C H I A N G R A I แอ่วเชียงรายแบบม่วนใจ๋ฉบับ 2 วัน 1 คืน สัมผัสเชียงรายมุมมองที่ต่างไปจากเคย

ใครที่มีแพลนจะไปแอ่วภาคเหนือก็คงจะมีลิสต์ที่เที่ยวไว้ในใจอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ

แต่ครั้งนี้ TripTravelGang : ทริปทราเวลแก็งค์ จะขอแนะนำหนึ่งอีกจังหวัดทางภาคเหนือที่ขอบอกว่าฮิตไม่แพ้ที่อื่นเลยนั่นก็คือ จ.เชียงราย เจ้าาา ~

โดยทริปเชียงรายที่เราจะพาไปเที่ยวในครั้งนี้ เป็นการพาไปสัมผัสเชียงรายในมุมมองที่ต่างไปจากเคย สถานที่แต่ละแห่งก็จัดว่าว้าวว ! จนเราประทับใจ

แต่ที่พิเศษสุดๆ ในทริปนี้นั้นคือ TripTravelGang : ทริปทราเวลแก็งค์ ได้พาผู้โชคดีนั่นคือ ‘น้องดรีม’ สาวน้อยน่ารักจากเมืองเกินร้อยไปสัมผัสวิถีชีวิตแบบเชียงรายกันด้วย

ว่าแต่จะมีที่ไหนน่าไปเยือนบ้างตาม TripTravelGang : ทริปทราเวลแก็งค์ มาเลยย !

Day1

คุณโต – ชูเกียรติ เวสารัชชพงศ์

วัตถุดิบที่จะนำมาทำชา มีทั้งมะตูม ตะไคร้ อัญชัน เก๊กฮวย กระเจี๊ยบ ใบเตย หญ้าหวาน

หลังจากที่เรานั่งเครื่องจากดอนเมืองมายังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แล้ว สถานที่แรกที่เราจะไปคือ ‘สวรรค์บนดิน’ ตั้งอยู่ที่ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ที่ ‘สวรรค์บนดิน’ แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่มากล้นด้วยเสน่ห์ของพืชพรรณสมุนไพรแบบออร์แกนิก

โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณโต – ชูเกียรติ เวสารัชชพงศ์ ที่เปลี่ยนบทบาทจากอาชีพช่างภาพมาทำฟาร์มสเตย์

ซึ่งภายในสวรรค์บนดินนอกจากจะมีสวนพืชผักสวนครัว และสมุนไพรที่เป็นแบบออร์แกนิคแล้ว ยังเปิดให้บริการห้องพักจำนวน 3 ห้อง ที่ตกแต่งด้วยสไตล์เรียบง่าย

สำหรับพระเอกของสวรรค์บนดินคงหนีไม่พ้นชาสมุนไพรที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาอัญชัน ชาตะไคร้ ชาหญ้าหวาน ชาเก๊กฮวย ชาใบเตย ชากระเจี๊ยบ ฯลฯ รวมทั้งมีวัตถุดิบชั้นดีอย่างมะตูม เจียวกู้หลาน ฯลฯ

เป็นหนึ่งในส่วนผสมของชาอีกด้วย แต่จะให้เข้าถึงความเป็นสวรรค์บนดินก็ต้องลิ้มลอง ‘ชานมัสการ’ ชาที่มีกลิ่นและรสสัมผัสแบบเฉพาะ เมื่อจิบเข้าไปแล้ว รู้สึกได้ถึงความหอมที่ละมุน

โดยสูตรชานมัสการนั้นคุณโตเป็นผู้ที่คิดค้นและผสมชาเอง เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากมาสัมผัสสวรรค์บนดินแบบพวกเราก็ลองแวะมากันดูนะ .. ขอบอกว่าประทับใจสุดๆ เลย

พิซซ่าหน้าไส้อั่วหมู

ขาหมูแกงฮังเล

สปาเก็ตตี้ผัดไส้อั่ว

เครปเค้กสตรอเบอร์รี่

จากนั้นก็ไปกินมื้อกลางวันแสนอร่อยกันที่ ‘ร้าน Melt In Your Mouth’ ร้านอาหารสวยบรรยากาศดี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกที่ดึงเอาบรรยากาศสวนสไตล์อังกฤษมาดึงดูดใจขาชิมทั้งหลาย

นอกจากบรรยากาศของร้านจะสวยจนน่าประทับใจแล้ว ตัวเมนูอาหารก็โดดเด่นและมีสไตล์ไม่แพ้กัน เพราะมีการนำวัตถุดิบอาหารเหนือมาฟิวชั่นเป็นเมนูที่ถูกปากถูกใจทุกคน อาทิ พิซซ่าหน้าไส้อั่ว ขาหมูแกงฮังเล ลาบคั่วทอด สปาเก็ตตี้ซอสไส้อั่ว ฯลฯ ซึ่งแต่ละเมนูอร่อยลำแต๊ๆ เจ้า

ส่วนเมนูขนมหวานก็อร่อยไม่แพ้กัน เพราะที่ร้านเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ รังสรรค์ของมาเป็นเบเกอรี่โฮมเมดรสเลิศที่ไม่ว่าใครก็ติดใจ ทั้งเลม่อนทาร์ต เครปเค้กสตรอเบอร์รี่ พายมันม่วง มาการอง ฯลฯ

ถ้าหากใครมาเที่ยวเชียงรายแล้วกำลังหาร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศเลิศๆ แบบนี้ก็มากันได้ที่ร้าน Melt in your mouth

ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.เชียงราย เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.00 น. 

หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/pg/meltinyourmouthchiangrai

อิ่มอร่อยกับอาหารจานเด็ดไปแล้ว ก็ได้เวลาไปปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตของชาวเชียงแสนริมฝั่งแม่น้ำโขงกัน โดยใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปยัง .เชียงแสน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งที่ อ.เชียงแสน แห่งนี้จัดเป็นเมืองที่เงียบสงบ อบอุ่น

และยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามมาอย่างช้านาน รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวในตัว อ.เชียงแสน ก็มีความสวยงามน่าประทับใจ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนที่รักษาและอนุรักษ์ สถานที่ท่องเที่ยวไว้ได้อย่างอุดมสมบูรณ์

โดยเส้นทางการปั่นเที่ยวชม อ.เชียงแสน นั้นจะมีทั้งหมด 10 จุดดังนี้

จุดที่ 1 วัดมหาโพธิ์ หรือวัดศรีมหาโพธิ์ เป็นสถานที่สำหรับการทำพิธีถวายไม้ค้ำสลีในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ของทุกปี โดยเชื่อว่าเป็นการเสริมดวงชะตาให้มีอายุยืนยาว

จากนั้นก็ปั่นจักรยานเลียบกำแพงเมืองโบราณด้านทิศเหนือ ผ่านประตูนางเซิ้ง เข้าถนนหนองมูตไปยังจุดที่ 2 คือ วัดร้อยข้อ เป็นวัดร้างที่ได้รับการบูรณะ เมื่อปี พ.ศ.2544 มีเจดีย์แปดเหลี่ยมแบบล้านนา ทางด้านทิศตะวันออกมีวิหารที่เหลือแต่ฐานรากและฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปสีขาว สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 21

ปั่นไปอีกนิดก็ถึงจุดที่ 3 คือ วัดอาทิตย์ต้นแก้ว เป็นวัดที่ให้พระสงฆ์สำนักต่างๆ สามารถทำพิธีร่วมกันได้

พอปั่นไปได้สักพักเริ่มรู้สึกหิวๆ ก็ไปกินขนมอร่อยๆ กันตรงจุดที่ 4 นั่นคือ บ้านขนมวง เป็นบ้าของป้าน้อง – มลิวรรณ ผู้มีความรู้เรื่องสูตรและวิธีทำขนมพื้นบ้านที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน อาทิ ขนมวง ขนมสอดไส้

เติมพลังกันแล้วก็ปั่นต่อไปยัง จุดที่ 5 คือ บ้านร้อยซึง เป็นบ้านของพ่อครูสมนึก สุขสุวรรณ์ ผู้สืบทอดวัฒนธรรมโบราณในการสร้างเสียงเพลงสะล้อ ซอ ซึง ทำนองต้นแบบเชียงแสน ซึ่งมีความชำนาญในการประดิษฐ์ซึงหลายรูปแบบ

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดนั่นคือ วัดป่าสัก เป็นวัดโบราณที่ตั้งอยู่บริเวณประตูเชียงแสน สร้างโดยพญาแสนภู กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาที่มีความผูกพันกับเมืองเชียงแสน และได้มีการปลูกต้นสักล้อมรอบกำแพงจำนวน 300 ต้น จึงเป็นที่มาของวัดป่าสักแห่งนี้

ยังเหลืออีก 4 จุดที่เราไม่ได้แวะเนื่องจากเวลาที่มีอย่างจำกัด แต่ทุกที่ที่เราได้ปั่นจักรยานผ่าน เราจะได้สัมผัสความสวยงามตามแบบฉบับเชียงแสน ที่ไม่ว่าใครต่างต้องประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ

Day2

หลังจากที่พักในตัวเมืองเชียงแสนแล้ว เราก็กลับเข้ามายังตัวเมืองเชียงรายเพื่อทำกิจกรรมกันต่อ และเมื่อมาเยือนเชียงรายทั้งทีก็ต้องแวะไปกราบ ‘อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย’ เพื่อความเป็นสิริมงคลกันหน่อย

เสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปยัง ‘พระธาตุดอยเขาควายแก้ว’ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุและเป็นจุดชมวิวเมืองเชียงรายที่มีความสวยงามและใกล้ตัวเมืองมากที่สุด และนอกจากเราจะมาชมวิวเชียงรายแบบพาโนราม่าแล้ว

เราก็ยังได้มีโอกาสประลองฝีมือสร้างผลงานศิลปะผ่านปลายพู่กันอีกด้วย งานนี้ขอสวมวิญญาณเป็นแวะโก๊ะสักวัน ขอบอกว่าผลงานของทีม TripTravelGang : ทริปทราเวลแก็งค์ ไม่ได้มาเล่นๆ นะจ้ะ

จากนั้นก็ขอปิดท้ายทริปแอ่วเชียงรายกันที่ ‘ขัวศิลปะ’ ไปเสพงานศิลป์ให้อินกันแบบสุดๆ โดยขัวศิลปะนี้เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเชียงราย ที่มีการจัดแสดงงานศิลปะโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงของทางภาคเหนือ

ภายในจะมีการจัดแสดงนิทรรศการงานศิลปะ โดยมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนนิทรรศการไปเรื่อยๆ นอกจากจะมีงานศิลปะสวยๆ ให้ได้ชมกันแล้ว ก็ยังมีร้านของฝาก ของที่ระลึกให้ได้ช็อปปิ้งกันอีกด้วย

ใครที่อยากชมงานศิลปะเจ๋งๆ ของเหล่าศิลปินสุดเก๋าก็สามารถไปกันได้ โดยขัวศิลปะตั้งอยู่ที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น.

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!