ที่เที่ยวหนองคาย แนะนำ 15 ที่เที่ยวสุดฟินหนองคาย เมืองน่ารักริมฝั่งโขง

หนองคาย เป็นจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมริมฝั่งแม่น้ำโขงและภาคอีสาน

โดดเด่นทั้งในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม ที่มีเอกลักษณ์กระจายอยู่ในหลายอำเภอ และมีเรื่องราวน่าสนใจไม่แพ้จังหวัดไหนๆ ในภาคอีสาน ซึ่งหากนักเดินทางได้ไปเยือนกันสักครั้ง จะต้องหลงรักและอยากกลับไปอีกแน่นอน

ปัจจุบันการเดินทางไปท่องเที่ยวหนองคาย ก็ไปได้ไปง่ายขึ้น

และครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้ง ร้านอาหาร ที่กิน ร้านกาแฟ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ทน่ารักๆ ไปจนถึงร้านของฝาก

พูดได้ว่า หลายคนเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วจะต้องประทับใจ และเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในภาคอีสาน ที่ทุกคนไม่ควรพลาดมาเยือน

1. วัดโพธิ์ชัย

ที่ตั้ง :  วัดโพธิ์ชัย 873 ถนนประจักษ์ศิลปาคมตำบลในเมืองอำเภอเมือง

วัดโพธิ์ชัยเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญแห่งจังหวัดหนองคาย เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใสอันศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่มีตำนานผูกพันกับทั้งชาวไทยและชาวลาวในประวัติศาสตร์เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงสุดของชาวหนองคายและผู้คนลุ่มน้ำโขง

วัดโพธิ์ชัย เดิมชื่อวัดผีผิว เนื่องจากวัดนี้เคยใช้เป็นที่เผาผีหรือเผาศพและว่ากันว่ามีผีดุต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโพธิ์ชัยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์วัดโพธิ์ชัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จเป็นประธานยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัยพ.ศ. 2522 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาพ.ศ.2523 ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาพ.ศ. 2524 ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญแล้วยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ

ปัจจุบันเป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใสซึ่งเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย ทุกวันขึ้นสงกรานต์ทางวัดโพธิ์ชัยจะมีประเพณีแห่หลวงพ่อพระใสไปรอบเมืองเพื่อให้ชาวบ้านได้รดน้ำและสักการะ จากนั้นวัดโพธิ์ชัยจะตั้งหลวงพ่อพระใสไว้ที่วัดเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการบูชา

.ตลาดท่าเสด็จ

ที่ตั้ง : ตลาดท่าเสด็จ อ.เมือง จ.หนองคาย

ตลาดท่าเสด็จ เดิมชื่อตลาดท่าเรือ และเปลี่ยนชื่อไปเป็นตลาดท่าเสด็จดังเช่นในปัจจุบัน ภายหลังจากที่มีการเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาวอย่างเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ. 2537 จุดผ่านแดนถาวรก็ได้ถูกย้ายจากตลาดท่าเสด็จไปยังสะพานมิตรภาพฯ คงเหลือท่าเรือไว้ให้สำหรับคนท้องถิ่นชาวไทยและชาวลาวใช้เรือข้ามฟากเดินทางไปมาหาสู่กัน

ตลาดท่าเสด็จเป็นแหล่งช็อปปิ้งผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดหนองคายตลาดท่าเรือหรือตลาดอินโดจีนล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกขานของตลาดขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีนไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม ไทย ฯลฯ

ประเภทของสินค้าที่จำหน่ายอยู่ภายในตลาดท่าเสด็จนั้นก็มีเป็นจำนวนมากตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไฟฟ้า ของเด็กเล่น ผ้าทอมือ ผลไม้สดและผลไม้แห้งไปจนกระทั่งถึงไส้กรอกอีสานอันเป็นของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดหนองคาย

3. ศาลาแก้วกู่

ที่ตั้ง : ศาลาแก้วกู่ ชุมชนสามัคคี อ.เมืองจ.หนองคาย

ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) หรืออุทยานเทวาลัย จังหวัดหนองคายสร้างโดยปรารถนาให้ที่แห่งนี้เป็นเมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพานหรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากทุกศาสนาผสมผสานกัน ศาลาแก้วกู่มีรูปปั้นทั้งเล็กใหญ่แล้วว่ากันว่ามีไม่น้อยกว่าหลักพันภายในอาคารศาลาแก้วกู่จัดเก็บวัตถุโบราณพระพุทธรูปโบราณล้ำค่าและร่างอันสงบไม่เปื่อยเน่าของปู่เหลือ ผู้ก่อตั้งซึ่งสิ้นชีวิตมาแล้วกว่า 10 ปีนักพรตผู้ก่อตั้งศาลาแก้วกู่ รูปปั้นหรือเทวาลัยในศาลแก้วกู่มีมากมาย บางเทวาลัยจำลองมาจากเรื่องราวในพุทธศาสนาหรือตามวรรณคดีศาสนา เช่น เทวาลัยปางพุทธประสูติ คือพระนางศิริมหามายา เอกอัครมเหสีในพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ได้ประสูติพระโอรส (พระพุทธเจ้า) ณ อุทยานลุมพินีวัน ด้วยความสวยงามของรูปปั้นศาลาแก้วกู่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชมกันไม่เว้นแต่ละวัน

4. ภูห้วยอีสัน อ.สังคม (ชมทะเลหมอก)

ที่ตั้ง : ภูห้วยอีสัน ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

ภูห้วยอีสันเป็นจุดพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้แบบกว้างไกลสุดตา ถือเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของจังหวัดหนองคายและของประเทศไทย  เบื้องล่างของทะเลหมอกภูห้วยอีสันสามารถมองเห็นเกาะแก่งของแม่น้ำโขงได้ ซึ่งหากวันใดที่หมอกจาง นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์สีทองในยามเช้าสะท้อนไปยังพื้นน้ำและเกาะแก่งได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว โดยระหว่างเส้นทางขึ้นภูห้วยอีสันนั้นสามารถชมทะเลหมอกได้ประมาณ 2 จุด คือ จุดชมวิวสูงสุดที่เป็นพื้นที่ของ อบต.บ้านม่วง และอีกหนึ่งจุด คือ พื้นที่ของครัวไม้น้ำ ซึ่งจะอยู่ถัดลงมาด้านล่าง ซึ่งแต่ละจุดก็มีมุมมองที่สวยงามแตกต่างกันไป  ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก คือ ช่วงฤดูหนาวในยามเช้า ตั้งแต่เวลา 05.30 น.- 08.00 น. ทั้งนี้มีบริการรถอีแต๋นเพื่อขึ้นไปยอดภูห้วยอีสัน คิดค่าบริการเพียงคนละประมาณ 50 – 60 บาท เนื่องจากไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำรถส่วนตัวขึ้นไปข้างบน

5.พระธาตุบังพวน

ที่ตั้ง : 172 บ้านพระธาตุบังพวน หมู่ที่ 3 ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

พระธาตุบังพวนประดิษฐานอยู่ในวัดพระธาตุบังพวน พระธาตุบังพวนเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม สร้างด้วยศิลาแลง จากหลักฐานที่ปรากฏในตำนานอุรังคธาตุกล่าวว่า มีการอัญเชิญพระธาตุหัวเหน่า จำนวน 29 องค์ มาประดิษฐานไว้ที่พระธาตุบังพวนด้วย

นอกจากจะมีพระธาตุบังพวนเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นเจดีย์ประธานแล้วยังมีสิ่งน่าสนใจอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสถูปเจดีย์เก่าแก่พระพุทธรูปโบราณศิลปะล้านช้างที่น่าสนใจยิ่งโบสถ์โบราณที่เหลือเพียงซากอิฐก่อระดับเอวรวมถึงสถานที่เกี่ยวกับพญานาคอีกแห่งหนึ่งนั่นก็คือ “สระมุจลินท์” หรือ “สระพญานาค”

ตามตำนานเล่าว่าหลังอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ ได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดมีสายน้ำพวยพุ่งออก มาจากพื้นดิน ซึ่งเชื่อว่านี่คือปากปล่องภูพญานาคที่เฝ้าปกปักรักษาพระธาตุบังพวนจึงมีการขุดเป็นสระน้ำขึ้นในภายหลังและมีการสร้างรูปปั้นพญานาค 7 เศียรไว้กลางสระแห่งนี้

6. หลวงพ่อองค์ตื้อ วัดศรีชมภู

ที่ตั้ง : วัดศรีชมภูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง ตำบลน้ำโมง จังหวัดหนองคาย

มาเที่ยวหนองคายต้องไม่พลาดมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อองค์ตื้อ วัดศรีชมภู เพื่อความเป็นสิริมงคลกันสักครั้ง

หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2105 โดยพระไชยเชษฐา กษัตริย์นครเวียง หล่อโดยใช้ทองคำ ทองเหลือง และเงินผสมกัน รวมน้ำหนักได้ 1 ตื้อ (ตื้อ เป็นมาตราโบราณของล้านนา หนักประมาณ 12,000 กิโลกรัม) ใช้เวลาในการสร้าง 7 ปี 7 เดือน หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมาก นั่งขัดสมาธิปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3.29 เมตร สูง 4 เมตร

มีเรื่องเล่ากันว่า ครั้งหนึ่งพวกฮ่อได้ยกทัพมาที่ฝั่งวัดน้ำโมง เพื่อหวังจะทำลายพระองค์ตื้ออันเป็นที่เคารพสักการะเพื่อเป็นการทำลายขวัญของพวกชาวบ้าน ขณะที่ข้าศึกได้จ้วงขวานฟันลงไปที่พระชานุของพระองค์ตื้อก็ปรากฏเสียงร้อง และมีพระโลหิตไหลออกจากแผล พร้อมกับมีน้ำพระเนตรไหลซึมออกมา ข้าศึกเห็นเป็นอัศจรรย์เช่นนั้นจึงได้รีบยกทัพกลับ แต่ก็ถึงแก่ความตายจนหมดสิ้น

หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงเคารพนับถือมาก ทางจังหวัดหนองคายจึงได้จัดงานนมัสการหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4

7.วัดหินหมากเป้ง

ที่ตั้ง : วัดหินหมากเป้ง  บ้านไทยเจริญ ตำบลพระพุทธบาท

เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเทียวทางพุทธศาสนาที่นักเดินทางนิยมมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก

วัดหินหมากเป้งมีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ บริเวณวัดโดยรอบสะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ มีพื้นที่ด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพสวยงาม โดยมีอาจารย์เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ได้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย หลังจากท่านมรณภาพ มีการก่อสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุอัฐิของท่าน

เจดีย์หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี มีชื่ออย่างเป็นทางการเรียกว่า เจดีย์พิพิธภัณฑ์ พระราชนิโรธรังสีฯ นับเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของวัดหินหมากเป้ง ที่ประชาชนที่มาวัดนี้จะเข้าสักการะรูปเหมือนหลวงปู่เทสก์ และชมข้าวของเครื่องใช้ของหลวงปู่เทสก์ เช่น เครื่องอัฐบริขารที่จำเป็นในการออกจาริกแสวงบุญ วิปัสสนากัมมัฏฐาน ธุดงค์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ภายในยังมีการจัดแสดงชีวประวัติของท่านอีกด้วย เพื่อให้ประชาชน ศิษยานุศิษย์ ได้มาเคารพสักการะหลวงปู่ ซึ่งก็มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ทุกวันไม่ขาดสาย

8. จุดชมบั้งไฟพญานาค อ.โพนพิสัย

ที่ตั้ง : ริมโขง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

บั้งไฟพญานาค คือปรากฏการณ์ลูกไฟมีสีแดงอมชมพูพวยพุ่งขึ้นมาจากลำน้ำโขงในคืนวันออกพรรษา เป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬเท่านั้น โดยเกิดขึ้นในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หรือให้เห็นในคืนแรม 1 ค่ำ เดือน 11

โดยบั้งไฟพญานาคจะเกิดขึ้นที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ซึ่งถือเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคที่มีชื่อเสียงที่สุด เพราะสามารถเดินทางได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัด ซึ่งอำเภอโพนพิสัยมีจุดชมบั้งไฟพญานาคหลายจุด เช่น บริเวณพุทธอุทยานนานาชาติ เป็นจุดที่มีการบันทึกว่าพบบั้งไฟพญานาคมาก และเป็นจุดที่มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ส่วนจุดที่นิยมชมบั้งไฟพญานาคอีกจุดหนึ่งของอำเภอโพนพิสัย คือ วัดไทยและริมแม่น้ำโขงตลอดตัวเมืองโพนพิสัย โดยที่วัดถือเป็นจุดศูนย์กลางของกิจกรรม มีการบวงสรวง การแสดง นอกจากนี้บริเวณนี้ยังมีที่จอดรถ ร้านขายอาหาร และที่พักเยอะสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว

9.น้ำตกธารทิพย์

ที่ตั้ง : น้ำตกธารทิพย์ บ้านตาดเสริม หมู่ 1 ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย 

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนกันแบบชิลล์ๆ

น้ำตกธารทิพย์เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ด้านล่างเป็นน้ำตก ชั้นแรกสูงประมาณ 30 เมตร ไหลจากหน้าผาเป็นสายยาวสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 100 เมตร ต้องปีนขึ้นไปตามเส้นทางที่ทำไว้ และชั้นที่ 3 สูงประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี และจะมีน้ำมากในฤดูฝน

ลักษณะภูมิประเทศของวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์เป็นภูเขาสูงวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก ลาดเอียงไปทางตะวันออก วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 200-500 เมตร พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า สังคมพืชประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้า ชนิดสัตว์ป่า ได้แก่ จิ้งจอก กระจง หมูป่า เม่น แมวป่า เป็นต้น

ส่วนลักษณะภูมิอากาศมีสภาพอากาศเป็นแบบร้อนชื้น ส่วนค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานแห่งชาติ ผู้ใหญ่ คนละ 20-80 บาท  เด็ก คนละ 10-40 บาท แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่เก็บค่าธรรมเนียม

10.พระธาตุโพนจิกเวียงงัว

ที่ตั้ง : ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

ที่นี่เป็นหนึ่งในพระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยวฝาง 3 องค์ ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานการสร้างพระธาตุพนม ซึ่งถือเป็นพระบรมสารีริกธาตุชุดเดียวกับที่อัญเชิญมาประดิษฐานที่พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุบังพวน และพระธาตุหอผ้าหอแพ ฝั่งสปป.ลาว บ่งบอกถึงความสำคัญทางพุทธศาสนาบนดินแดนแถบนี้ในสมัยพุทธกาลเป็นอย่างยิ่ง

 

11.พระธาตุหล้าหนอง

ที่ตั้ง : ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

องค์พระธาตุที่เห็นตั้งอยู่ริมโขงในปัจจุบันเป็นองค์จำลองจากองค์จริงซึ่งจมอยู่กลางลำน้ำโขง จากน้ำกัดเซาะตลิ่งจนองค์พระธาตุทรุดลงในน้ำเมื่อราว 100 กว่าปีก่อน เชื่อกันว่าองค์พระธาตุประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนฝ่าพระบาทขวา 9 องค์ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานการสร้างพระธาตุพนม และสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 1 แห่งอาณาจักรล้านช้าง

ความน่าสนใจอยู่ที่แม้องค์พระธาตุจะจมลงในน้ำ แต่พอถึงช่วงน้ำโขงลดประมาณเดือนธันวาคม-มิถุนายนของทุกปี องค์พระธาตุจะปรากฏส่วนฐานให้เห็นจากน้ำชัดเจน และมีบริการให้เช่าเรือออกไปสักการะอย่างใกล้ชิดได้ด้วย

12.พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย

ที่ตั้ง : มหาวิทยาลัยขอนแก่น (วิทยาเขตหนองคาย) ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 09:00–16:00 น. (หยุดวันจันทร์) รอบการแสดงโชว์ดำน้ำให้อาหารปลา วันอังคาร-ศุกร์ 13:45 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 น. และเวลา 13:45 น.

โทร. : 042 415 600, 042 415 623

เป็นแหล่งเรียนรู้ที่การจัดแสดงจะค่อยๆ เพิ่มความน่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางที่เดินชม เข้ามาโซนแรกจะอุ่นเครื่องด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลาทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มหลายสายพันธุ์ ก่อนจะพาไปสู่อุโมงค์แสดงพันธุ์ปลาขนาดยาวถึง 34 เมตร จากนั้นจะพาเดินลงสู่ชั้นล่าง ผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่ ที่สังเกตดีๆ จะเห็นเจดีย์และพญานาคตั้งอยู่ด้านในด้วย ซึ่งชั้นล่างนี้จะเป็นโซนแสดงพันธุ์ปลาหายากขนาดใหญ่ ที่ตกแต่งบ่อด้วยรูปปั้นพญานาค ได้บรรยากาศเสมือนเมืองบาดาล

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดก็คือการแสดงให้อาหารปลาผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่นี้ โดยเจ้าหน้าที่จะดำน้ำลงมาพร้อมฝูงปลาตัวเล็กๆ นับร้อยรายล้อมจนแทบจะจมหายไปในนั้น น่าตื่นตาและเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

 

12.วัดผาตากเสื้อ

ที่ตั้ง : ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 09:30–16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 082 261 4564

เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งมองเห็นวิวของแม่น้ำโขงได้แบบพาโนรามา สามารถทอดสายตาได้ไกลถึงฝั่งสปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน ที่สำคัญคือทางวัดได้สร้างจุดชมวิวสกายวอล์กทรงเกือกม้าที่ปูด้วยแทมเพอร์ลามิเนตแบบใสยาว 16 เมตร ทำให้มองเห็นพื้นด้านล่างขณะที่เดินออกไปชมวิวน่าตื่นตาของแม่น้ำโขงกว้างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

แถมในช่วงน้ำลดยังสามารถมองเห็นสันทรายเป็นคลื่นคล้ายเกล็ดพญานาคจากระยะไกลด้วย ส่วนใครที่อยากมาสัมผัสทะเลหมอกจะต้องมาเช้าหน่อย โดยเฉพาะช่วงหลังคืนฝนตกและฤดูหนาวที่หมอกจะลอยตัวคลุมเหนือพื้นด้านล่างจนมิด กลายเป็นวิวสุดอลังการราวกับยืนอยู่เหนือปุยเมฆก็ไม่ปาน ชมวิวด้วยความสำรวมแล้วก็อย่าลืมเดินขึ้นบันไดนาคไปสักการะพระประธานบนพระอุโบสถของวัด พร้อมกับทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล

 

13.บ้านวังน้ำมอก

ที่ตั้ง : ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 083 357 7035

เป็นชุมชนที่สงบงามท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมวิถีชีวิตที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นชุมชน 2 ล้าน 2 เวียงที่ผสมผสานคนเชื้อสายลาวและล้านนาเข้าด้วยกัน ภาษาพูดจึงฟังไม่เหมือนภาษาอีสานซะทีเดียวแต่จะติดสำเนียงหวานแบบทางเหนือมาด้วย

ใครจะมานอนโฮมสเตย์ที่นี่ก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ทั้งสอนทำโคมไฟพาแลง ทำตุงใยแมงมุม โดยเฉพาะการทำขันคู่ปี ซึ่งมีลักษณะเหมือนพานประดับดอกไม้ตามจำนวนอายุปัจจุบันของแต่ละคนแล้วบวกเพิ่มอีก 1 ปี

โดยดอกไม้ที่ใช้ประดับต่างก็มีความหมายเป็นมงคล เช่น ดาวเรือง-ชื่อเสียง มังกรคาบแก้ว-ทรัพย์สินมั่งมี อัญชัน-สุขภาพแข็งแรง เป็นต้น พอทำเสร็จแล้วก็นำไปสักการะพระเจ้าล้านทองด้วยกันเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ที่บ้านวังน้ำมอกยังปลูกกาแฟ และคั่วบดเองด้วยวิธีแบบชาวบ้าน จนได้กาแฟหอมกรุ่นติดเปรี้ยวนิดๆ เติมน้ำผึ้งลงไปหน่อย ได้รสละมุนดีทีเดียว ใครติดใจจะซื้อกลับบ้านก็มีแบบบรรจุถุงกรองเอาไปดริปต่อได้เลย ส่วนอาหารการกินก็มีเมนูพื้นบ้านเด็ดๆ เช่น อั่วไก่ยัดไส้ในดอกแค ไก่บอก แกงหน่อไม้ ส้มตำปลาร้า เป็นต้น จัดมาเป็นสำรับเรียกว่า กินข้าวเซาเฮือน

นอนพักสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิตเรียบง่ายแล้ว ใครอยากไปเที่ยวไม่ไกลจากบ้นวังน้ำมอกก็มีทั้ง น้ำตกวังน้ำมอก ซึ่งเป็นต้นทางของลำธารใสกลางหมู่บ้าน หรือจะไปไหว้พระที่วัดหินหมากเป้ง ก็ได้ ขอเพียงระบุโปรแกรมและจองมาล่วงหน้า ชาวบ้านที่นี่ยินดีต้อนรับเสมอ

14. สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 

15. อนุสาวรีย์ปราบฮ๋อ

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

 

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!