Walking BKK ฉบับ One Day Trip เยือนถิ่นคลองสานเที่ยวย่านดินแดง

ยุคนี้เป็นยุคที่ใครๆ ก็ออกเดินทางไปท่องเที่ยวกัน ไม่ว่าจะเที่ยวในเมืองไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งก็ถือเป็นการรีแล็กซ์ร่างกายที่น่าสนใจไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ แต่ก็มีหลายคนที่นานๆ ทีจะมีเวลาว่างออกไปเที่ยว และการวางแพลนแต่ละทริปนั้นก็เสียเวลามากเหลือเกิน

ในครั้งนี้ TripTravelGang : ทริปทราเวลแก็งค์ ขออาสาเปิดลายแทงเที่ยวแบบ One Day Trip กับกิจกรรมดีๆ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้ชื่อ Walking Bangkok ซึ่งจะพาเดินลัดเลาะเที่ยวเล่นกันเพลินๆ แถวย่านดินแดง – คลองสาน

พาไปชมวิถีชีวิตผู้คน สถานที่ท่องเที่ยว และสถาปัตยกรรมสวยๆ แบบใกล้ชิด เอาล่ะ … เตรียมร่างกายและกล้องถ่ายรูปให้พร้อมแล้วออกเดินทางกันเลย !

ก่อนจะออกไป Walking BKK ก็อย่าลืมเช็คอุปกรณ์ให้พร้อมนะ อากาศร้อนๆ แบบนี้อุปกรณ์กันแดดถือเป็นเรื่องที่สำคัญ น้ำเปล่าอย่าให้ขาด สมุดและปากกาสำหรับจดก็ควรมี และที่สำคัญแผนที่ต้องพร้อม

จุดแรกเราก็ต้องแวะเติมพลังกันก่อนที่ ร้านข้าวขาหมูตลาดสมเด็จ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยแบบสุดๆ ขาหมูที่ตุ๋นนุ่มจนเปื่อย หอมกลิ่นพะโล้และเครื่องเทศชวนน้ำลายไหลสุดๆ ซึ่งเราสามารถสั่งได้ว่าจะเอาเนื้อ หนัง ไข่ หางหมู ลิ้นหมู ไส้หมู มีหมด

หรือถ้าใครอยากกินเมนูอื่นก็ยังมีข้าวไก่อบซอสให้ได้ลิ้มลองกันด้วย โดยร้านข้าวขาหมูตลาดสมเด็จ ตั้งอยู่ปากซอยสมเด็จเจ้าพระยา 2 ร้านเปิดตั้งแต่ 07.00 น. ลองไปชิมกันได้

อิ่มแปล้กันแล้วก็เดินเข้าไปชม วัดพิชัยญาติการามวรวิหาร กันหน่อย วัดนี้อยู่ข้างๆ ร้านข้าวขาหมูเลย เดินไม่ไกลหาได้ไม่ยาก

ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระสิทธารถหรือหลวงพ่อสมปรารถนา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย ซึ่งเป็นพระประธานองค์ของพระอุโบสถ นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังและสถาปัตยกรรมสวยๆ ให้ได้ชมอีกด้วย

และที่โดดเด่นสุดๆ คือวัดนี้มีการผสมผสานทั้งศิลปะไทย จีน และยุโรปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เรียกได้ว่าสวยงามประทับใจสุดๆ

ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามชม วัดอนงคารามวรวิหาร เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เดิมวัดนี้มีชื่อวัดน้อยขำแถม ตามชื่อของผู้สร้างคือท่านผู้หญิงน้อย ภริยาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นวัดคู่กันกับวัดพิชยญาติการามของสามี

ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือพระอุโบสถ ซึ่งประดับลายปูนปั้นที่หน้าบันและซุ้มประตูหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นที่ยกย่องกันว่างดงามมากเช่นเดียวกัน

เดินลัดเลาะไปต่อยัง ศาลเจ้าพ่อเสือ ศาลเจ้าท้องถิ่นสำคัญของย่านดินแดง พร้อมชมปืนใหญ่โบราณที่มีสัญลักษณ์จากฮอลันดาที่ตั้งอยู่ภายในศาล จากนั้นก็เดินลัดเลาะไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อชม ศาลเจ้าพ่อกวนอู ที่ประดิษฐานเทพเจ้ากวนอูที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ

ตามหลักฐานที่ค้นพบ และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจภายในอาคาร และบรรยากาศของอาคารเก่า โรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ ที่มีความงดงาม ตามหลักฮวงจุ้ยและรู้จักน้ำปลาฝีมือแซ่ทั่ง อันเป็นที่มาของน้ำปลาตรารวงข้าว ซึ่งน้อยคนจะรู้จัก

เดินต่อไปไม่ไกลนักเราก็ไปพบกับ มัสยิดตึกขาว หรือ มัสยิดเซฟี ที่ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มมุสลิมดาวูดีโบราห์ กลุ่มพ่อค้าอินเดียที่เข้ามาค้าขายกับสยามที่มีอัตลักษณ์ทางเครื่องแต่งกายจนได้รับการกล่าวขานว่า แขกสะระบั่นทอง

โดยมีอาคารมัสยิดที่งดงาม มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ ถือเป็นศาสนสถานที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้อย่างมาก

เดินกันมาเหนื่อยๆ ก็แวะกินข้าวเที่ยงกันที่ ร้านนกยูงเกาเหลาเลือดหมู ร้านนี้ต้มเลือดหมูอร่อยเด็ดแทบไม่ต้องปรุง เครื่องในหมูที่นำมาเสิร์ฟในชามก็ไม่มีกลิ่นหอม และยังมีก๋วยจั๊บน้ำใสรสชาติกลมกล่อมให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

อิ่มท้องมื้อกลางวันกันแล้วก็เดินเที่ยวกันต่อไปยัง วัดทองธรรมชาติ เป็นวัดโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีนามว่า วัดทองบน จนได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 1 กราบไหว้สักการะ พระพุทธชินชาติมาศธรรมคุณ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ได้พระราชทานนามแก่พระประธาน พร้อมชมภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบประเพณีนิยม

เดินเท้าลัดตรอกเลาะชุมชนสู่ วัดทองนพคุณ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดทองล่าง ที่อยู่คู่กันกับวัดทองบน และได้รับการบูรณะโดยพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) และถวายเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในมีพระอุโบสถที่ออกแบบบานประตูและหน้าต่างเป็นรูปแบบของพัดยศสำหรับพระราชาคณะดูแปลกตาและแตกต่างจากพระอารามอื่น และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่งดงามและที่โดดเด่นคือภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ เป็นเรื่องมหาเวสสันดรชาดก และภาพปริศนาธรรมรูปลิงกำลังบินเหมือนนก ด้านหลังพระประธานมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปพระวิสูตร หรือผ้าม่าน และมีเหล่าทวยเทพคลี่พระวิสูตรออกมาทั้งด้านซ้ายและขวา สวยงามน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

เดินไปอีกนิดก็จะถึง สมาคมเต๊กก่าจีจินเกาะ สมาคมการกุศลที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์จากเหตุการณ์ต่างๆ พร้อมชมความงดงามและเทพองค์สำคัญ อาทิ ไต้ฮงกง อรหันจี้กง เง็กเซียนฮ้องเต้ ตามความเชื่อของเต๋าและพุทธมหายาน ขึ้นชม “พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมชาตรีไทยจีนเฉลิม” ที่มีสถาปัตยกรรมเป็นเจดีย์ถะ 8 ชั้น มองภาพมุมกว้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาของฝั่งพระนคร

ก่อนปิดท้าย Walking Bangkok กันด้วย The Jam Factory โครงการติดพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ ที่เคยเป็นโกดังถ่านไฟฉายตรากบ ที่หลายๆ คนรู้จักในวัยเยาว์ โรงน้ำแข็ง และโรงงานผลิตยา ในพื้นที่ 4 ไร่ จนได้ถูกปรับปรุงภูมิทัศน์วัฒนธรรม

โดยเจ้าของคือ คุณด้วง หรือ ดวงฤทธิ์ บุนนาค ใช้แนวคิดเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบันผ่านอนาคต และรักษ์ชุมชนไว้ด้วยกัน โดยการเก็บโครงสร้างอาคารเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 โซน ในพื้นที่เดียว ประกอบด้วย ร้านหนังสือ Candide Books – ร้านกาแฟ li-bra-ry , แกลอรีภาพ The Jam Factory Gallery และ ร้านอาหารไทย The Never Ending Summer ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนอารมณ์หยุดความวุ่นวายของสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี

จัดได้ว่าเป็นทริปเดินเที่ยวที่สนุกและครบเครื่องทั้งศิลปวัฒนธรรมไทย จีน อิสลาม เข้าด้วยกันแบบลงตัวสุดๆ

ใครที่มีเวลาว่างวันเดียวหรืออยากลองมาเดินเที่ยวลัดเลาะชมเมืองกรุงแบบนี้ก็ลองตามลายแทงที่เราแนะนำกันได้นะ หรือสามารถไปขอแผนที่ Walking Bangkok ได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ถนนเพชรบุรีกันได้

เส้นทางเดินเที่ยวจะมีให้เลือกหลากหลาย อาทิ ลัดเลาะย่านมังกรในกรุง เส้นทางตามรอยประวัติศาสตร์ย่านคลองผดุง เส้นทางศูนย์กลางกรุงรัตนโกสินทร์ ฯลฯ ใครอยากเที่ยวแบบไหนก็ลองไปเลือกดูกันได้ หรือจะตามแฮชแท็ก #walkingbangkok #walkingbkk ก็ยังได้

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!