เช็คอินกินเที่ยว “ปราจีนบุรี-สระแก้ว” Travel Blogger Challenge 2018

เช็คอินกินเที่ยว ปราจีนบุรี-สระแก้ว 2 เมืองน่ารักสุดแดนบูรพา 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก เปิดมุมมองใหม่เส้นทางท่องเที่ยวของภาคตะวันออก สระแก้ว-ปราจีนบุรี จัดกิจกรรมแข่งขันเช็คอินสุดมันส์สนั่นโลกออนไลน์กันอีกครั้งกับ Travel Blogger Challenge 2018 : เที่ยวตะวันออก เช็คอินกินเที่ยว ปราจีนบุรี-สระแก้ว ในระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา

วิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า

ปีนี้ได้วางกลยุทธ์โปรโมต 2 เมืองรอง ปราจีนบุรี สระแก้ว โดยนำร่องทำกิจกรรมโครงการ “Travel Blogger Challenge 2018-เที่ยวตะวันออก เช็คอิน กิน เที่ยว” นำบล็อกเกอร์ชั้นนำของเมืองไทย 14 บล็อกเกอร์ ที่มีผู้ติดตามกว่า 2 ล้านคน

มาเป็นจุดเริ่มสร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวของทั้งสองจังหวัด เพื่อเปิดแหล่งท่องเที่ยวมุมใหม่ อาหารถิ่น สตรีทฟู้ด ร้านเด็ด ร้านดัง โดยใช้รถสามล้อตุ๊กตุ๊กเข้ามามีส่วนร่วมบริการการเดินทางตลอดการแข่งขัน นำลัดเลาะตามแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องการโปรโมตทั่วอำเภอเมืองปราจีนบุรี

โจทก์หลักของการจัดกิจกรรมนี้ “Travel Blogger Challenge 2018-เที่ยวตะวันออก เช็คอิน กิน เที่ยว” บล็อกเกอร์ทั้งหมดจะต้องแข่งขันกันนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวมุมใหม่ แล้วอัพโหลดเผยแพร่ผ่านออนไลน์แบบสด ๆ ทันที โดยมีบล็อกเกอร์ยอดนิยมอย่าง โลคอร์สไทยแลนด์, ไปไหนดี, เที่ยวไหมครับ, กิน-เที่ยว-ถ่าย, วันเดย์, วิศวะพาเที่ยว, พู่กันต์เจอร์นี่, นายสองสามก้าว, แพร่รีวิว, แฮงทูเก็ตเตอร์, เที่ยวให้ยับ, เจอร์นี่อะฮอลิก และแฮ็งค์รีวิว

เดินทางทริปด้วยรถตู้ของ AvisThailand

วันแรกนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสระแก้ว จุดแรก นำไปชมความยิ่งใหญ่ของ “ปราสาทสด็อกก๊อกธม” อำเภอโคกสูง

ปราสาทหินอายุกว่าพันปีตามแบบศิลปะปาปวนของขอม สวยงามครบถ้วน โดยเฉพาะปรางค์ประธานสูง 10 เมตร เป็นศูนย์กลางการทำพิธีพุทธสถาน

เดิน ชม ชอป ตลาดโรงเกลือ สระแก้ว

ไปสำรวจแหล่งช้อปสำคัญ “ตลาดโรงเกลือ” มีสินค้ามากมายเหมาะกับทุก Gen ทั้งกลุ่มสูงวัย เจนวาย ครอบครัว และอื่นๆ

กินอาหารเวียดนามร้านยายต๊าม อ.อรัญประเทศ

จากนั้นไปชม “วัดนครธรรม” มีหลวงพ่อขาวหรือหลวงพ่อปูน เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยปูนจากหนองดินจี่อายุกว่าร้อยปี มีความศักดิ์สิทธิ์นักท่องเที่ยวชอบไปขอโชคลาภด้วย

พาไปเยือน “โรงเรียนกาสรกสิวิทย์” อำเภอเมืองสระแก้ว เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรและปศุสัตว์เป็นโรงเรียนฝึกสอนควายที่ชาวนานำมาใช้ทำการเกษตร เพราะปัจจุบันชาวนาใช้รถ ดังนั้นจึงต้องนำควายมาเข้าโรงเรียนแล้วสอนการไถนาก่อนจะนำไปใช้ในงานจริง

ส่วนตอนเย็นก็เช็คอินกันที่คาเฟ่เก๋ๆ ร้านนาสวนคาเฟ่ อ.เมือง จ.สระแก้ว

และ พักผ่อนสุดสบายกันที่โรงแรมฮอปอินท์ อ.เมือง จ.สระแก้ว

 

วันที่สองบล็อกเกอร์เดินทางไปเมือง “ปราจีนบุรี” โดยวันนี้เป็นวันจัดกิจกรรมการแข่งขัน Travel Blogger  Challenge  2018 ของภูมิภาคภาคตะวันออก ณ จ.ปราจีนบุรี โดยเน้นพื้นที่แข่งขันรอบตัวเมืองเป็นหลัก บล็อกเกอร์ทุกทีมจะออกสตาร์ทการแข่งขัน Travel Blogger Challenge 2018 จากบริเวณศาลหลักเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยรถตุ๊กตุ๊ก

และทำภารกิจการแข่งขันเช็คอินตลอดทั้งวัน

ส่วนพิกัดเช็คอินก็เน้นแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ เช่น วัดแก้วพิจิตร

โรงพยาบาลอภัยภูเบศร

ร้านอาหารถิ่นในตำนานที่มาแล้วต้องลองชิม เช่น ร้านข้าวสามหน้า ที่เปิดขายมานานกว่า 50 ปี ร้านข้าวมันไก่เจ้าอร่อย ร้านอาหารเวียดนาม ร้าคาเฟ่นานั่ง สวนผลไม้รอบๆ ตัวเมืองปราจีนบุรี เป็นต้น

“บ้านเล่าเรื่อง” อายุเก่าแก่กว่า 70 ปี ของมูลนิธิโรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ ตั้งอยู่ใกล้ศาลหลักเมือง มีบริการอาหาร ของว่าง เครื่องดื่ม สมุนไพร ต้นตำรับโบราณ ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว พร้อมกับมีเรื่องราวผ่านภาพที่ประดับอยู่ตามห้องต่าง ๆ

ภายในบ้าน สถานที่แห่งนี้สามารถรองรับการจัดงานเลี้ยง ประชุม พรี-เวดดิ้ง หรือนักท่องเที่ยวจะแวะไปชิมอาหารสมุนไพรแบบไทย อร่อยทุกเมนู

โรงพยาบาลอภัยภูเบศร์” แหล่งสมุนไพรไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก มีกิจกรรมสาธิตการทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร นิทรรศการแสดงเรื่องราวความเป็นมาของโรงพยาบาลเชื่อมต่อกับอภัยภูเบศร์ในเมืองพระตะบอง กัมพูชา

ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ บ้านแหลมหิน

เส้นทางสายกิน ตั้งแต่ร้านอาหารท้องถิ่นริมถนนรสชาติอร่อย เช่น ร้านข้าว 3 หน้า-หมูแดง-ไก่-หมูกรอบ ทำมา 50 ปี ร้านพันธ์ทองไก่ทอด ร้านสมาร์ทก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณ ส่วนของหวานก็มี ร้านเค้กครัวนภา ร้านข้าวเหนียวมะม่วงแม่สายหยุดในตลาดสดปราจีนบุรี

และร้านสไตล์ชิค ๆ เทรนดี้เหมาะสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ไฮไลต์คือ “ร้านเดอย่า คาเฟ่”

บุกไปชิมผลไม้ในสวนลึกกลางชุมชนที่ “สวนทุเรียนนมสดลุงสำเภา” ซึ่งมีทุเรียนรสเลิศ ที่คนรอคอยมาตลอดทั้งปีผลผลิตจะออกช่วงเมษายน-พฤษภาคม ของทุกปี เป็นสวนนำร่องในประเทศไทยที่ใช้นมสดปีละหลายหมื่นกระป๋องมารดเพื่อเพิ่มความ หวาน มัน หนึบเหนียว อร่อยกว่าทุเรียนภาคอื่น ๆ

ผอ.วิบูลย์กล่าวว่า ตลอดการแข่งขันในรายการ “Travel Blogger Challenge 2018” ได้เปิดให้บล็อกเกอร์ประชันกันระดมแฟนคลับติดตามเข้ามากดไลท์กดแชร์ให้ได้มากที่สุด เพื่อลุ้นรางวัลชนะเลิศ ส่วนผลลัพธ์ที่ได้คือได้โปรโมตแหล่ง “เช็คอิน-กิน-เที่ยว ปราจีนบุรี สระแก้ว” เผยแพร่เข้าถึงผู้ติดตามจำนวนหลักล้านคน กระตุ้นความสนใจให้เลือกปราจีนบุรี กับ สระแก้ว เป็นเมืองรองอันดับต้น ๆ ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในทุกโอกาสตลอดไป

ส่วนคืนที่สองเราผ่อนกันที่ “เซเรนิตี้ โฮเต็ล สปา แอนด์ ออนเซ็น กบินทร์บุรี” ตั้งอยู่ที่อำเภอนาดี ปราจีนบุรี ภายในมีออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น มี 2 บ่อ ใช้น้ำแบบสระเกลือ อุณหภูมิบ่อแรก 37 องศเซลเซียส บ่อที่ 2 อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส

รองรับทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวญี่ปุ่นระดับบริหารที่เข้ามาทำงานอยู่ในนิคมแถวกบินทร์บุรี เป็นรีสอร์ตสุขภาพมีระดับมาตรฐานสากล

หรือถ้าพักที่ริมน้ำ แนะนำ โรงแรมอรุณสวัสดิ์ รีเวอร์ วิว รีสอร์ท อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

วันที่สามเราเดินทางไปเยือนอ่างเก็บน้ำนฤบดินทร์จินดาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือเรียกว่าอ่างเก็บห้วยโสมง ในตำบลแก่งดินสอ อ.นาดี ถือได้ว่าเป็นโครงการแหล่งน้ำในพระราชดำริโครงการสุดท้ายของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพื้นที่ขนาดใหญ่สวยงาม สามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันก็มีแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา “วัดรัตนเนตราราม” เป็นประติมากรรมวัดจากเปลือกหอยทะเลเป็นงานพุทธศิลป์อย่างแท้จริง เนื่องจากหลวงพ่อได้นำเปลือกหอยหลายชนิดมาตกแต่งตั้งแต่บันไดไปจนถึงวิหารทำให้เกิดความตระการตาดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมี “ร้านอาหาร” แนะนำให้แวะไปคือ “บ้านเนินน้ำ” ต้นตำรับเมนูท้องถิ่นนำผักกะเฉดชะลูดน้ำขึ้นอยู่ใต้น้ำมาปรุงเมนูอาหาร รสชาติหวานกรอบอร่อย

นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช กล่าวว่า กิจกรรมการแข่งขันของกลุ่มบล็อกเกอร์ครั้งนี้ เพื่อเปิดเส้นทางตัวอย่างให้นักท่องเที่ยว ได้ทดลองตามมาท่องเที่ยวกันทั้งในสระแก้วและปราจีนบุรี ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ แหล่งช้อปปิ้ง อาหารถิ่น โดยภาพรวมต้องการวางกลยุทธ์กระตุ้นคนไทยทุกวัยเดินทางไปท่องเที่ยว เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน

สถิติปี 2560 ปราจีนบุรี มีนักท่องเที่ยว 1.7 ล้านคน รายได้ 4,500 ล้านบาท สระแก้ว มีนักท่องเที่ยว 2.7 ล้านคน สร้างรายได้ 7,500 ล้านบาท เนื่องจากเป็นเมืองค้าชายแดนจึงมีการขายค่อนข้างคึกคักมาก เป้าหมายปี 2561 โดยภาพรวมจะกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองที่อยู่ในความดูแลของ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก มีรายได้เติบโตตามเป้าหมายหลั่งไหลเข้าสู่ท้องถิ่น 8-10 %

โดยปูพรมเน้นสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว และการกระตุ้นภาคเอกชนทุกกลุ่มในพื้นที่ร่วมมือกันสร้างสรรโปรดักซ์มัดใจตลาดทุกกลุ่ม เร่งขยายกลยุทธ์ 5 ช.“ชม-ชิม-ช้อป-แชร์-ช่วย” เพราะทั้งปราจีนบุรี และสระแก้ว มีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลขับรถเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

ททท.พร้อมเดินหน้าแจ้งเกิดการท่องเที่ยว 2 เมืองใหม่ “ปราจีนบุรี-สระแก้ว” ผ่านช่องทางสื่อแนวใหม่บล็อกเกอร์ออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ที่สามารถเพิ่มแรงจูงใจให้คนทุกวัยเข้าไปท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ ๆ เพื่อทำให้ปีท่องเที่ยว วิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน เป็นแม่เหล็กขั้วใหญ่ดึงรายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างจริงจังทั้งปัจจุบันและอนาคตต่อไป

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!