ้ง ปีกไก่ทอดน้ำปลา อินเลญาซอสมะนาว แกงเขียวหวานโรตีกรอบ เป็นต้น

 

ที่ตั้ง : 85 หมู่ 7 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี

เวลาเปิดปิด : เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น. ปิดทุกวันอังคาร

โทรศัพท์ : 0 3220 6179 , 09 6879 4875

#—————————#

หลังจากอิ่มหนำสำราญจากอาหารมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว เราออกเดินทางกันต่อดีกว่าครับ โดยมุ่งหน้าสู่อำเภอสวนผึ้ง ขับกันยาวๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยใช้เส้นทาง ถนนราชบุรี – ผาปก วิ่งตรงยาวๆเลยครับ ช่วงนี้ถนนแคบสักหน่อย ใช้ความเร็วได้เรื่อยๆ  โดยเรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ “ร้านกาแฟอามันเต้” ไปจิบกาแฟยามบ่าย ให้โล่งคอกันสักหน่อยดีกว่า

ร้านกาแฟอามันเต้ ที่นี่ใช้กาแฟสดสายพันธุ์ดี เป็นอาราบิกา 100% จากดอยช้าง จ.เชียงราย คั่วด้วยสูตรเฉพาะสไตล์อามันเต้  ที่โรงคั่วกาแฟของทางร้านเอง ซึ่งถือเป็นแห่งเดียวในสวนผึ้ง จึงสามารถสร้างเอกลักษณ์กาแฟเฉพาะตัวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม work shop สาธิตการชงกาแฟวิธีต่างๆ ให้ลูกค้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับเมล็ดกาแฟเบื้องต้นอีกด้วย

รับรองว่ากาแฟทุกแก้วของร้านกาแฟอามันเต้นั้น สดใหม่ หอมกรุ่น กลมกล่อม รสชาติละมุนลิ้น  แนะนำ “คาปูชิโน่เคลมบูเล่” อร่อยเข้มข้น หอมมากๆ รับรองว่าคอกาแฟจะต้องประทับใจรสชาติของกาแฟที่นี่อย่างแน่นอนจ้า

ที่ตั้ง : ถนนราชบุรี – ผาปก อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี (เยื้องๆร้านอาหารครัวม่อนไข่)

เวลาเปิดปิด : (สาขาโรงคั่วกาแฟ) เปิดบริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์-นักขัตฤกษ์ 8.00-18.00 น. / (สาขาครัวม่อนไข่) เปิดบริการทุกวัน 9.00-20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7101 9229

#—————————#

หลังจากฟินกับกาแฟแก้วโปรดเรียบร้อยแล้ว ปรับโหมดไปแอดเวนเจอร์กันบ้างดีกว่าครับ ด้วยการขึ้นไปพิชิตยอดเขากระโจม ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดราชบุรี อยู่ติดพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเส้นทางสุดโหด ทุรกันดานแบบสุดๆ แน่นอนว่า เราจะใช้เจ้า Ford Ranger  Wildtrak คันเนี้ยล่ะ ไปพิชิตยอดเขาลูกนี้กัน

ทางที่พาเราขึ้นสู่ยอดเขากระโจมนั้น โหด มันส์ สมคำร่ำลือเป็นทางดิน หิน ลุยแบบสมบุกสมบัน ผ่านระยะทางสุดโหดที่ยาวกว่า 9 ก.ม. ต้องขับด้วยความระมัดระวังสุดๆ  มีช่วงหนึ่งที่ต้องลุยน้ำลึกกว่าครึ่งเมตรด้วย แต่ก็ผ่านไปได้สบายๆ เพราะถ้ามากับ Ford Ranger  Wildtrak ไม่ต้องกลัว เปิดโหมด 4×4 แล้วลุยไปเลย สมรรถภาพเหลือๆ  ลุยได้สบายเลยจ้า กระบะพันธุ์แกร่งจริงๆ

พอขึ้นไปถึงด้านบน บอกเลยว่าคุ้มมากๆ วิวสวย เห็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มองไกลได้ถึงประเทศพม่าเลยล่ะ มีจุดให้ถ่ายรูปเพียบ อากาศก็เริ่มเย็นๆ ลง ใครที่ขึ้น้มาเที่ยวที่เข้ากระโจมในช่งบ่าย จะอยู่ชมวิวพระอาทิตย์ตกของที่นี่กันต่อก็ได้นะครับ ที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวที่งดงามอีกจุดหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่พวกเรานั่งเล่น ถ่ายภาพเก็บความสวยงามกันอยู่สักพัก จึงลงมติกันว่า พวกเรายังไม่ชินกับเส้นทาง เรารีบลงไปข้างล่างก่อนท้องฟ้าจะมืด น่าจะดีกว่า ฮ่าๆ

สำหรับใครที่อยากมาขึ้นเขากระโจม แต่ไม่มีรถส่วนตัว หรือว่าไม่มีรถกระบะ 4×4  สามารถติดต่อ กลุ่มรักษ์เขากระโจมได้ที่เบอร์นี้เลยครับ  08 9041 8728   ที่นี่มีรถรับจ้าง รับ – ส่งขึ้นเขากระโจม เที่ยวละ 1,500 บาทเท่านั้น บอกเลยว่าคุ้มมาก ไปกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ อุ่นใจกว่าเห็นๆ

#—————————#

เราลงมาถึงด้านล่างก็ค่ำพอดีครับ เข้าที่พักกันดีกว่า โดยวันนี้ เราเลือกพักกันที่ “เดอะ แคมป์ปิ้ง ฟิลด์ สวนผึ้ง” ที่พักสไตล์แคมป์ปิ้งสุดชิคของสวนผึ้ง

ที่นี่เป็นที่พักสไตล์แคมป์ปิ้งสุดชิค ที่ฉีกกฎทุกของการแคมป์ปิ้ง เพราะที่นี่มีทั้ง เตียงนอนนุ่มๆ พัดลมปรับอากาศเย็นฉ่ำ แถมยังมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม สามารถแคมป์ปิ้ง ทำกิจกรรมรอบกองไฟได้ด้วย ขอบอกเลยว่า ที่นี่บรรยากาศดีมากๆ

มีที่พักให้เลือกสองแบบครับ แบบเต็นท์กระโจม และบ้านพัก สำหรับผู้ที่มากันเป็นหมู่คณะ ที่นี่สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของป่าเขาลำเนาไพร และธรรมชาติ ถูกแวดล้อมด้วยป่าอ้อยและไร่ข้าวโพด ดูธรรมชาติสุดๆ  เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ไม่แพ้โรงแรม หรือว่ารีสอร์ทหรูๆเลยทีเดียว

พออาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย เราก็ออกมาแคมป์ปิ้งกันดีกว่าครับ ปิ้งย่างบาร์บีคิว กินกันสนุกๆในหมู่เพื่อน ร้องรำทำเพลงกันได้สบายๆ ท่ามกลางอากาศหนาวๆยามค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้าของสวนผึ้ง บอกเลยว่าต้องมาลองดูสักครั้งครับ

นอนเต็นท์สุดฟินแบบนี้ ราคาแค่คนละ 900 บาทเท่านั้น อาหารอีกสองมื้อ มีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้และแคมป์ปิ้งอีก บอกเลยว่าคุ้มมากๆ ครับ

ส่วนใครอยากนอนเต็นท์ของตัวเอง ก็สามารถนำเต็นท์มากางได้ที่นี่ โดยจะเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าพื้นที่ในการกางเต็นท์ส่วนใครจะซื้อแพคเกจอาหารสองมื้อของที่นี่ด้วย ก็ตามใจชอบครับ

เรานำเต็นท์ของ KARANA มาลองกางดู บอกเลยว่าเป็นเต็นท์ที่กางง่ายมาก กางและเก็บคนเดียวได้สบายๆ ภายในกว้างขวาง นอน 3-4 คนได้เลย

 

ที่ตั้ง : 57 ม.8 ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

โทรศัพท์ : 08 9170 9987

#—————————#

Day 2

เช้าวันรุ่งขึ้น ถ้าใครอยากตื่นเช้าขึ้นไปชมบรรยากาศพระอาทิตย์ และทะเลหมอกบนเขากระโจมอีกครั้งก็ได้นะครับ เพราะที่พักของเราก็อยู่ตรงทางขึ้นเขากระโจมอยู่แล้ว ติดต่อกับทางรีสอร์ทให้เค้าจัดหารถให้ได้เลย ไม่มีชาร์จเพิ่มด้วย

ส่วนพวกเรานั้น ขอนอนสบายๆ ดีกว่า แล้วค่อยตื่นมารับประทานอาหารเช้าของทางรีสอร์ท ที่นี่เค้าจัดเต็มมากนะครับ มีทั้งข้าวต้ม ข้าวผัด เบเกอรี่ ผลไม้ เพียบ รับรองว่าเต็มอิ่มอย่างแน่นอน

ช่วงสายๆ หลังจากเก็บข้าวของสัมภาระเสร็จเรียบร้อย พวกเรามุ่งหน้าออกจากที่พัก เพื่อไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง โรงเรียนชายแดนที่ตั้งอยู่บนแนวตะเข็บชายแดนระหว่างไทยกับพม่า โดยในวันนี้เราจะมาเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ นักเรียนของที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยยู่ตามแนวชายแดน

เด็กน้อยพวกนี้น่าสงสารนะครับ เป็นเด็กไม่มีสัญชาติ แต่อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ได้รับโอกาสจากทางโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทองด้วยการให้โอกาสในการศึกษาเล่าเรียน ได้มีความรู้สำหรับไปพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

วันนี้เรามาเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนของที่นี่ เป็นอาหารเมนูง่ายๆ อย่างผัดกระเพราหมูสับ ไข่เจียว ไส้กรอกทอด และไอศครีมกะทิสด เมนูง่ายๆ ดูธรรมดา แต่พอเราได้เห็นรอยยิ้มที่อิ่มเอมใจของเด็กๆ ที่นี่ ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า อาหารนี้มันคืออาหารมื้อพิเศษของพวกเขา แต่เราก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจแบบบอกไม่ถูก

#—————————#

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่โรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนตะโกปิดทองแล้ว เราลงจากเขามาหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่าครับ โดยมื้อกลางวันของวันนี้ เราจะไปฝากท้องกันที่ร้านอาหารชื่อดังของสวนผึ้งอีกหนึ่งร้าน นั่นคือ “ร้านอิ่มเพลิน” ” ร้านอาหารชื่อดังของสวนผึ้ง ร้านอาหารชื่อดังที่มีประสบการณ์มานานนับสิบปี แค่ได้ยินชื่อ ก็การันตีความอร่อยได้เลย

ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นการนำของเก่า เครื่องใช้เก่าๆมาประดับตกแต่งแนวย้อนยุค  มุมถ่ายรูปสวยๆเพียบเลย  ปลอดโปร่งโล่งสบาย มีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าร้าน ช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย ถึงไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่ก็ไม่ร้อนอบอ้าว แถมยังเห็นวิวของภูเขาด้านหน้าร้านอีกด้วย

เมนูเด็ดๆก็อย่างพวก กวางสับยี่หร่าเดือด, กุงขย่มถั่วพู, ทอดมันปลากราย, กุ้งกระเบื้อง และที่พลาดไม่ได้เลย นั่นคือเมนูกล้วยหอมทอด กินกับไอศกรีม ซึ่งถือเป็นเมนูเด็ดของร้านอิ่มเพลิน ที่ใครๆก็ชอบ อันนี้ต้องลองครับ อร่อยจริง

 

ที่ตั้ง : 37 หมู่ 8 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-21.00น.

โทรศัพท์ : 081-942-4460

#—————————#

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว เราไปหาเครื่องดื่มอร่อยๆ แวะกันก่อนกลับบ้านดีกว่าครับ โดยเราเลือกไปที่ ร้านกาแฟชื่อดังของสวนผึ้ง ที่มีชื่อว่า “โมอาย คอฟฟี่”

ร้านนี้มีการตกแต่งร้านที่สะดุดตา โดดเด่น ไม่เหมือนใคร โดยมีรูปปั้นโมอาย รูปปั้นหินชื่อดังที่ถูกพบในเกาะอีสเตอร์ ประเทศชิลี และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก นำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของ ร้านกาแฟ & อาหาร  ที่นี่ถือเป็นจุดแวะพักรถชิมกาแฟก่อนจะกลับกรุงเทพฯ

นอกจากอาหารและกาแฟจะรสชาติดีแล้ว สไตล์การตกแต่งร้าน ยังถือเป็นจุดเด่น ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ในร้านแยกสัดส่วนของร้านอาหาร และร้านกาแฟไว้อย่างชัดเจน

 

ที่ตั้ง :  9/9 หมู่.10 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น.

โทรศัพท์ : 08 1986 6554

#—————————#

ก่อนจะกลับบ้าน เราแวะพักผ่อนหย่อนใจที่ CORO FIELD ฟาร์มเมลอนชื่อดังของสวนผึ้ง

ที่นี่เป็นฟาร์มแบบแบบญี่ปุ่นแห่งแรกในเมืองไทย  ตกแต่งในสไตล์มินิมอล เน้นความเรียบง่าย แต่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย  ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งปลูกผัก เก็บผลมะเขือเทศ มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเล่นเพียบ

ส่วนใครที่ยังไม่อิ่ม ที่นี่ก็มีร้านอาหารและร้านเครื่องดื่ม ที่มีสูตรลับเฉพาะตัว พร้อมมีร้านขายผลิตผลทางการเกษตรให้ได้เลือกซื้อกลับบ้านอีกด้วย  อย่างพวกเมล่อน ผักสลัด มะเขือเทศ มันม่วง

มาที่นี่อย่าลืมลองชิม เมล่อนปั่นนมสดนะครับ อันนี้เมนูโปรดของแอดมินเลย อร่อยมาก

ที่ตั้ง : 117 ถนน ราชบุรี – ผาปก ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เวลาเปิดปิด: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 0-92569-4791

Facebook : facebook.com/corofieldTH

#—————————#

การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทริปที่ทุกคนได้สนุกสนานกับเส้นทาง และประทับใจกับรอยยิ้มของน้องๆ ทุกคน

ว่าแล่วอย่ามัวรอรี คว้าเป้ สะพายกล้อง  ขับ Ford Ranger ออกไปสัมผัสความงดงามของเมืองไทยด้วยกันสักทริป

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!