พักร้อนนอน “เกาะหมาก” แบบกรีนๆ เที่ยวเมืองตราดชิลล์ๆ สไตล์ LOW CARBON DESTINATION

มีวันลาพักร้อนและวันหยุดกันไม่มาก ทริปนี้เลยอยากจะชวนลาพักร้อนหนีเมืองกรุงไปสูดอากาศบริสุทธิ์ นั่งมองฟ้า มองทะเลสวยๆ  มองต้นมะพร้าวเขียวให้สบายตาที่ เกาะหมาก จ.ตราด และแวะเที่ยวตัวเมืองตราดอีกสักนิดกันก่อนกลับ

การเดินทางไปเกาะหมากครั้งนี้พิเศษกว่าที่เคย คือไม่ใช่แค่ไปนอนชิลล์ๆ เที่ยวฟินอย่างเดียวนะครับ แต่เราจะพาไปเปิดประสบการณ์เที่ยวสไตล์รักษ์โลกแบบ “โลว์คาร์บอน” บนเกาะหมากกันแบบชิลล์ๆ คือ ลดการมใช้มลพิษให้น้อยลง

เป็นกิจกรรมง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ แถมได้ดูแลธรรมชาติบนเกาะหมากไปในตัวด้วยนั่นเอง

เกาะหมากพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติสีเขียวๆ มีทั้งสวนมะพร้าว สวนยางพารา ชาวบ้านก็ยังอยู่แบบเรียบง่ายๆ ที่พักก็มีไม่มาก นักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะเหมือนเกาะช้าง การมาเที่ยวเกาะหมากสไตล์นักท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน เราสามารถเริ่มต้นวางแผนเองได้ตั้งแต่ขึ้นเกาะหมาก

เช่น การปั่นจักรยานเที่ยวแทนการเช่ามอเตอร์ไซต์ การนั่งรถรางเที่ยวบนเกาะ  การกินอาหารที่จับได้จากชาวบ้านบนเกาะ ซึ่งเป็นการลดปริมาณมลพิษที่เกิดจากการขนส่งลง รวมทั้งช่วยสนับสนุนสินค้าชาวบ้านท้องถิ่นอีกทาง ส่วนที่พักบนเกาะหมากหลายแห่งก็มีระบบการจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม มีระบบบำบัดน้ำเสีย ลดการใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น ใช้พลังงานทดแทนอื่นๆ รวมทั้งให้บริการแขกด้วยอาหารท้องถิ่น เป็นต้น

การมาเที่ยวทริปนี้ของเรา จึงไม่ใช่การเที่ยวแบบต้องประหยัดหรือลดทอนความสุขไปมากมาย แต่เป็นเพิ่มความหัวใจนักอนุรักษ์ การดูแลธรรมชาติร่วมไปกับการท่องเที่ยวในชีวิตประจำวันได้ ตามไปดูกันว่าทริปสนุกๆ ของเราในครั้งมีกิจกรรมอะไรชวนชมบ้าง

จากกรุงเทพฯ มาถึงเกาะหมากแต่เช้าหน่อย เพราะเราเดินทางด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส นั่งเครื่องชั่วโมงเดียวก็ถึงตราดแล้ว

มีเที่ยวบินขาไปจากสุวรรณภูมิ วันธรรมดา 2 รอบ วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 3 รอบ และขากลับวันธรรมดา 2 รอบ วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 3 รอบ

บินสบายๆ อาหารอร่อย และพนักงานบริการด้วยรอยยิ้ม บอกเลยว่าประทับใจมาก

นั่งเรือสปี๊ดโบ้ทจากตราดไปเกาะหมากใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ พอถึงท่าเรือเกาะหมากปุ๊บ เราก็เดินทางไปเช็คอินที่ เกาะหมาก ซินนาม่อน อาร์ต รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kohmak Cinnamon Art Resort And Spa)

ที่พักสวย บรรยากาศดีแห่งเกาะหมาก เงียบ สงบ ตอบโจทย์การพักผ่อน โดยเฉพาะการออกแบบที่พักด้วยวัสดุธรรมชาติอย่าง ไม้เก่า, ไม้ไผ่และใบไม้ คล้ายหมู่บ้านของชาวทะเลในสมัยก่อน ภายใต้แนวความคิดที่ว่า เรือนน้อยร้อยเรื่อง อีกทั้งยังมีการบริการที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ภายในมีห้องพักให้เลือก 6 แบบ ได้แก่  ห้องพัก Sea View, Autumn Leaf, Pool Side Villa, Beach Front และ Pool Hut Vil ภายในห้องพักกว้าง สบาย ใช้โทนสีขาวตัดกับสีไม้ได้อย่างลงตัว แถมยังจัดสัดส่วนของห้องให้ตอบโจทย์ของการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี

เหมาะทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อนและครอบครัว มีกิจกรรมสนุก ๆ ทั้งว่ายน้ำ, ศาลานั่งพักร้อน, เดินชมวิวธรรมชาติรอบ ๆ รีสอร์ท มีแพ็กเก็จท่องเที่ยวไปยังเกาะใกล้เคียงและมีร้านอาหารอร่อยไว้บริการเช่นกัน

ที่ตั้ง : 26/7 ม.2 ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด

โทรศัพท์ : 099 286 9714

เว็บไซต์ : http://www.cinnamonkohmak.com/

มาเกาะหมากทั้งทีบอกแล้วว่าครั้งนี้เป็นกิจกรรมสุดพิเศษ เพราะเรามาเที่ยวโลว์คาร์บอนกัน ดังนั้นเราเลยแวะมาเช็คอินความสดชื่นกันที่นี่

เกาะหมาก รีสอร์ท ต้นแบบการเที่ยวแบบประหยัดพลังงานบนเกาะ เป็นรีสอร์ท ที่มีทั้งสวนเกษตรอินทรีย์ ที่ปลูกแล้วนำนำผลผลิตมาใช้ในที่พักได้จริง ที่เหลือยังนำไปขายสร้างรายได้ได้อีกด้วย

มาที่นี่มีกิจกรรมแบบโลว์คาร์บอน ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เช่น การทำอาหารจากพืชผักที่ปลูกในสวนเกษตรอินทรีย์ อาทิ ตำส้มตำกินเอง โดยทางรีสอร์ทเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบให้ เดินชมสวนสีเขียว เช่น ไร่ข้าวโพด นาข้าว สับปะรด มะเขือพวง มะละกอ ฯลฯ

มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวปลูกข้าวโพด เก็บข้าวโพด และกินข้าวโพดดิบๆ จากต้นด้วย  สาธิตการอบไม้ ทำถ่าน

ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องพักที่นี่ก็สามารถติดต่อทำกิจกรรมเหล่านี้ได้ พร้อมต้อนรับทุกคนไม่ว่าจะมาเป็นคู่ มาเป็นหมู่คณะก็ได้

สนใจกิจกรรมสนุกๆ เกาะหมาก รีสอร์ท โทร.089-600-9597 หรือ ททท.สำนักงานตราด 0-3959-7259

จากนั้นเราก็เดินทางไปจุดชมวิวไทดาโฮ วิสต้า

หนึ่งในจุดเช็กอินวิวสวยดุจภาพวาดแบบ 360 องศา ที่มองเห็นท้องทะเลสีครามของทะเลตราดในอ่าวไทยได้เต็มตาเลยก็ว่าได้

สำหรับ จุดชมวิวไทดาโฮ วิสต้า ตั้งอยู่ภายใน ไทดาโฮ วิสต้า รีสอร์ท ที่พักที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หากมองจากจุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นได้ไกลถึงเกาะขาม

และแม้ว่าจุดชมวิวนี้จะตั้งอยู่ภายในพื้นที่ไทดาโฮ วิสต้า รีสอร์ท แต่เจ้าของก็ใจดีเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เข้าพักสามารถขึ้นไปชมวิวสวยได้

ที่ตั้ง : 1/10 ม.2 ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด

โทรศัพท์ : 085 136 4529

มาเกาะหมาก แล้วอยากรู้จักชาวเกาะหมากแบบลึกซึ้งให้แวะมา พิพิธภัณฑ์เกาะหมาก

ที่นี่จัดแสดงข้อมูลวิถีชีวิตของชาวเกาะหมากในท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ประวัติศาสตร์โบราณคดี และศิลปหัตถกรรม มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านให้นักท่องเที่ยวสนใจได้เข้าไปเรียนรู้ ซึ่งที่ตั้งของตัวพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก ก็หาไม่ยากเพราะติดกับ ร้านอาหารเกาะหมากซีฟู๊ด

เพราะเจ้าของเป็นทั้งเจ้าของบ้านและร้านอาหารเกาะหมาก ซีฟู๊ด ซึ่งจะมาแนะนำพาเดินชม พาเที่ยวรอบพิพิธภัณฑ์ พร้อมให้ความรู้ตลอดทาง ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่ได้ทั้งความรู้และได้มิตรภาพที่อบอุ่นและความน่ารักของคนบนเกาะเลยก็ว่าได้

ที่ตั้ง : อ่าวนิด ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด

เวลาเปิดปิด : เวลา 09.00-17.00 น.

โทรศัพท์ : 089 512 5500

มาแล้วไม่ควรพลาดมาร้านนี้เลย ร้านอาหารเกาะหมาก ซีฟู๊ด

ร้านอาหารทะเลที่คัดเน้น ๆ ด้วยวัตถุดิบสด ใหม่ มาบริการให้นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรืออ่าวนิดและพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก ซึ่งบรรยากาศโดยทั่วไปของที่นี่ก็จะเงียบสงบ ส่วนที่นั่งภายในร้านก็จัดว่างแบบสบาย ๆ เน้นรับลมชมวิวธรรมชาติ

มาถึงเมนูอาหารของร้านก็มีให้เลือกกว่า 100 เมนู ซึ่งเมนูเด็ดที่อยากแนะนำนั่งก็คือ เกาะหมาก Hot Pot, หอยเชลล์อบเนย, กุ้งผัดพริกขี้หนู, ออส่วน, ปลากะพงทอดราดแกงเขียวหวาน, แกงป่าปลาเห็ดโคน, ปลาฉลามผัดฉ่า, ไข่ตุ๋นทะเล และเมนูอื่น ๆ อีกสารพัดอย่าง ที่การันตีความสด ใหม่ ของอาหารทะเลอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : 49 ม.1 ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด

เวลาเปิดปิด : เวลา 10.30-21.30. น.

โทรศัพท์ : 089 833 4474

ส่วนวันที่สอง เราเดินทางไปlสนุกกับ กิจกรรมปลูกมะพร้าว ทำน้ำมันมะพร้าวที่ บ้านหลวงพรหมภักดี

บ้านหลังนี้สวยงามคลาสสิกมาก เพราะเป็นบ้านโบราณตามแบบฉบับของสถาปัตยกรรมในสมัย ร.6 อายุกว่า 100 ปี

บ้านหลวงพรหมภักดี หรือ บ้านเกาะหมากหรือชื่อปัจจุบันคือ สวนพรหมประสาท เรือนไม้โบราณที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นด้วยตัวบ้านที่รีโนเวทใหม่ในโทนสีฟ้ากับหลังคาสีส้มตั้งอยู่ริมหาด อ่าวสวนใหญ่ ซึ่งในอดีตบ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านพักของ หลวงพรหมภักดี ต้นตระกูลตะเวทิกุล ที่พาครอบครัวข้ามมาอาศัยบนเกาะหมาก พร้อมริเริ่มทำสวนมะพร้าว สวนยางพารา ส่งไปขายยังบนฝั่ง

ปัจจุบันทายาทของบ้านหลังนี้ไม่ได้อยู่อาศัยแล้ว แต่ภายในก็ยังคงจัดวางเฟอร์นิเจอร์และรูปแบบเดิมของบ้านไว้เหมือนในอดีต และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้เข้าไปศึกษาและชมความงามของรูปแบบบ้านในอดีตได้ เพราะทั้งตัวบ้าน ห้องครัว โรงงาน โรงเก็บสินค้าและโรงไฟฟ้า ที่อยู่ภายในบริเวณบ้านหลังนี้ล้วนเป็นสิ่งล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีบางส่วนของบ้านที่แบ่งเป็นที่พักและบังกะโลให้เช่า บริการร้านอาหาร รวมถึงเปิดกิจกรรมพิเศษให้ได้ร่วมปลูกมะพร้าว ทำน้ำมันมะพร้าวอีกด้วย ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวบนเกาะหมากบนเลยว่าพลาดไม่ได้ที่จะมาที่นี่

ที่ตั้ง : ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด

บ่ายๆ  เราเดินทางไป เกาะกระดาน กันต่อ เพราะอยู่ใกล้เกาะหมากแค่นิดเดียว

เกาะกระดาด อันซีนไทยแลนด์อีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาด สนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวแบบซาฟารีกลางทะเลตราด เข้าไปให้อาหารกวาง พร้อมถ่ายเซลฟี่อย่างใกล้ชิดได้เที่ยวง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นาน

สำหรับที่มาของชื่อเกาะกระดาด คือในอดีตบนเกาะมีต้นกระดาดขึ้นอยู่บนจำนวนมาก บวกกับรูปร่างของเกาะที่แบนราบเหมือนแผ่นกระดาษนั่นเอง

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมาเที่ยวชิลที่เกาะกระดาด ที่นี่เป็นเกาะที่มีสถานะขึ้นเป็นเกาะส่วนตัวโดยมีโฉนดที่ดินตามกฎหมายมาตั้งแต่สมัย ร.5นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางเข้าไปเที่ยวสามารถซื้อแพ็กเก็จท่องเที่ยวจากเกาะกระดาดรีสอร์ทได้เลย

กิจกรรมเด่นที่น่าสนใจบนเกาะก็มีมากมายทั้ง นั่งเรือชมเกาะ, ดำน้ำดูปะการัง, นั่งรถอีกแต๋นชมเกาะ, เรียนรู้วิถีชาวบ้าน, ให้อาหารกวางสัมผัสกวางอย่างใกล้ชิดแบบเป็นมิตรไม่ทำร้ายคน เหมาะสำหรับทริปครอบครัวและกลุ่มเพื่อนเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : เกาะกระดาน (ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก ห่างประมาณ 1 กม.) จ.ตราด

โทรศัพท์ : 088 500 0667, 086 322 7010

เว็บไซต์ :  http://www.kohkradadresorts.com/

วันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว เราเดินทางออกจากเกาะหมากกลับตราดช่วง 8 โมงเช้า นั่งเรืออีกชั่วโมง ก็ได้มาเช็คอินกันที่ ประภาคารแหลมงอบ ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

ประภาคารแหลมงอบ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปเซลฟี่กับตัวประภาคารที่สูงโดดเด่นสัญลักษณ์สุดแผ่นดินตะวันออก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถ่ายรูปเก็บความทรงจำสวย ๆ ส่วนด้านหลังก็จะเป็นวิวสะพานท่าเรือทอดยาวเข้าไปในทะเล

เดิมที่นี่เคยคึกคักเป็นอย่างมากเพราะเป็นท่าเทียบเรือหลักที่รับนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่อยังเกาะช้าง เกาะหมากและเกาะกระดาด รวมไปถึงเกาะน้อยใหญ่อื่น ๆ อีกมากมาย แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปใช้ท่าเทียบเรืออื่น ๆ มากขึ้น

แต่ก็ยังคงมีเรือที่ให้บริการข้ามฝั่ง จำหน่ายแพ็คเกจท่องเที่ยวอยู่มากมายให้เพื่อน ๆ ที่แวะมาถ่ายรูปสวย ๆ กับตัวประภาคารได้เลือก เดินทางไปเที่ยวต่อได้อย่างสะดวกสบายเลย

สำหรับเพื่อน ๆ ที่มองหาร้านอาหารไว้ฝากท้องแถวแหลมงอบกันอยู่ ขอแนะนำ ร้านอาหารริมทะเลซีฟู้ด ร้านอาหารขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศดี วิวสวยรสชาติอาหารก็เริ่ดสุด ๆ สามารถมองเห็นทะเลตราดและเกาะช้างได้อย่างสบาย ๆ

แถมในยามเย็นที่นี่ก็เปิดไฟสวย ๆ ได้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบ ส่วนตัวร้านก็ใหญ่โตรองรับลูกค้าได้ถึง 300-500 คนเลยทีเดียว อีกทั้งยังรับจัดเลี้ยงทั้งในร้านและนอกสถานที่อีกด้วย

ส่วนเมนูแนะนำของร้านที่มาถึงแล้วต้องสั่ง ได้แก่ ปูเนื้อนึ่ง, ปูหลน+ผักสด, ปลาอินทรีย์ย่างซีอิ๊ว, ปลาเก๋าทอดสามรส,ปลากะพงทอดยำตะไคร้, น้ำพริกไข่ปูและทอดมันกุ้ง และเมนูอื่น ๆ อีกสารพัดอย่าง รับรองความอร่อยเพราะร้านนี้เป็นร้านที่บอกปากต่อปากมาร่ำลือกันมาว่าดีงามเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : 199/9 ม.1 ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

เวลาเปิดปิด : เวลา 09.00-22.00 น.

โทรศัพท์ : 039 597 084, 081 636 8137

จากนั้นก็นั่งรถชิลล์ไปเที่ยว หาดทรายดำ สถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีน 1 ใน 5 สถานที่ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกและยังมีให้ชมเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

สำหรับ หาดทรายดำ มหัศจรรย์แห่งเม็ดทรายที่สวยงามของเมืองตราดและเปิดเป็นศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลนไว้ให้นักนักท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาหาความรู้อีกทั้งยังมีความเชื่อที่ว่าตัวทรายของที่นี่มีแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ชายในคลายความปวดเมื่อย รักษาสิว ฝ้าและรักษาอัมพาตได้

ส่วนใครที่อยากมาเยือนที่นี่จะมีการเปิดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินเที่ยวชอบความสวยงามไปเรื่อย ๆ ยาว 1 กม. จนถึงด้านหน้าป่ามีแนะนำจุดชมสัตว์ประจำถิ่นที่น่าสนใจ อาทิ ปลาตีน, ปูแสม, ปูก้ามดาบและหอยขี้ค้อน

พลาดไม่ได้อย่างยิ่งกับกิจกรรมยอดฮิตอย่าง การทำสปาหาดทรายดำ, หมกทรายดำ เป็นต้น

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.30-16.30 น.

ที่ตั้ง : ม. 1-6 ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

โทรศัพท์ : 039 510 841, 039 510 962, 095 984 3759

หรือจะแวะไปกินข้าวที่ ร้านอาหารคนพลัดถิ่น

ชื่อร้านอาหารสุดแปลก แต่ก็ไม่แตกแยกในเรื่องของรสชาติความอร่อยเลยสักนิด

สำหรับร้านอาหารคนพลัดถิ่น ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร เสิร์ฟทั้งอาหารทะเล อาหารป่าและอาหารแบบบ้าน ๆ และเปิดบ่อให้ตกปลา ซึ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือที่ร้านมาโชว์เหยี่ยวแดงคอขาว ซึ่งเป็นความสวยงามตามธรรมชาติบนร้านนี้เพียงร้านเดียวในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

นอกจากจะได้ชมโชว์สุดพิเศษแล้ว เมนูอาหารของร้านก็มีให้เลือกแบบไม้อั้นเช่นกันอาทิ เอ็นหอยทอดกระเทียม, ปลาบู่นึ่งซีอิ๊ว, ต้มยำกุ้ง, หอยปิ่น, หอยจ้อปู และลาบปลาตะเพียน การันตรีด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ สดใหม่จากฟาร์มเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด

เวลาเปิดปิด : เวลา 10.00-19.00 น.

โทรศัพท์ : 081 351 3932

บ่ายๆ เราไปสัมผัสความรู้สนุกๆ ที่ พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองตราด แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคนเมืองตราด และเป็นพิพิธภัณฑสถานประจำเมืองตราดเลยก็ว่าได้ สำหรับที่ตั้งของพิพิธภัณฑฯใช้อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเดิมที่สร้างขึ้นในสมัย ร.6 ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมอาณานิคม สร้างเป็นเรือนไม้ เสาปูน ยกพื้นใต้ถุนสูง หลังคาทรง ปั้นหยา และยังคงมีการบูรณะซ่อมแซมอาคารมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเดินเข้ามายังภายในพิพิธภัณฑฯ สามารถแบ่งออกเป็นห้องแสดงนิทรรศการถาวร 6 หัวข้อ คือ

1. มรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมเมืองตราด จัดแสดงเรื่องภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัดตราด

2. ผู้คนเมืองตราด จัดแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดตราด อาทิ ไทย จีน เขมร ญวน ชอง

3. ลำดับทางโบราณคดีและประวัติเมืองตราด จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดตราดตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต้นสมัยประวัติศาสตร์ สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ (สมัย ร.1-4)

4. เหตุการณ์สำคัญในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงเรื่องการส่งมอบเมืองตราดคืนจากฝรั่งเศส การพระราชทานพระแสงราชศาสตราประจำเมือง และการเสด็จประพาสเมืองตราด

5. เหตุการณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง จัดแสดงเรื่องราวตามลำดับเหตุการณ์ยุทธนาวี โดยจำลองห้องจัดแสดงเป็นเรือรบ

6. ตลาดเมืองตราด จัดแสดงเรื่องราวการค้าในตลาดเก่าและสภาพปัจจุบันของตลาดเมืองตราด

เพื่อน ๆ ที่สนใจก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้โดยเสียค่าเข้าชมสำหรับเด็กส่วนสูงเกินกว่า 100 ซม. ขึ้นไป ราคา 5  บาท, ผู้ใหญ่ 10 บาท, เด็กต่างชาติส่วนสูงเกินกว่า 100 ซม. ขึ้นไป ราคา 10  บาท และผู้ใหญ่ต่างชาติ ราคา 30  บาท

**กรณีศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาเก็บค่าเข้าชมเป็นราย ๆ ไป

เวลาเปิดปิด : วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ 09.30-16.30 น. (ปิดวันจันทร์)

ที่ตั้ง : ถนนสันติสุข ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

มาเมืองตราดต้องแวะมาวัดดังอย่าง วัดบุปผาราม หรือชื่อเดิมคือ วัดปลายคลอง

วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สมัยกรุงศรีอยุธยา ตัวที่ตั้งของวัดอยู่เนินสูงสามารถมองเห็นวิวและความสวยงามของบริเวณโดยรอบได้อย่างชัดเจน บรรยากาศของวัดก็ร่มรื่น สวยงามสะอาดสบายตาสมกับเป็นอารามแห่งสวนดอกไม้ชื่อของวัดได้เป็นอย่างดี

อีกหนึ่งความสำคัญของวัดแห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจแล้วยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บโบราณวัตถุที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์มากมาย ซึ่งมีจุดที่น่าสนใจดังนี้ พิพิธภัณฑ์วัดบุปผาราม ที่มีพระบรมสารีริกธาตุ, พระพุทธรูปทองบุเงิน พระพุทธรูปปางต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยยุโรป กลองมโหระทึก

ต่อมาคือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ภายในพระอุโบสถและวิหารพระพุทธไสยาสน์, หมู่กุฏิเล็กทรงไทย, หอสวดมนต์, เจดีย์และวิหารที่ยังคงความสวยงามตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้ง : ม.3 บ.ปลายคลอง ถ.พัฒนาการปลายคลอง ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 3951 2636

ก่อนกลับแวะไปชิมสละหวานๆ ที่สวนสมโภชน์ กันสักหน่อย

สวนสละสมโภชน์ ปลูกสละพันธุ์สุมาลี ที่มีรสชาติหวาน หอม อร่อย ที่สำคัญคือ เนื้อเยอะ ผลใหญ่เต็มคำ ด้วยประสบการณ์การปลูกสละของเจ้าของสวนมากกว่า 30 ปี สละที่สวนสมโภชน์จึงได้รับการปลูกและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจึงทำให้ได้สละสุมาลีที่มีคุณภาพเป็นของดีขึ้นชื่อจังหวัดตราด

ที่ตั้ง: บ้านเลขที่ 219 บ้านท้ายวัง ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด

โทร. 081-4382015 , 039-674840

มาเที่ยวตราด ซื้ออะไรเป็นของฝากดี ? ถานึกไม่ออกก็แวะมาทางนี้ Check in Trat ร้านรวมรวมเอาของดีเมืองตราดาให้เพื่อน ๆ ได้เลือกมากที่สุด เมื่อเข้ามายังอาณาจักรแห่งนี้เพื่อน ๆ จะได้พบกับ 3 โซน คือ โซนร้านข้าวแกงแสนตุ้ง มีที่นั่งและเมนูอาหารข้าวแกงแสนตุ้งที่มีเมนูให้เลือกทานมากมาย

ต่อมาคือโซนคาเฟ่นั่งชิลที่มีเครื่องดื่มและของหวานทานล้างปากหลังจากของคาว ซึ่งมีการออกแบบมุมสวย ๆ เก๋ ๆ ให้ถ่ายรูปเช็กอินแบบฟิน ๆ อีกด้วย

และสุดท้ายคือโซนจำหน่ายของที่ระลึก ที่เปิดให้เลือกช้อปแบบจุใจเหมือนได้ไปเยือนทั่ว จ.ตราดกันเลยทีเดียว เพราะที่นี่รวบรวมเอาของฝาก ของขึ้นชื่อจากทั่วทุกมุมเมืองตราดมาไว้ให้เลือกในที่เดียวเลย

เวลาเปิดปิด : เวลา 07.00-18.00 น.

ที่ตั้ง : 198 ม.5 ถ.สุขุมวิท จ.ตราด

โทรศัพท์ : 092 278 8789

เห็นแต่จุดท่องเที่ยวที่เราได้รวบรวมนำมาฝากกันแล้ว เชื่อว่าเพื่อนหลายคนคงอยากเดินทางไปเที่ยวตราดและเกาะหมากคลายร้อนในช่วงวันหยุดสั้น ๆ กันบ้างแล้ว รับรองว่าทริปนี้จะช่วงเติมเต็มพลังกายและพลังใจได้เต็มที่อย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ททท.สำนักงานตราด โทรศัพท์ 039-597-259

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!