20 ที่เที่ยวสุดฮิตฉะเชิงเทรา เที่ยวสนุก อร่อยจุใจ ไปได้ทั้งปี

จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือที่รู้จักกันชื่อ เมืองแปดริ้ว อีกหนึ่งจังหวัดในภาคตะวันออกที่อัดแน่นไปด้วยวัดวาอาราม สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ชาติไทยที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่อื่นๆ และที่สำคัญใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเต็มอิ่มไปกับทริปท่องเที่ยวแบบครอบครัวได้ง่ายๆ

วันนี้ TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ เลยรวบรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ลองเลือกไปท่องเที่ยวกันจะมีที่ไหนบ้างตามไปชมกันเลย

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (10)

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (2)

1.วัดโสธรวรารามวรวิหาร

“วัดโสธรวรารามวรวิหาร” เป็นวัดสำคัญที่สุดเพราะเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพุทธโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ จ.ฉะเชิงเทรา

สำหรับ “หลวงพ่อพุทธโสธร” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร สร้างขึ้นตามแบบศิลปะล้านช้าง ว่ากันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาและถูกอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดโสธรวรารามวรวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ.2313

โดยองค์พระพุทธรูปของจริงนั้นหล่อด้วยสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้างศอกเศษ มีพุทธศิลป์งดงามมาก แต่ทางวัดเกรงว่าจะมีผู้คนมาลักขโมยไปจึงได้นำปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้และมีลักษณะที่เห็นเหมือนดังเช่นปัจจุบัน พร้อมประดิษฐานไว้ที่พระอุโบสถหลังใหม่ที่สร้างขึ้นตามแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์

นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีวิหารจำลอง อันเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธรองค์จำลองซึ่งเปิดให้ประชาชนได้เข้าไปกราบสักการะบูชาอีกด้วย

ที่ตั้ง: ถ.ศรีโสธร ต.โสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

เวลาเปิดปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 3851 1048, 0 3851 1666

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (4)

2.วัดสมานรัตนาราม (ไหว้พระพิฆเนศ)

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับ “วัดสมานรัตนาราม” วัดชื่อดังใน จ.ฉะเชิงเทรา โดดเด่นด้วยไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุข องค์ใหญ่ที่สุดในไทย เพื่อขอพรให้สมหวังสมความปรารถนา ความสุขสบาย ความสุขบริบูรณ์มั่งคั่งพร้อมทุกด้าน รื่นรมย์ ไร้ทุกข์ ไร้ความ เศร้าหมอง อิ่มหนำสำราญ มีกิน มีโชคลาภ จะนำความสุขสบายมาสู่ผู้บูชา

ลักษณะขององค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขแห่งนี้ มีความสูง 16 เมตร ยาว 22 เมตร เนื้อชมพูสวยในอริยบทกึ่งนั่งนอนตะแคง โดยพระหัตถ์ซ้าย ถืองา พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว ส่วนบริเวณโดยรอบฐานมีพระพิฆเนศ 32 ปาง ให้ได้ขอพร

ส่วนภายในใต้ฐานองค์พระพิฆเนศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวพระพิฆเนศปางต่าง ๆ อีกทั้งในส่วนด้านหน้าองค์พระพิฆเนศยังมีรูปปั้นหนู ซึ่งเป็นบริวารอยู่สองตัวและมีความเชื่อว่าหาขอพรสิ่งใดก็เดินไปกระซิบที่หนูแล้วหนูก็จะนำความต้องการไปบอกพระพิฆเนศ ให้ประทานพรกลับมา

นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรกราบไหว้อื่น ๆ อาทิ พระราหู, พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ, หลวงพ่อโต ปางมารวิชัย, หลวงพ่อดำ, พระปางลีลา, หลวงพ่อประทานพร, พระพิฆเนศปาง ปฏิหาริย์ 108 กร, เจ้าแม่กวนอิม ฯลฯ

ที่ตั้ง:หมู่ 11 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/wat.saman/

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (12)

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (7)

3.วัดโพธิ์บางคล้า

วัดเก่าแก่น่าไปเที่ยวอีกแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา “วัดโพธิ์บางคล้า” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

ภายในบริเวณวัดมีวิหารอายุหลายร้อยปี ทรงจตุรมุขสมัยอยุธยาตอนปลาย หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ดเต่า และมีการซ่อมแซมหลังคาอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2485 และต่อมาหลังคาเกิดพังทลายลง ทำให้ต้องสร้างหลังคาขึ้นใหม่แทนของเดิมเมื่อปี พ.ศ.2541

ภายในเป็นที่ตั้งของวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ศาลาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยรูปปั้นพระพุทธรูปและเกจิอาจารย์ชื่อดัง

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือค้างคาวแม่ไก่ที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ท่ามกลางความร่มรื่น โดย ค้างคาวแม่ไก่ เป็นสายพันธุ์ค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรูปหน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอก มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้ มีปีกสีดำ บินได้เร็วและไกลเหมือนนก ซึ่งเคยมีผู้เฝ้าสังเกตการหากินของค้างคาวที่นี่ และพบว่าค้างคาวบินไปหากินไกลถึงเขตชายแดนไทยฝั่งประเทศกัมพูชาเลยทีเดียว

ที่ตั้ง: ต.บางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

4.วัดโพรงอากาศ

เป็นอีกหนึ่งวัดที่สวยงามเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชน โดดเด่นด้วยองค์ “พระพิฆเนศองค์ใหญ่” ปางนั่งประทานพรและ “พระอุโบสถมหาเจดีย์” ขนาดใหญ่สีทองอร่ามใช้เสาทั้งหมดกว่า 196 ต้น

โซนชั้นล่างมีและยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย บริเวณโดยรอบ “วัดโพรงอากาศ” ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น การสักการะพระพุทธรูปจำลอง ทั้งหลวงพ่อโสธร, หลวงพ่อวัดบ้านแหลม, หลวงพ่อโต, หลวงพ่อวัดไร่ขิง และหลวงพ่อวัดเขาตะเครา

เมื่อเข้ามาถึงบริเวณวัดจะสัมผัสได้ถึงอากาศที่ค่อนข้างปลอดโปร่งเย็นสบายเนื่องจากมีลมพัดเย็นตลอดเวลา มีศาลาริมน้ำสำหรับนั่งพักผ่อนอีกด้วย

ที่ตั้ง: อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (3)

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (1)

5.วัดปากน้ำโจโล้ อ.บางคล้า

“วัดปากน้ำโจโล้” เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าตากสิน ครั้งเมื่อเสด็จนำทัพผ่านเพื่อไปตีเมืองจันทบุรี เมื่อคราวชนะทหารพม่าที่ตั้งค่ายอยู่ริมน้ำจึงทรงสร้างพระสถูปเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นแหลมที่มีกระแสน้ำจากคลองท่าลาดไหลบรรจบกับแม่น้ำบางปะกง ทำให้กระแสน้ำกัดเซาะจน พระเจดีย์พระเจ้าตากสินพังทลายลง

สำหรับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและทำให้หลายคนรู้จักวัดแห่งนี้คือ พระอุโบสถของเป็นสีทอง ทั้งหลังที่สวยโดดเด่นว่ากันว่าเดิมอุโบสถหนังนี้ไม่ได้เป็นสีทองเหมือนเช่นปัจจุบัน แต่พระอาจารย์ เอกลักษณ์ ปญฺญาคโม ในขณะนั้นอายุเพียง 24 พรรษา ได้ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิภายในอุโบสถ

และได้นิมิตเห็นอุโบสถหลังนี้มีสีทองเหลืองอร่ามมีบุษบกไว้ประดิษฐานพระบรมสาลีริกธาตุอยู่ด้านบน จึงตั้งจิตอธิษฐานในการที่จะขอบูรณาการอุโบสถหลังนี้ให้เป็นไปตามนิมิตโดยเริ่มรับปัจจัยจากการดูดวง ตามกำลังศรัทธาจนกระทั่ง แล้วเสร็จสมบูรณ์

ส่วนภายในมีองค์หลวงพ่อโตเป็นพระประธาน จำลองมาจากพระพุทธชินราช ด้านหน้าพระประธานมีรูปพระเจ้าตากสินประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้ยังมีพระบรมธาตุบรรจุอยู่ในบุษบกด้านบนของพระอุโบสถวัด

ที่ตั้ง: ตั้งอยู่ที่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3121 ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

โทรศัพท์ : 081 917 6421

เว็บไซต์ : http://www.paknamcholo.com/

#—————————#

6.วัดหงส์ทอง หรือวัดกลางน้ำ อ.บางปะกง

วัดหงษ์ทอง หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ วัดกลางน้ำ ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้อยู่ที่ “ศูนย์พัฒนาจิตศาลาปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ศรนิลอนุสรณ์” กว้าง 18 วา ยาว 30 วา ตั้งอยู่ในทะเล เคียงข้างด้วย “พระธาตุคงคามหาเจดีย์” เจดีย์สีทองที่ตั้งอยู่กลางผืนน้ำกับพื้นที่วัดที่อยู่ติดชายทะเลเป็นส่วนใหญ่

ชั้นล่างสุดคือบริเวณประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธรจำลอง ไว้ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้สักการะ ส่วนโซนชั้น 2 คือห้องจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเหมือนจริงของหลวงปู่สดพระเกจิชื่อดัง พระแก้วมรกตจำลองและภาพวาดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทยในรัชกาลต่าง ๆ และโซนชั้น 3 (ชั้นบนสุด) เป็นห้องโถงขนาดกว้างบริเวณผนังเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพุทธประวัติ และมีพระบรมสาริกธาตุให้เคารพบูชา

นอกจากภายในวัดจะเป็นสถานที่สำหรับการเข้าไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ภายในบริเวณวัดยังเต็มไปด้วยมุมท่องเที่ยวที่สวยงาม อาทิ สะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปยังท้องทะเล พร้อมทัศนียภาพโดยรอบที่เป็นป่าชายเลนส่วนใหญ่อย่างสวยงาม

ที่ตั้ง: ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (6)

7.ตลาดบ้านใหม่

ตลาดบ้านใหม่ หรือตลาดร้อยปีบ้านใหม่ ตั้งอยู่ภายในชุมชนโบราณริมแม่น้ำบางปะกงประกอบด้วย 2 ชุมชน คือ ชุมชนตลาดบ้านใหม่และชุมชนตลาดบ้านบน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่คึกคักอีกหนึ่งที่เพราะยังคงมีการอนุรักษ์สภาพบ้านเรือนในรูแบบห้องแถวที่สร้างด้วยไม้ ความเป็นอยู่และร้องรอยทางประวัติศาสตร์ในอดีตไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นสวยคลาสสิก สำหรับถ่ายทำละคร ภาพยนตร์ และถ่ายภาพอีกด้วย

ปัจจุบันที่นี่เต็มไปด้วยร้านค้าขายมากมาย อาทิ ร้านของที่ระลึกจากกะลามะพร้าว ของเล่นโบราณ เอาใจคนรักของกินด้วยเมนูอาหารโบราณที่หาทานยากร้านกวยจั๊บ, กาแฟโบราณเฮียคุณ, กาแฟโบราณแป๊ะเอ๊ย, ร้านอาหารร้านบ้านป้าหนู, ร้านตำเคียงน้ำ และร้าริมทางที่จำหน่ายขนมถุงทอง, ก๋วยเตี๋ยวโบราณ, ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม ขนมต่าง ๆ เรียกได้ว่าเลือกได้เต็มอิ่มไม่มีเบื่อเลยก็ว่าได้

ที่ตั้ง: ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

8.ตลาดน้ำบางคล้า

ตลาดน้ำบางคล้า แหล่งท่องเที่ยวสุดคึกคักที่เปิดบริการทุกกันเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ที่เกิดจากการจัดตั้งนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน พร้อมฝึกอบรมอาชีพการบริการให้ผู้สนใจอาทิ การนวดเพื่อสุขภาพ การทำอาหาร ขนมหวาน และของที่ระลึกลักษณะเด่นของตลาดแห่งนี้คือเป็นโป๊ะไม้ที่ยื่นเป็นแพลงไปแม่น้ำบางปะกง

โดยแต่ละโป๊ะจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาเทียบท่าให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้ออาหาร ของฝาก นอกจากนี้ด้านบนยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าโอท็อปชื่อดังของท้องถิ่น จ.ฉะเชิงเทรา บริการที่นั่งสำหรับรับประทานอาหาร

ส่วนใครที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำแบบเต็ม ๆ สามารถให้บริการนั่งเรือเที่ยวแม่น้ำบางประกงรอบเกาะลัดชม พร้อมชมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้อีกด้วย

ที่ตั้ง: อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

9.ตลาดโบราณนครเนื่องเขต

ตลาดโบราณนครเนื่องเขต ตลาดโบราณตั้งอยู่ริมคลองนครเนื่องเขตที่ถูกขุดขึ้นตามพระประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ 5 เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมทางน้ำที่สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ภายในตลาดยังคงมีการอนุรักษ์รูปแบบบ้านเรือน, ห้องแถวที่สร้างด้วยไม้, ร้านค้าเก่าแก่ แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ชำรุดไปตามกาลเวลา รวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนริมสองฝั่งลองในอดีตยังมีให้เห็นเสมอ

นอกจากจะได้ชื่นชมความสวยงามของบรรยากาศตลาดริมคลอง พร้อมถ่ายภาพสวย ๆ กินของอร่อยที่ห้ามพลาด อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือ, กุ้งอบวุ้นเส้น, ผัดไท, ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ, แกงมัสมั่นคุณยาย และขนมกุยช่าย เป็นต้น พร้อมเดินเที่ยว “พิพิธภัณฑ์คลองนครเนื่องเขต”

ภายในเป็นห้องแถวไม้มีการจัดแสดงเรื่องราว และประวัติของชุมชนชาวคลองเนื่องเขตแห่งนี้ไว้แถมที่นี่ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสักการะได้คือ “ศาลเจ้าไท่จือเอี๊ยะ” และ “ศาลเจ้าปุนเถ้ากง” ส่วนใครที่อยากเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมล่องเรือชมคลอง ก็สามารถติดต่อได้ที่โดยตรงที่ท่าน้ำใช้เวลาเพียง 30-40 นาทีเท่านั้น

ที่ตั้ง:  ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/nakhonnueangkhet/

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (8)

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (9)

10.ตลาดคลองสวน 100 ปี

ตลาดบรรยากาศโบราณที่รวบรวมของกินของอร่อยเอาไว้อย่างละลานตา

บรรยากาศภายในชวนย้อนอดีตไปยังชุมชนในอดีตสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ยังคงกลิ่นอายของบ้านเรือนรูปแบบเก่าแก่ ร้านกาแฟโบราณ อาหาร ผักผลไม้สด ต่าง ๆ ซึ่งในอดีตตลาดแห่งนี้ถือเป็นจุดแวะพักเรือ จุดแลกเปลี่ยนสินค้า รวมทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่เป็นการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ที่รวดเร็วและสะดวกที่สุด

ปัจจุบันมีการพัฒนาตลาดให้คึกคักมากขึ้นและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อมาถึงตลาดคลองสวนแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวันวานแสนคลาสสิก สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่น นั่งชิลในร้านแป๊ะหลี เจ้าของร้านกาแฟโบราณที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลินในบรรยากาศเก่าที่ตกแต่งร้านด้วยของโบราณที่น่าจดจำมากมาย

ส่วนเมนูอร่อยที่พลาดไม่ได้ คือ กาแฟโบราณ เป็ดพะโล้ และขนมโบราณที่หากินยาก เป็นต้น

ที่ตั้ง: ตั้งอยู่ภายบริเวณรอยต่อระหว่าง ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (5)

11.วัดจีนประชาสโมสร

หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ วัดเล่งฮกยี่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ.2449 เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรีเพื่อเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา เป็น 1 ใน 3 วัดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวมังกร กล่าวคือ หัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพมหานคร, หางมังกรอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่ จ.จันทบุรี และท้องมังกรนั้นอยู่ที่วัดเล่งฮกยี่ จ.ฉะเชิงเทรา

ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ ท้าวจัตุโลกบาลขนาดใหญ่ 4 องค์ ทำจากกระดาษที่ประตูทางเข้า พระประธาน 3 องค์และองค์ 18 อรหันต์ ทำด้วยกระดาษนำมาจากเมืองจีน รูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่เซ่งเอี้ย) ที่อยู่ด้านขวาขององค์พระประธานและยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ ตามคติจีน  ระฆังใบใหญ่น้ำหนักกว่า1 ตัน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ใบ ในโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญา ปารมิตราสูตร ถือกันว่าผู้ได้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการสวดมนต์ซึ่งได้บุญกุศล นอกจากนี้ยังมีวิหารศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์  วิหารเจ้าแม่กวนอิม แกะสลักจากรากไม้ทั้งต้นอายุประมาณ 100 ปี วิหารตี่จั๊งอ๊วง สระนทีสวรรค์และพญามังกร ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ที่ตั้ง: ถนนศุภกิจ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

12.วัดอุภัยภาติการาม

“วัดอุภัยภาติการาม” หรือ “วัดซำปอกง” สำหรับไฮไลท์ที่น่าสนใจในวัดนี้คือ ประวัติความเป็นมาอันนับได้ว่ามีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์ และ องค์พระประธานภายในวิหารเป็นพระประธานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเปรียบกับวัดอื่น ๆ ใน จ.ฉะเชิงเทรา ขนาดหน้าตักกว้างราว 6.5 เมตร และสูง 12 เมตร ต่อมารัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสฉะเชิงเทราพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์สมทบทุนสร้างอารามและปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปพร้อมกับพระราชทานนามว่า “วัดอุภัยภาติการาม” รวมทั้งพระราชทานพระพุทธรูปจำลององค์นี้ว่า พระพุทธไตรรัตนนายกอีกด้วย

สำหรับการประดิษฐานเจ้าพ่อซำปอกงในประเทศไทยมีเพียง 3  องค์ โดยองค์หนึ่งประดิษฐานที่วัดกัลยาณมิตร (ฝั่งธนบุรี) กรุงเทพมหานคร อีกองค์หนึ่งประดิษฐานที่วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยาและองค์ที่สามประดิษฐานที่ วัดอุภัยภาติการาม หรือ วัดซำปอกง จ.ฉะเชิงเทรา และเนื่องจากวัดแห่งนี้เป็นลัทธิมหายานจึงมีความเชื่อแบบวัดจีน ซึ่งภายในวิหารจะมีพระโพธิสัตว์กวนอิม, พระอรหันต์ และเทพเจ้าที่สำคัญของชาวจีน ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตที่เป็นที่กล่าวขวัญถึง คือการนำโชดีมาให้แก่คนทำมาค้าขายนั่นเอง

ที่ตั้ง: ถนนศุภกิจ ใกล้ตลาดบ้านใหม่ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

13.เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ (มูลนิธิสว่างศรัทธาธรรม)

สำหรับความเป็นมาและความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้ต้องย้อนเวลากลับไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2540 ซึ่งได้มีผู้ค้นพบเจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำมาติดฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง แล้วได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่มูลนิธิสว่างศรัทธาธรรม ลักษณะเจ้าแม่กวนอิมเป็นรูปยืนองค์ลอย สูงประมาณ 119 เซนติเมตร น้ำหนัก 40 กิโลกรัม ทำจากซีนิก้า ด้านในหล่อเต็มองค์ เนื้อองค์ออกสีเหลืองและในมือของเจ้าแม่กวนอิมยังถือคัมภีร์ซึ่งน่าจะเป็นปางถือคัมภีร์โปรดสั่งสอนมนุษย์ทุกชนชั้น ทำให้ในปัจจุบันมีผู้เคารพนับถือแวะเวียนมาสักการะอยู่เป็นประจำ

ที่ตั้ง: ถนนศุภกิจ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

14. Mini Murrah Farm (มินิมูร่าห์ฟาร์ม)

ฟาร์มควายนมเชิงท่องเที่ยวแห่งเดียวในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นโดยคุณรัญจวน เฮงตระกูลสิน ผู้ริเริ่มบุกเบิกฟาร์มเลี้ยงควายนม พันธุ์มูร่าห์แห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยมีจุดมุ่งหมายทำให้ มูร่าห์ฟาร์มเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) ต้นแบบ ที่สนับสนุนการเลี้ยงควายนมพันธุ์มูร่าห์ให้เป็นกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจของประเทศไทย และผลิตน้ำนมที่ได้คุณภาพสูงสุด ตามมาตรฐานคุณสมบัติของนมอินทรีย์สากล (Organic Milk)

ภายในฟาร์มจำลองบรรยากาศให้เหมือนฟาร์มเหมือนในชนบทต่างประเทศ ออกแบบอาคารและโรงเลี้ยงสัตว์ให้เหมือนในหนังสือนิทาน แถมภายในยังจัดเส้นทางการเรียนรู้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักฟาร์มมากขึ้น อาทิ ประวัติความเป็นมาของฟาร์ม, แปลงปลูกผักเลี้ยงสัตว์, แปลงเกษตรอินทรีย์, กิจกรรมรีดนมวัว,กิจกรรมเวิร์กช้อปทำอาหาร ขนม ปลูกผัก ทำนา, กิจกรรมป้อนอาหารสัตว์เลี้ยง รวมทั้งยังมีบริการร้านอาหารอร่อยสไตล์ Farmmede อีกด้วย

ที่ตั้ง: หมู่ 2 ต.สิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

เวลาเปิดปิด : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-21.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-21.00 น.

โทรศัพท์ : 081 819 2819

เว็บไซต์ : http://www.murrahfarm.com/

#—————————#

15. สวนปาล์มฟาร์มนก

สวนปาล์ม ฟาร์มนก สวนนกแก้วสวยงามจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เปิดเอาใจนักท่องเที่ยวด้วยโซนสวนปาล์มที่รวบรวมพันธ์ปาล์มกว่า 10 สายพันธุ์ และโซนนกและสัตว์ปีก

ภายในมีพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เป็นอาคาร 2 ชั้น โดยแบ่งเป็น ห้องชมวิดีทัศน์, ห้องชมนิทรรศการ และศูนย์อนุบาลลูกนก ซึ่งมีนกแก้วมากกว่า 2,000 ตัวและมากกว่า 80 สายพันธุ์ที่หาดูได้ยากในบรรยากาศที่เน้นสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ สะอาด สนามหญ้าสีเขียวขจีและปาล์มประดับสวยงามนานาพันธ์ไม่มีกลิ่นของมูลสัตว์ มีความพิถีพิถันในการดูแลนกแก้วในทุก ๆ ด้านไม่ว่าเรื่องอาหารที่มีคุณภาพดี สด สะอาด มีความสมดุลทางด้านโภชนาการ พร้อมกับสถานที่เลี้ยงที่เหมาะสมเพื่อให้นกได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพดี อายุยืนยาว มีผู้เชี่ยวชาญคอยหมั่นตรวจตราความสะอาดและสุขภาพนกทุกวัน

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และจำหน่ายนกแก้วมาคอร์ (พันธุ์บลูแอนด์โกลด์ สกาเล็ต กรีนวิง และไฮยาซิน) นกกระตั้ว สุนัขพันธุ์ต่างประเทศ พันธุ์เฟรนช์ มาสทีฟ พร้อมเปิดให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เข้ามาสัมผัสความน่ารักของนกแก้ว และสัตว์อื่นๆ

ที่ตั้ง: 25 หมู่ 6 ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

เว็บไซต์ : http://www.suanpalmfarmnok.com/

https://www.facebook.com/parrot2515/

#—————————#

16. คุ้มวิมานดิน

“คุ้มวิมานดิน” แหล่งเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาสำหรับครอบครัว บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ ออกแบบให้อิงไปกับธรรมชาติของสวนผลไม้เดิม ที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาหลากหลายรูปแบบแล้ว ยังเปิดเป็นสถานที่สำหรับเข้าร่วมกิจกรรมการปั้นดินด้วยตัวเอง การชมบ้านดิน พร้อมเรียนรู้การเกษตร พร้อมเลือกซื้อสินค้าของฝาก

สำหรับบุคคลทั่วไป โดยไม่ต้องแจ้งหรือจองล่วงหน้า ยกเว้นคณะหรือกลุ่มที่จำนวน เกิน 30 ท่านขึ้นไป และต้องการทำกิจกรรมปั้นดินจะต้องจองเพื่อให้ทางคุ้มวิมานดิน ได้จัดเตรียม วัสดุ และอุปกรณ์ รวมถึงดินเหนียว ไว้เพื่อรองรับบริการ

ที่ตั้ง:  121/1 หมู่ 3 ต.คลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เทศกาล) เวลา 09.00-18.00 น.

โทรศัพท์ : 087 825 1338, 088 219 5422

เว็บไซต์ : http://www.koomwimarndin.com/

#—————————#

17.วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์

วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อวัดเมือง เป็นวัดเก่าแก่เริ่มมีในสมัยรัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ.2377 ภายในวัดมีสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร สูง 8 เมตร (ขนาดกลาง) มีมุขเด็จด้านหน้าและหลัง หน้าบันมุขเด็จเป็นลวดลายปูนปั้น มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ “จปร” (ของรัชกาลที่ 3 และ รัชกาลที่ 5 ใช้ จปร. เหมือนกัน), พระวิหารขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 26 เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของอุโบสถ

ภายในพระวิหารมีพระประธานและพระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 3 ศอก จำนวน 4 องค์ (สมัยสุโขทัยเนื้อทองสำริด) และมีรอยพระพุทธบาทจำลองหล่อด้วยสำริด มีภาพมงคล 108 หล่อในสมัยรัชกาลที่ 3 ระหว่างอุโบสถกับพระวิหาร มีต้นจันทร์อายุมากกว่า 177 ปี, พระปรางค์ มุมกำแพงรอบพระวิหาร มี 4 องค์ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น, กำแพงรอบพระอุโบสถและพระวิหาร, ศาลาการเปรียญสร้างเมื่อ พ.ศ.2510 เดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว พ.ศ.2547 บูรณะโดยยกสูงจากพื้นเดิม, หอระฆัง สร้างเมื่อ พ.ศ.2478 เพื่ออุทิศให้พระอินทราสา อดีตเจ้าเมืองฉะเชิงเทรา พระเจดีย์ สูง 6-7 เมตร รจพระอัฐิพลายวิเศษฤาชัย (ช้าง) อดีตเจ้าเมืองฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่บริเวณรั้วของวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา

และศาลากรมหลวงรักษ์รณเรศ พระราชบุตรรัชกาลที่ 1 สร้างเมื่อ 19 มกราคม 2534 อยู่ด้านนอกกำแพงวัด ทรงชุดออกศึก ประทับนั่ง ขนาดเท่าองค์จริง ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้าน และเหล่าพ่อค้าคนจีน

ที่ตั้ง: 156 ถนนมรุพงษ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

18.ศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา

ศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2377 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และเพื่อคุ้มครองบ้านเมืองกับประชาชนให้พ้นจากภัยสงครามและภัยอันตรายทั้งปวง

ตั้งแต่ในอดีตที่เกิดข้อพิพาทไทย-ญวน เมืองฉะเชิงเทราได้กลายเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการปกป้องราชธานีจากการรุกรานของญวน จึงมีการสร้างป้อมกำแพงเมือง พร้อมกับสร้างเสาหลักเมืองขึ้นต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสาหลักเมืองนี้ได้เกิดการชำรุดจึงมีการนำไม้มะค่ามาแทนเสาหลักเมืองเดิมพร้อมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและสมโภชน์ในการยกเสาหลักเมือง เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2438 แต่ตัวอาคารศาลหลักเมืองกลับมีขนาดเล็ก แลดูไม่สง่างามสมฐานะจึงมีการก่อสร้างศาลขึ้นใหม่

ในปี พ.ศ.2540 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร ทรงประกอบพิธีสมโภชศาลหลักเมืองเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2542 เรียกได้ว่าหากนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มาสักการะศาลหลักเมืองของฉะเชิงเทราสถานที่สำคัญที่เชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ถือว่ามาไม่ถึง จ. ฉะเชิงเทราก็ว่าได้

ที่ตั้ง: ถนนมรุพงษ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

#—————————#

ที่เที่ยวฉะเชิงเทรา แปดริ้ว แหล่งท่องเที่ยว (11)

19.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
แหล่งฝึกอบรม และศึกษาเชิงวิชาการ เพื่อพัฒนาการเกษตรและอาชีพให้กับเกษตรกรในภาคตะวันออก จากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อีกหนึ่งสถานที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรแบเรียบง่ายตามหลักแนวความคิดพอเพียง

ในปี พ.ศ. 2522 ราษฎรในหมู่ 2 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน 264 ไร่ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา และได้ถวายที่ดินเพิ่มอีก 497 ไร่ รวมกับที่ดินบริเวณสวนรุกขชาติและ สวนพฤกษ์ศาสตร์ และที่ดินพระราชทานจากในหลวง ในพื้นที่ติดกับศูนย์ฯ รวมเป็น 1,895 ไร่ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชื่อว่า “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2523

ปัจจุบันที่นี่เป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนในวันหยุดที่ประชาชนให้ความสนใจ เข้าเยี่ยมชม และศึกษาเรียนรู้ทั้งแบบครบครัวและหมู่คณะ

สำหรับจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ พระตำหนักสามจั่ว หรือบ้านสามจั่ว บ้านพักรับรอง เป็นบ้านไม้สองชั้นยกพื้นสูง ซึ่งพระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้าง ทั้งยังทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง, ห้องอบและห้องนวดสมุนไพร  เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.และโรงสีข้าวพระราชทาน ชมกระบวนการสีข้าว ก่อนบรรจุ ใส่กระสอบในชื่อศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน

ที่ตั้ง: อ.เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา

เวลาเปิดปิด : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.

โทรศัพท์ : 0 3855 4982

เว็บไซต์ : http://www.khaohinsorn.com/

#—————————#

20.อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

“อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นจุดนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำบางปะกงที่สวยงาม

สำหรับประวัติความเป็นของที่นี่เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาถูกพม่าล้อมเมืองไว้ก่อนที่จะเสียกรุงครั้งที่ 2 ชาวบ้านเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ ได้ตีฝ่าวงล้อมกองทัพพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาก่อนกรุงแตกในปี พ.ศ.2310 เพื่อไปรวบรวมไพร่พลกอบกู้เอกราช ณ เมืองจันทบุรี จึงได้มีการสร้างพระสถูปเจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะของพระองค์ขึ้น

สำหรับจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะมาสักการะได้, พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, รูปปั้นม้า 1 คู่ (สีดำ 1 ตัวและประดับกระจก 1 ตัว), ช้าง 1 คู่ อีกทั้งยังมีศาลาพักผ่อนให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวสวยของต้นไม้สุดร่มรื่นอีกด้วย

ที่ตั้ง: บริเวณปากน้ำโจ้โล้ ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

#——————————-#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!