20 ที่เที่ยวอัมพวา-แม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เมืองสายน้ำสามเวลา เที่ยวได้ทุกวัน

ชวนไปเที่ยวง่าย ๆ ใช้ชีวิตเรียบสบายกับไลฟ์สไตล์ชาวแม่กลองจ.สมุทรสงคราม

ไปเช็คอินกับแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดร่มหุบ เที่ยววัดดัง เที่ยวชุมชนต่างๆ เติมความสุขกันแบบง่ายๆ ใกล้กรุงแค่นิดเดียว

วันหยุดนี้ยังนึกไม่ออกว่า ว่ามาเที่ยวสมุทรสงคราม แล้วไปไหนดี ตามเรามาเลย

1.ตลาดร่มหุบ อ.เมือง

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-17.30 น.

ที่ตั้ง : ซ.ศรีจำปา ต.แม่กลอง  อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของเมืองแม่กลอง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกสำหรับคนทั่วโลกเลยก็ว่าได้

สำหรับ ตลาดร่มหุบ ตลาดเก่าที่มีชื่อเสียงของแม่กลอง ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาพิสูจน์ความแปลกด้วยตาของตัวเองเสมอ แม่ว่าหลายคนจะขนานนามให้ตลาดนี้ว่าเป็น ตลาดเสี่ยงตาย ก็ตาม พูดถึงความแปลกของตลาดที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังให้ตลาดก็คือ กลางตลาดจะเป็นรางรถไฟที่ยังคงมีรถไฟวิ่งผ่านอยู่เป็นประจำทุกวัน

ไฮไลท์ความเก๋ของตลาดก็อยู่ในช่วงที่รถไฟวิ่งผ่าน เพราะพ่อค้าแม่ค้าจะเก็บของพร้อมหุบร่มหลบรถไฟแต่พอรถไฟผ่านไปตลาดแห่งนี้ก็จะกางร่มและขายของตามปกติเหมือนไม่เคยมีรถไฟวิ่งผ่านมาก่อน คลาย ๆ กับการเล่นมายากลเลยก็ว่าได้

ส่วนตารางรถไฟวิ่งผ่านมาตลาดร่มหุบ ชมความแปลกของตลาดก็มีหลายเวลาดังนี้ ขาออกจากสถานีรถไฟแม่กลอง ได้แก่ 06.20, 09.00, 11.30 และ 15.30 น. ส่วนขาเข้าสถานีรถไฟแม่กลอง คือเวลา 08.30, 11.10, 14.30 และ 17.40 น. นักท่องเที่ยวคนไหนที่จะมาชมช่วงเวลาไฮไลท์ก็เช็กเวลาให้ดีนะ

2.ตลาดน้ำอัมพวา อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด : เปิดวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 15.00-21.00 น.

ที่ตั้ง : หน้าพระวิหารวัดอัมพวันเจติยาราม ตลาดน้ำอัมพวา ถ.ประชาเศรษฐ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

ตลาดน้ำอัมพวา ต้นแบบตลาดน้ำที่แสนคึกคักเป็นที่รู้จักของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลกเลยก็ว่าได้

สำหรับเสน่ห์ความน่าสนใจของตลาดนั้นยังคงอยู่ที่บ้านเรือนภายในตลาดที่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้เป็นบ้านไม้มุงสังกะสีและการตกแต่งร้านในสไตล์วินเทจ โซนขายของมีทั้งร้านบนบกและร้านบนเรือริมน้ำ มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจอยู่เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือเที่ยวตลาด แวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในละแวะตลาด รวมไปถึงการล่องเรือเที่ยวชมหิ้งห้อยในช่วงกลางคืน

นอกจากจะเดินทางมาเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับได้แล้ว ที่อัมพวายังเต็มไปด้วยสถานที่เติมเต็มการพักผ่อนมากมาย อาทิ โรงแรม รีสอร์ท แต่จะให้ได้บรรยากาศแบบชาวอัมพวาแท้ ๆ ก็มีโฮมสเตย์ให้เลือกนอนหลายแห่งเช่นกัน

ส่วนช่วงเวลาท่องเที่ยวที่คึกคักมากที่สุดของตลาดคือในช่วงบ่ายถึงเย็น และในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่มาแล้วต้องมาซ้ำไม่มีเบื่อเลยสักครั้งแน่นอน

3. ตลาดน้ำบางน้อย อ.บางคนที

เวลาเปิดปิด : เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

ที่ตั้ง : ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

ชวนไปลิ้มชิมอาหารอร่อยที่ ตลาดน้ำบางน้อย ตลาดโบราณยอดฮิตของสมุทรสงคราม  ตั้งอยู่ปากคลองบางน้อย ด้านหน้าวัดเกาะแก้วซึ่งในอดีตที่นี่ถือเป็นหนึ่งในย่านค้าที่คึกคักมาก ๆ เพราะใช้เป็นตลาดค้าขายผลไม้และผลผลิตจากเกษตรกร แต่ปัจจุบันมีความเจริญมากขึ้นที่นี่จึงกลายเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงวิถีชีวิตเรียบง่ายและเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เมื่อเดินเข้าไปยังภายในตลาดจะพบบรรยากาศของร้านค้าเก่า ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในอาคารไม้เป็นห้องแถวที่อยู่ริมคลองบางกอกน้อย โดยร้านค้าจะมีความหลากหลายมีให้เลือกทั้งร้านอาหาร, ร้านขายของที่ระลึก, ร้านกาแฟ-คาเฟ่น่ารัก รวมไปถึงจุดถามภาพเก๋ๆ ที่ให้บรรยากาศแบบวินเทจเหมือนย้อนยุคเข้าไปเที่ยวตลาดในอดีต สามารถเดินเที่ยวยาว ๆ ไปจนถึงสะพานข้ามคลองบางกอกน้อยเลยทีเดียว

4. วัดบางกะพ้อม อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-16.30 น.

ที่ตั้ง : ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

มาเริ่มต้นทริปเที่ยวเมืองแม่กลองกับ วัดบางกะพ้อม วันเก่าโบราณประจำเมืองสมุทรสงคราม ที่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กม.

สิ่งที่น่าสนใจและโดดเด่นที่สุดภายในวัดก็คือ วิหารของวัด อาคารหลังเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจที่เป็นส่วนผสมของไทยและจีน ที่มีเอกลักษณ์เด่นตรงที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ประตูทางเข้าเป็นทรงกลม วางด้านหน้าอาคารด้วยรูปปูนปั้นแบบจีน

ในส่วนของผนังอาคารเป็นจิตรกรรมแบบปูนปั้นลายนูนมีทั้งแบบนูนสูง-ต่ำ ภาพเขียนเน้นบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ที่แอบแฝงไปด้วยคติธรรม บันทึกเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจมากมาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมามักจะเดินเข้าไปกราบไหว้พระพุทธภายในวิหาร รอยพระพุทธบาทจำลองที่คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญที่ควรหาเวลามาสักการะสักครั้งในชีวิตเลยก็ว่าได้

5. วัดช่องลม อ.อัมพวา

ที่ตั้ง : บ.คุ้งลมทวน ม.6 ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

วัดช่องลม หรือชื่อเดิมคือ วัดหัวสวน หนึ่งในวัดดังแห่งอัมพวา ที่่โดดเด่นด้วยองค์ปู่ทวดขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนฐานสูง สามารถมองเห็นแต่ไกลจากถนนเลยก็ว่าได้

ด้านหน้าประตูตกแต่งอย่างสวยงามและมีบันไดทอดยาวขึ้นไปยังองค์ปู่ทอดเพื่อสักการบูชา

ส่วนพื้นที่โดยรอบที่เดินไม่ไกลนักก็เป็นที่ตั้งของ อุโบสถวัดช่องลม ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรสวยงาม ภายในประดิษฐาน พระประธานคือองค์พระพุทธชินราช รูปเหมือนหลวงปู่บ่ายและหลวงพ่อเงิน ส่วนผนังโบสถ์ก็โดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมซึ่งมีการประดับพลอยไปบนจุดต่าง ๆ ของผนังด้วย

นอกจากนี้ ยังมีศาลาการเปรียญ อาคารไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่อายุกว่า 80 ปี โดยเปิดให้เข้าไปชมความงดงามของเรือนไทยโบราณ

แถมยังมีการเปิดบริการนวดแผนไทยโบราณบนศาลา รวมไปถึงเจดีย์ไหโบราณที่บริเวณฐานสร้างจากไหเก่าที่นำมากองรวมกันจนกลายเป็นฐาน อีกทั้งยังสามารถเข้าไปกราบไหว้ขอพรจากพระสีวลี พระราหูและพระพิฆเณศได้อีกด้วย

6. วัดภุมรินทร์กุฎีทอง อ.อัมพวา

ที่ตั้ง : ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

วัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากที่นี่จะเป็นศาสนสถานที่สำคัญแล้ว ยังเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่มากด้วยคุณค่าเป็นอย่างมาก เพราะภายในพื้นที่วัด เต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เริ่มต้นจาก กุฎีทอง เป็นสถานที่จำพรรษาของพระสงฆ์ที่สร้างอย่างสวยงามด้วยไม้สัก ตามรูปแบบเรือนไทยที่ตกแต่งทั้งภายในและนอกเรือนด้วยลาดรดน้ำปิดทองทั้งหลัง

ในปัจจุบันภายในเรือนมีการจัดเป็น พิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา ซึ่งเก็บรวบรวมวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ และพระพุทธรูปเก่าแก่อายุร่วม300 ปี รวมไปถึงหนังสือ โถลายครามและเครื่องทองเหลืองชิ้นอื่น ๆ อีกมากมาย ถือเป็นหนึ่งให้แหล่งเรียนรู้ที่ควรค่าแก่การไปเยือนมาก ๆ เลยทีเดียว

7. บ้านเบญจรงค์บางช้าง อ.อัมพวา

ที่ตั้ง : 51/2 ม.9 ซ.วัดลังกา ถ.สมุทรสงคราม-บางแพ ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

โทรศัพท์ :  034 751 951, 061 669 4595

บ้านเบญจรงค์บางช้าง แหล่งเรียนรู้และรวบรวมภูมิปัญญาในการผลิตเครื่องเบญจรงค์ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยเครื่องเคลือบศิลาดลที่แสนงดงาม พร้อมเปิดกว้างให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เข้ามาเรียนรู้งานที่แสนประณีตนี้ รวมทั้งยังสามารถเลือกซื้ออุดหนุนของดีแม่กลอง นำไปเป็นของฝากมากคุณค่าได้อีกด้วย

นอกจากนี้ที่นี่ยังเปิดให้ศึกษาดูงานกระบวนการผลิตเครื่องเบญจรงค์และเครื่องเคลือบศิลาดลภายในโรงงาน ชมสาธิตการผลิตรูป การเขียนลายเบญจรงค์ กิจกรรมเพ้นท์แก้ว ราคา 200 บ./คน และรองรับ หมู่คณะได้ไม่เกิน 80 คน

8. วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-16.30 น.

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

โทรศัพท์ : 034 752 847-8

วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือ วัดบ้านแหลม ที่ตั้งของพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของสมุทรสงคราม โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง มีความสูง 167 ซม. เชื่อว่าสร้างขึ้นเมื่อสมัยสุโขทัย-อยุธยาตอนต้น นักท่องเที่ยวสวนใหญ่เข้ามากราบไหว้ขอพร พร้อมปิดทอง หลวงพ่อแหลม เพราะเชื่อในความเป็นสิริมงคลหรือหากอธิษฐานเรื่องใดก็จะประสบความสำเร็จดังที่คาดหวังไว้

ปัจจุบัน วัดบ้านแหลม ได้รับยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีวรวิหาร และได้รับพระราชทานนามว่า “วัดเพชรสมุทรวรวิหาร” แถมภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์สงฆ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูป พระเครื่องสมัยต่าง ๆ และของโบราณให้ผู้สนใจได้เยี่ยมชม

และในทุกปีจะมีการจัดงานปิดทององค์หลวงพ่อถึง 3 ครั้ง คือ ช่วงเทศกาลสงกรานต์, งานสารทเดือน 11 และเทศกาลตรุษจีน ใครที่มีโอกาสมาเยือนที่สมุทรสงครามต้องไม่พลาดแวะมาเสิรมมงคลที่วัดนี้กันด้วย

9. อาสนวิหารแม่พระบังเกิด อ.บางคนที

เวลาเปิดปิด : เปิดวันพุธ-วันเสาร์ เวลา 08.00-16.00 น., วันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น.

ที่ตั้ง : ม.7 ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

อาสนวิหารแม่พระบังเกิด หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า โบสถ์บางนกแขวก เป็นโบสถ์คริสต์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ยังคงความสวยงาม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ความเป็นมาของโบสถ์คริสต์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2433 โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส และเคยเป็นศูนย์กลางของชาวคริสต์ นิกายคาทอลิกภาคตะวันตกและภาคใต้

ไฮไลท์สำคัญเมื่อมาเที่ยวที่นี่ก็คือ การชมสถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบโกธิคแบบฝรั่งเศส เมื่อเดินเข้าไปภายในโบสถ์ที่นี่จะตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยกระจกสีชนิด Stained Glass สวยงดงามจากฝรั่งเศสโดยเฉพาะภาพนักบุญที่กระจกที่เมื่อแสงลอดผ่านจะเพิ่มความสวยงามโดดเด่นไปอีกหลายเท่า มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาตกแต่งอย่างสวยงาม

นักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมความสวยงามของที่นี่ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ เพราะตัวโบสถ์ยังเปิดให้ประกอบพิธีต่าง ๆ ทางศาสนาอยู่เป็นประจำ

10. ชุมชนบ้านบางพลับ อ.บางคนที

ที่ตั้ง : ม.4 ต.บางพรม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

แวะไปสัมผัสธรรมชาติและวิถีชุมชนต้นแบบด้านการเกษตรกันที่ ชุมชนบ้านบางพลับ  ชุมชนสีเขียวที่ดำเนินชีวิตมากับสาน้ำ รายล้อมด้วยลำคลองต่าง ๆ แถมยังอุดมไปด้วยสวนผลไม้ต่าง ๆ ทั้ง มะพร้าว ส้มโอ ลิ้นจี่ มะละกอ และผลไม้อื่น ๆ นานาชนิด แทบไม่ต้องเดินทางไปซื้อไกล ๆ ถึงตลาดเลยก็ว่าได้

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาความเข้มแข็งในชุมชนมากขึ้นด้วยการรวบรวมเอาผู้ที่มีความชำนาญในชุมชน มาแบ่งปันความรู้กับเพื่อน ๆ เกษตรกร พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากผลผลิตที่มีอยู่ในชุมชนให้มีมูลค่าสูงขึ้น จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบและแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทั่งชาวไทยและต่างชาติ

อีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลายคนพลาดไม่ได้ก็คือ การปั่นจักรยานลัดเลาะเที่ยวรอบ ๆ ชุมชน ทักทางผู้คนอย่างเป็นมิตร ชิมผลไม้สด ลิ้มรสผลไม้แช่อิ่ม ช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านเป็นของฝากสุดเก๋ ๆ ได้ความสนุก ได้ความรู้ แล้วยังได้สินค้าคุณภาพกลับบ้านอีกด้วย

11. ศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด :  เวลา 08.00-18.00 น.

ที่ตั้ง : ม.7 ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

โทรศัพท์ : 034 702 068

เอาใจเหล่าทาสแมวกันบ้างกับ ศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ หรือ บ้านแมวไทย ตั้งอยู่ห่างจากตลาดน้ำอัมพวาเพียง 5 กม. สถานที่แห่งความรู้และทำความเข้าใจแมวเมี๊ยวให้มาขึ้น เน้นการส่งเสริมและอนุรักษ์สายพันธ์แมวโบราณที่หาชมยากในไทย

โดยมีลุงกำนันปรีชา พุคคะบุตร เป็นผู้ดูแลศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ ผู้เชี่ยวชาญที่มาคอยให้ความรักเอาใจใส่กับแมวเหล่านี้เสมอมา ด้วยความที่ผูกพันกับแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศตั้งแต่เด็ก จึงมีความเชี่ยวชาญและเกิดการรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทยด้วยกัน เพื่อเผยแพร่ความรู้ ค้นคว้าวิจัย

นักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องแมว ๆ ก็สามารถแวะมาชมน้องแมว มาเพิ่มเติมความรู้เรื่องแมวกันได้แบบฟรี ๆ เลยค่ะ บางสายพันธุ์ก็มีแมวให้ดูจริง ๆ แต่บางสายก็เหลือไว้แค่ชื่อและความรู้ให้ศึกษาเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ทาสแมวทุกคนไม่ควรพลาดในอัมพวาเลยก็ว่าได้

12. ตลาดน้ำท่าคา อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด : เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.00-12.00 น.

ที่ตั้ง : อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

ตลาดน้ำท่าคา ตลาดเล็ก ๆ ที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวในยามเช้า ที่นี่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นชาวสวนของเมืองอัมพวาได้เป็นอย่างดี กับพ่อค้าแม่ค้าที่ร่วมใจกันพายเรือหอบสินค้าพืช ผัก ผลไม้ อาหารต่าง ๆ มาเสิร์ฟถึงที่

แม้ว่าตัวตลาดจะเป็นพื้นที่ไม่กว้างมาก แต่ก็มีพื้นที่ช้อปปิ้งและถ่ายรูปสวย ๆ เยอะมาก ๆ โดยเฉพาะจุดที่เป็นสะพานข้ามน้ำที่สามารถชมวิวสวย ๆ ของตลาดได้อย่างเต็มตา อาจจะไม่คึกคักคนเยอะเท่าตลาดน้ำอัมพวา แต่ถ้าใครได้มาก็ต้องประทับใจไปกับบรรยากาศและความใจดีของชาวบ้านอย่างแน่นอน

13. อุทยาน ร. 2 อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด : เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-17.30 น.

ที่ตั้ง : ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

หรือชื่อเต็ม ๆ ของที่นี่คือ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จัดสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ร.2 และเพื่อเป็นการรักษามรดกของชาติเอาไว้ เมื่อเข้ามายังภายในที่นี่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

เป็นเรือนไทยหมู่ แบ่งห้องจัดแสดงออกเป็นประเภทต่าง ๆ ออกเป็น 6 โซน คือหอกลาง, หอชาย, หอหญิง, ชานเรือน, ตำแหน่งศิลาฤกษ์,  พิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวาและโรงละครกลางแจ้ง ที่รายล้อมไปด้วยสวนพฤกษศาสตร์และพันธุ์ไม้ใน วรรณคดีต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างไปจากที่อื่น ๆ ชวนให้ย้อนกลับไปหาความรุ่งเรือในอดีตได้เป็นอย่างดี

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ อุทยานฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-17.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ราคา 20 บ.ส่วนเด็ก ราคา 5 บ.

14. วัดบางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-16.30 น.

ที่ตั้ง : ต.บางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นภาพของ พระอุโบสถถูกต้นไทรโอบกอด ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์มาแล้ว ความรู้สึกของทุกคนก็น่าจะเหมือนๆ กันที่ว่าทึ่งสุด ๆ กับความสวยงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ ตัวโบสถ์นั้นมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาเพราะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาเลยทีเดียว ซึ่งชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกก็คือ โบสถ์หลวงพ่อดำ ปกคลุมโบสถ์ไปด้วยต้นไม้ถึง 4 ชนิด คือ ต้นโพธิ์, ต้นไทร, ต้นกร่าง จนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวบางคนเรียกว่า โบสถ์หลวงพ่อ

สำหรับพื้นที่วัดบางกุ้งและค่ายบางกุ้งนั้นอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่แยกกันอยู่คนละฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ทั้ง 2 ที่ นอกจากพื้นที่ในวัดจะเป็นที่ตั้งของโบสถ์สุดอันซีนแล้ว ยังมีสวนสัตว์ที่คนเลี้ยงไม่ไหวและเอามาบริจาค สามารถเดินทางไปเที่ยวพร้อมกับบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนซ่อมบำรุงวัดได้เช่นกัน

15. วัดบางแคน้อย อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-17.00 น.

ที่ตั้ง : ม.7 ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

โทรศัพท์ : 034 761 222

วัดบางแคน้อย หนึ่งในวัดดังที่ห้ามพลาดไปเสพงานศิลป์กับ พระอุโบสถที่ตกแต่งผนังด้วยไม้แกะสลักแบบนูนต่ำจากช่างฝีมือชาวเพชรบุรี บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ส่วนพื้นก็ใช้แค่ไม้ตะเคียนทอง 7 แผ่น ที่แต่ละแผ่นมีความใหญ่มาก ๆ กว้างถึง 40-44 นิ้ว หนา 2 นิ้วและยาวถึง 15 ม. วางเรียงกันจนเต็มทั่วโบสถ์ ต่อมาคือส่วนของแท่นพระประธานที่สร้างจากไม้มะค่าโมง ผสมกับฐานปูนสำหรับประดิษฐานพระประธานที่เป็นไม้แกะสลักทรงจอมแห จากช่างเแกะสลักไม้ฝีมือดีเช่นกัน

นอกจากความสวยงามของโบสถ์ที่เปิดให้เข้าชมแล้วยังมีบุษบงแท่นวัชรอาสน อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และภายในกุฏิซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีอีกด้วย เรียกได้ว่าใครมีโอกาสไปเยือนสมุทรสงครามพลาดไม่ได้เลยค่ะ

16. วัดอัมพวันเจติยาราม อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-16.00 น.

ที่ตั้ง : ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

โทรศัพท์ : 034 725 547

วัดเก่าแก่ที่คาดว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ ตัววัดเป็นอารามหลวงชั้นโท โดดเด่นด้วยพระอุโบสถที่เต็มไปด้วยความงดงามของศิลปะและสถาปัตยกรรมชื่อเดิมของวัดแห่งนี้ก็คือ วัดอัมพวา แต่ภายหลังการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัย ร.3 ก็ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอัมพวันเจติยาราม” และจัดเป็นพระอารามหลวงชั้นโท

ส่วนไฮไลท์ที่น่าสนใจของวัดก็มีหลายจุดให้เที่ยวชมเพราะด้วยความเก่าแก่ของวัดทำให้มีศิลปะที่ทรงคุณค่ามากมาย อาทิ พระอุโบสถที่ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ร.2 รวมไปถึงบทพระราชนิพนธ์ต่าง ๆ อาทิ สังข์ทอง, ไกรทอง, อิเหนาและคาวี ต่อมาคือส่วนของ กุฏิใหญ่ โดเดเด่นด้วยเรือนไทยหมู่ใต้ถุนสูงข้าง ๆ กันเป็นที่ตั้งของพระที่นั่งทรงธรรม พระตำหนัก พระที่นั่ง วิหาร และพระปรางค์ ให้สามารถเข้าไปชมและกราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลได้

17. ตลาดสดแม่กลอง อ.เมือง

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

ตลาดสดแม่กลอง ตั้งอยู่ติดกับตลาดร่มหุบ เดินมาไม่ไกลนักสามารถเดินมาเที่ยวได้

ด้านในตลาดเป็นอาคารในร่มขนาดใหญ่ สามารถเดินช้อปได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนสินค้าที่ขายภายในตลาดแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสด ๆ อย่างอาหารทะเล, ผัก-ผลไม้ รวมไปถึงพวก กะปิ ของดีคลองโคน, น้ำตาลมะพร้าว-น้ำตาลสด, หอยดอง และปลาทูแม่กลอง สินค้าขึ้นชื่ออันดับหนึ่ง ควรค่าแก่การซื้อไปทานและซื้อเป็นของฝากเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญราคาสินค้าในตลาดก็ย่อมเยาน่าซื้อสุด ๆ

18. เที่ยวป่าชายเลนคลองโคน อ.เมือง

ที่ตั้ง : ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

ชวนไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยการล่องเรือชมป่าและร่วมมือปลูกป่าชายเลนเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเลกัน ที่แนะนำที่นี่ก็เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นชุมชนที่การันตรีด้วยรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยวในปี พ.ศ. 2550 เลยทีเดียว

สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวสุดสนุกของที่่นี่ก็คือ การนั่งเรือเข้าไปปลูกป่าชายเลน ปลูกต้นลำพู โกงกาง และพันธุ์ไม้สำคัญ ๆ ที่ควรปลูกในป่าชายเลน นอกจากจะได้ความรู้ไปพร้อม ๆ การศึกษาป่าชายเลนแบบจริงจังในนอกห้องเรียนแล้วยังได้ชมธรรมชาติ ชมวิถีชาวประมงพื้นบ้าน

ส่วนในระหว่างมื้ออาหารก็สามารถไปนั่งชิล ๆ ที่กระเตง ที่หาปลากลางทะเล อิ่ม อร่อยไปกับเมนูพื้นบ้าน ชมธรรมชาติได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียว

19. ดอนหอยหลอด อ.เมือง

เวลาเปิดปิด : เวลา 08.00-17.00 น.

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม

กิจกรรมท่องเที่ยวยอดฮิตที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้สำหรับ ดอนหอยหลอด แหล่งท่องเที่ยวหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่บริเวณสันดอนปากแม่น้ำแม่กลอง กับความพิเศษทางธรรมชาติเพราะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ หอยหลอด จำนวนมากครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 กม. แถมยังเป็นพื้นที่ยื่นยาวลงไปในทะเลกว่า 8 กม. เลยทีเดียว

ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมของการมาที่นี่ก็คือการถีบกระดานจับหอยหลอด ด้วยการใช้ไม้เล็ก ๆ จุ่มปูนขาวจุ่มลงไปในรูหอยหลอด และเมื่อหอยหลอดเมาปูนขาวก็จะเด้งตัวโผล่ขึ้นมาจากรูนั่งเอง โดยช่วงเวลาที่เหมาะแก่การจับหอยหลอดก็คือ มี.ค.-พ.ค.

ส่วนการลงไปจับหอยหลอดก็ต้องเช่าเหมาเรือลงไปในราคาลำละ 60 บ. หรือเช่าต่อคนในราคา 10 บ. โดยสามารถเช่าได้ที่บริเวณศาลาอาภากรใกล้กับศาลกรมหลวงชุมพรฯ และสิ่งสำคัญก็คือความระมัดระวังในการจับหอยที่ไม่ควรสาดปูนขาวลงไปโดดตรงที่โคลน เพราะจะทำให้สัตว์ที่อยู่ที่นั่นตายและส่งผลต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

20. โครงการอัมพวา-ชัยพัฒนานุรักษ์ อ.อัมพวา

เวลาเปิดปิด : เปิดวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 09.00-17.00 น., วันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ เวลา 09.00-21.00 น.

ที่ตั้ง : 185-191 ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

โทรศัพท์ : 034 752 245

เว็บไซต์ : http://www.amphawanurak.com/

ปิดท้ายกันที่หนึ่งในโครงการดี ๆ ภายในมูลนิธิชัยพัฒนากับ โครงการอัมพวา-ชัยพัฒนานุรักษ์ โครงการดี ๆ ที่สมเด็จพระเทพฯ ได้มีพระดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่เดิมให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้อีกหนึ่งแห่งในอัมพวา

ภายในโครงการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่น่าสนใจ ได้แก่ สวยชัยพัฒนานุรักษ์สวนเกษตรแบบผสมผสานที่เดิมเป็นสวนผลไม้ ต่อมามีการพัฒนาให้ทำเกษตรปลอดสารเคมีและปลูกพืช ผลไม้ แซมลงไปหลายชนิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังเปิดเป็นแหล่งความรู้แนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย

ต่อมาคือ ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ ลายเอนกประสงค์ที่เปิดให้เช่าพื้นที่ค้าขาย จัดแสดงสินค้าท้องถิ่น เป็นพื้นที่เพิ่มรายได้และโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ ต่อมาคือบริเวณร้านค้าชุมชน , ร้านชานชาลาและห้องจัดแสดงนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ ซึ่งจัดเป็นนิทรรศการหมุนเวียน บอกเล่าความเป็นมาของโครงการพร้อมให้ความรู้ ส่งเสริมภูมิปัญญา ความรู้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่สนใจ

นี่เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่เราอยากแนะนำในสมุทรสงครามเท่านั้น

คัดมาเน้น ๆ ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต เดินทางไปง่าย ๆ เพราะตั้งห่างจากกรุงเทพฯไม่กี่ชั่วโมง แถมความหลายหลายของแหล่งท่องเที่ยวก็มีมาก

ใครมีโอกาสได้มาเยือนสมุทรสงครามแล้วต้องไม่พลาดมาเช็คอินกันนะ

รับรองว่าประทับใจจนต้องกลับไปอีกครั้งแน่นอน

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!