เที่ยวปัว ทัวร์น่าน ทริปสนุกครบรส กิน พัก ชอป เต็มพิกัด 2 วัน 1 คืน

ปลายปีนี้ลมหนาวเริ่มพัดผ่านมาแล้ว

หากเพื่อนๆ กำลังมองหาที่เที่ยว ที่พัก ที่ตั้งอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา ธรรมชาติ และม่านหมอก สำหรับพาตัวเองไปชาร์จแบต หรือพาครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน

TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ ขอแนะนำที่นี่เลย อ.ปัว จ.น่าน เมืองท่องเที่ยวเล็กๆ น่ารัก เงียบสงบ และมีเสน่ห์แบบชาวบ้าน ซึ่งถ้าได้ลองไปสักครั้ง เชื่อแน่ว่า คุณจะตกหลุมรักๆ จนยากจะถอนตัวเลยทีเดียว

สำหรับการไปเยือนเมืองปัวของเราในครั้งนี้ เราได้ร่วมทริปกับ การการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

โดยเดินทางไปรูปแบบนักท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “Creative Tourism District” หรือการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จะมาช่วยเติมเต็มคุณค่า และประสบการณ์สนุกๆ  ให้กับนักเดินทางทุกคนไปพร้อมกัน

ทริปนี้เราใช้เดินทางสั้น เพียง 2 วัน 1 คืน แต่บอกเลยว่าเที่ยวคุ้มมากๆ  เพราะได้เที่ยวทั้งธรรมชาติ สูดอกาศบริสุทธิ์ กินอาหารท้องถิ่น ไหว้พระทำบุญ และทำกิจกรรมเด็ดๆ มากมายในชุมชน  ว่าแล้วอย่ารอช้าตามเราไปเที่ยวกันเลย

หลังจากเครื่องบินแลนด์ดิ้งที่สนามบินในตัวเมืองน่านช่วง 8 โมงกว่าๆ เราก็นั่งรถตู้มุ่งหน้าสู่เมือง ปัว โดยมีจุดหมายปลายทางแห่งแรกคือ วัดภูเก็ต (ที่ตั้ง : ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน)

วัดภูเก็ต ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ จ.ภูเก็ต แต่อย่างใด เพียงแต่ชื่อไปคลองจ้องกับ จ.ภูเก็ต ก็เท่านั้น

วัดภูเก็ต แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านเก็ต เป็นหมู่บ้านที่ตั้งบนพื้นที่ขุนเขาสูงๆ ที่เรียกกันว่า ภู หรือ ดอย ซึ่งในภาษาเหนือ เรียกว่าคำนี้ “เก็ต” ดังนั้นชื่อวัดภูเก็ต ของ อ. ปัว  ก็คือ วัดที่อยู่บนภูเขาสูงนั่นเอง

สำหรับความโดดเด่นและน่าสนใจของวัดแห่งนี้ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวหลายคนนั้นก็คือ บริเวณระเบียงชมวิวด้านหลังวัดกับผืนนากว้าง ๆ  ในมุม 180 องศา ที่มาพร้อมกับฉากหลังสวย ๆ กับเทือกเขาที่เป็นที่ตั้งของดอยภูคา

จากจุดนี้ เราสามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นต้อนรับวันใหม่ อีกทั้งยังสามารถเดินเข้าชมพระวิหารของวัด ดูสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมเเบบล้านนาประยุกต์ แถมภายในยังมีภาพจิตรกรรมสวย ๆ ให้ชมอีกด้วย

จากวัดบ้านเก็ต เราเดินทางชม “กลุ่มทอผ้าไทลื้อบ้านเก็ต ป้าหลอม” (ที่ตั้ง : 97 ม.2 ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน)

ก่อตั้งขึ้นโดยการรวมตัวของการสืบทอดภูมิปัญญาในท้องถิ่น จากผ้าผืนเก่า ๆ ความวิจิตรของลายผ้า ที่แม่หลวง (คุณยาย) ทิ้งร่องรอยเอาไว้ตามผ้าเสื่อ ผ้าปูที่นอน ผ้าปูเสื่อของคนในหมู่บ้าน ตั้งแต่สมัยโบราณ

จากนั้นจึงเกิดการรวมตัวของคนในกลุ่ม  ร่วมกันแกะลายจากผ้าผืนเก่ามาปรับปรุงและพัฒนา จนกลายเป็นผ้าทอ คลุมไหล่ ผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน หมอนอิง ฯลฯ สร้างรายได้ให้คนในชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน

และส่งเสริมผ้าทอพื้นเมืองน่าน กลายเป็นหนึ่งในสินค้า ของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

สนุกกับกิจกรรมทอผ้าและย้อมผ้าไทลื้อ

แถมที่นี่ยังเป็น 1 ใน 3 หมู่บ้านที่ได้รับมอบหมายการทอตุง เพื่อตกแต่งในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์อีกด้วย

ผ้าย้อมชิ้นเดียวฝีมือเราเอง

พอถึงช่วงเที่ยงก็แวะมาฝากท้องกันที่ ร้านอาหารฟาร์มเห็ด บ.หัวน้ำ

ที่ไม่ได้มาเสิร์ฟแค่อาหารให้อิ่มท้องเท่านั้น เพราะที่นี่ให้เต็มอิ่มไปถึงความรู้เรื่องการเพาะเห็ดกันเลยทีเดียว

เมื่อเข้าไปยังภาพในพื้นที่ร้าน เพื่อน ๆ จะได้ซึมซับกับความร่มรื่นของต้นไม้นานาชนิด เพลิดเพลินไปกับมุมถ่ายรูปหลายจุด

แถมตัวร้านก็สร้างให้สวยงามเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น มองเห็นวิวทุ่งนาได้จากตัวร้าน แถมเลือกที่นั่งได้ทั้งภายในร้านหรือจะรับวิวกลางแจ้งแบบใต้ร่มไม้ก็ได้เช่นกัน

ส่วนเมนูอร่อยที่พลาดไม่ได้ของร้าน ได้แก่ ยำแหนมเห็ด, ตำยำเห็ด, ต้มแซ่บไก่บ้าน, แกงเห็ดใบหญ้านาง, ยำผักกูด, เห็ดหอมทอดซีอิ๊ว เห็ดออริจิผัดกุ้ง  ยำสามเห็ด, ซุปครีมเห็ดและพิซซ่าเห็ด และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย

รับรองว่าถ้าใครที่ได้มาเยือนถึงร้านจะต้องต้องประทับใจไปกับบรรยากาศของต้นไม้และต้นไผ่บวกวิวสวยรอบร้านและอิ่มอร่อยไปกับเห็ดนานาชนิดเลยทีเดียว

Contact: ร้านอาหารฟาร์มเห็ด บ.หัวน้ำ ที่ตั้ง : บ.หัวน้ำ ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน โทรศัพท์ : 054 792 252

อิ่มท้องแล้วก็แวะมาเที่ยวกันต่อที่ วัดพระธาตุเบ็งสกัด (ที่ตั้ง : บ้านแก้ม ม.5 ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน) ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนชัยภูมิที่ดีที่สุดในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี

ด้วยที่ตั้งที่อยู่บนเนินสูง สามารถมองเห็นวิว ทิวทัศน์ของหมู่บ้านเบื้องล่างที่รายล้อมไปด้วยผืนป่าได้เป็นอย่างดี ยิ่งในช่วงฤดูฝนที่นี่ยิ่งสวยงามทวีคูณไปอีกหลายเท่ากับผืนนาเขียวขจีเต็มพื้นที่

โดยชื่อของ วัดพระธาตุเบ็งสกัดนั้น หมายถึง สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วขาดเป็นท่อน ๆ เหมือนมีอะไรมากัดให้ขาด และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง

สำหรับจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่พลาดไม่ได้ก็คือ องค์พระเจดีย์อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ สถาปัตยกรรมสกุลช่างน่าน อันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน

ทั้งนี้ องค์พระธาตุและพระวิหารสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 1826 วิหารทรงตะคุ่มแบบศิลปะพื้นบ้านไทลื้อ หรือที่เรียกว่า “ทรงเตี้ยแจ้” มีหลังคา 2 ชั้น 2 ตับ มุงด้วยแป้นเกล็ด (ทำจากไม้สักทอง) มีซุ้มประตูเป็นศิลปะล้านช้าง ได้รับการบูรณะในสมัยพระยาอนันตยศ และโปรดให้นำพระแก้วซึ่งมีเกศาเป็นทองคำบรรจุในองค์พระธาตุ

และองค์พระประธานอันเป็นศิลปะแบบพื้นบ้าน ประดิษฐานบนฐานชุกชี ด้านหลังองค์พระ ติดกระจกเงาตามความเชื่อของชาวไทลื้อ ส่วนบานประตูไม้จำหลักเป็นศิลปะพื้นเมืองน่าน

พอตกเย็นก็แวะชวนไปนอนพักบนพื้นที่สุดน่ารักเอาใจคนรักโกโก้และช็อกโกแลตแล้ว ก็สามารถไปนอนพักท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่นกันต่อได้ที่ “โกโก้วัลเล่ย์ รีสอร์ท”

เจ้าของสโลแกน ปลูกด้วยรัก ปรุงด้วยใจ  ที่พักเล็ก ๆ น่ารักราคาย่อมเยาที่ปรับเปลี่ยนจากบ้านหลังเก่ามาเป็นรีสอร์ทสุดสวย ทันสมัย

แต่ละห้องเน้นการออกแบบให้สวยในสไตล์ลอฟท์ โดดเด่นด้วยผนังปูนเปลือยเข้ากับโทนสิ่งของเครื่องใช้ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในโทนสีขาว แถมยังมีการออกแบบหน้าต่างกระจกให้กว้าง ๆ เน้นรับแสงธรรมชาติเข้าตัวห้องได้อย่างสะดวก

สำหรับห้องพักมีให้เลือกตามชื่อต่าง ๆ อาทิ Cocoa Blue Terrace 2 ห้อง, Cocoa Forest 2 ห้อง, Cocoa Brown 1 ห้อง, Cocoa Blue 3 ห้อง และห้อง Cocoa Green

โดยแต่ละห้องนอกจากจะสะดวกสบาย สวยงามไปด้วยการตกแต่งแล้ว  ยังมองเห็นวิวสวยๆ จากห้องมาได้กว้างถึง 180 องศากันเลยทีเดียว

ที่นี่มีกิจกรรมทำสบู่จากโกโก้ด้วย

กิจกรรมชมสวนโกโก้

และการคัดเมล็ดโกโก้สำหรับนำมาทำเครื่องดื่ม

Contact: ที่ตั้ง : 339 ม.8 ต.ปัว อ.ปัว จ.น่าน  โทรศัพท์ : 064 914 7909

รับประทานเย็น ที่โกโก้ วัลเล่ย์ รีสอร์ท

ตื่นเช้าต้อนรับวันใหม่พร้อมกับนั่งชิลล์ใสนคาเฟ่สำหรับคนรักธรรมชาติ โกโก้ วัลเล่ย์ Cafe

ตั้งอยู่ภายในที่เดียวกันกับโกโก้วัลเล่ย์ รีสอร์ท  ที่แบ่งพื้นที่ให้เลือกนั่งชิลได้หลายมุม

เริ่มจากชั้นล่างจะเป็นที่ตั้งของเคาน์เตอร์สำหรับสั่งเครื่องดื่มของหวานของร้าน ซึ่งออกแบบให้เป็นห้องกระจกเน้นรับแสงธรรมชาติเข้ากับการตกแต่งแบบเรียบ ๆ เพิ่มเติมสีเขียวธรรมชาติของต้นไม้และเฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาลเข้ากันเป็นอย่างดี

เมื่อขึ้นไปยังชั้น 2 ของร้านจะเป็นโซนดาดฟ้า เป็นพื้นที่โล่ง ๆ รับลมธรรมชาติ และที่สำคัญเพื่อน ๆ จะได้เต็มอิ่มไปกับบรรยากาศความสวยงามของวิวสวย ๆ ของตัวเมืองปัวกับฉากหลังของภูเขาสลับซับซ้อนสุดประทับใจมาก ๆ เลยทีเดียว

ส่วนเมนูสำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงร้าน ก็คือเมนูที่มีส่วนผสมของโกโก้ที่ปลูกเอง ผลิตเองจากร้าน อาทิ ช็อกโกแลตลาวา, โกโก้ปั่น, เค้กช็อกโกแลต และเมนูอื่น ๆ อาทิ ฮันนี่โทสผลไม้, บราวนี่และวาฟเฟิล เป็นต้น

และบนชั้น 2 นี้ยังเป็นที่นั่งสำหรับกินอาหารเช้า รับลมเย็นๆ และชมวิวสวยๆ ด้วย

อาหารเช้าและบรรยากาศดีๆ

ออกจากที่พักตอนสายๆ เราก็เดินทางไป ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี่

ที่นี่ถือเป็นแหล่งผลิตเครื่องเงินที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่แบรนด์ดังไกลถึงอเมริกา ด้วยเทคนิค ประสบการณ์ ความเชียวชาญที่สั่งสมมาหลายปีบวกกับการผลิตที่ทันสมัย ลวดลายที่เป็นสากลมากขึ้นจนเป็นที่ถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

สำหรับที่มาของดอยซิลเวอร์แฟคตอรี่แห่งนี้ ที่นี่จัดตั้งเป็นศูนย์หัตถกรรมที่ได้สืบสานศิลปหัตกรรมเครื่องประดับเงินจากบรรพบุรุษรุ่นปู่สืบทอดมาสู่รุ่นลูกหลาน ด้วยประสบการณ์ด้านเครื่องประดับเงินมากกว่า 70 ปี

มีช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับเงินมากกว่า 200 คน ทำให้ศูนย์หัตถกรรมเครื่องเงิน “ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี่” เป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

สินค้าชื่อดังได้แก่ เงินรมดำ, เงินฝังพลอย, เงินลงยา, หนัง, ของตกแต่งบ้าน, กระเป๋าและเข็มขัด รวมไปถึงเครื่องประดับนานาชนิดอีกด้วย ถือเป็นสินค้าขึ้นชื่ออีกหนึ่งอย่างของเมืองน่านเลยก็ว่าได้

ตอกเครื่องเงินชิ้นเดียวในโลก

ออกจาก อ.ปัว เราก็เดินทางกลับตัวเมืองน่าน โดยมากินอาหารเที่ยงกันแบบเน้นๆ ที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวสุราษฎร์@น่าน (ที่ตั้ง : กาดน่าน  ถ.มหายศ อ.เมือง จ.น่าน)

ร้านนี้นำเสนอทั้งความอร่อยจัดจ้านทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-หมู ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยในชื่อร้าน เหตุผลก็เพราะว่าเจ้าของร้านเดิมทีเป็นคน จ.สุราษฏร์ธานี แต่หลังๆ ได้ขยายกิจการมาที่เมืองน่าน พร้อมหอบหิ้วเอาสูตรก๋วยเตี๋ยวอร่อย ๆ ขึ้นมาให้ชาวน่านได้ลิ้มลองกัน

เมื่อเข้ามาภายในร้านตัวร้านเองก็ถูกออแบบให้เรียบง่ายคล้ายตึกแถว 2 ชั้น ให้เลือกนั่งทานได้ตามชอบใจ

ส่วนเมนูอร่อยของร้านก็มีให้เลือก 4 สไตล์ ทั้งแบบเกาเหลาเป็นคำ ๆ แบบกินเส้นเหนียวนุ่ม แบบซดซุปคล่องคอ หรือแบบเลือกอย่างเดียวไม่ได้ก็สั่งแบบลังเลสองใจ

รวมไปถึงเมนูเด็ด ๆ อาทิ ก๋วยเตี่ยวหม้อไฟ, เกาเหลาเนื้อวัว, ต้มแซ่บน่องลาย, ลวกจิ้มเนื้อรวมและก๋วยเตี๋ยวเนื้อรวม เป็นต้น ส่วนพิกัดร้านก็หาไม่ยาก เพียงตรงเข้ามาที่กาดน่านก็เจอเลย

ตอนบ่ายๆ  เราขอไปสนุกกับกิจกรรมปั้นเครื่องปั้นดินเผาชิ้นเดียวในโลกจากฝีมือตัวเองที่ ศูนย์เครื่องปั้นดินเผาบ้านบ่อสวก (ที่ตั้ง : ม.10 บ.บ่อสวก ต.สวก อ.เมือง จ.น่าน)

สำหรับเตาเผาโบราณบ้านสวก ถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของเมืองน่านที่เชื่อมโยงอดีตเข้ามาให้เห็นภาพในปัจจุบัน

ที่นี่จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาวน่านที่น่าสนใจและน่าแวะมาเที่ยวอีกหนึ่งแห่งเลยก็ว่าได้

สำหรับแหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก มีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตที่เป็นเฉพาะของตัวเองและได้รับความนิยมอย่างสูงมาก ๆ ดังที่ปรากฏในอดีต

โดยการผลิตเครื่องเคลือบที่บ้านบ่อสวกนี้เริ่มขึ้นและพัฒนาในสมัยเจ้าพระยาพลเทพฤาชัย (พ.ศ.2071-2102) ซึ่งเมืองน่านในยุคนั้นถือว่ามีความรุ่งเรืองมากมีวิทยาการเตาเผาและเครื่องเคลือบที่ล้ำสมัย ที่ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มสันกำแพง กลุ่มกาหลง ซึ่งเป็นกลุ่มเตาใกล้นครเชียงใหม่

ความสำคัญของเตาเผาแห่งนี้ได้รับการสำรวจและศึกษาเบื้องต้น โดยกองโบราณคดี กรมศิลปากร แล้วว่าจัดเป็นแหล่งโบราณคดีชุมชน มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยการตั้งเตาหันหน้าเข้าหาแม่น้ำเพื่อความสะดวกในการขนส่ง

นอกจากนี้ภายในมีลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่ให้คนเข้าไปข้างในได้ ตัวเตามีความลาดเอียงและมีปล่องระบายอากาศอยู่ด้านบนได้ ปัจจุบันเตาโบราณทั้ง 2 เตานี้ ได้รับการบูรณะและก่อสร้างอาคารถาวรคลุมเอาไว้

ส่วนบริเวณใต้ถุนบ้านจ่ามนัสนั้นจัดเป็นนิทรรศการแสดงโบราณวัตถุจากแหล่งเตาเผาแหล่งนี้ พร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้าไปชมและรับความรู้กันทุกวัน

ส่วนศูนย์เครื่องปั้นดินเผา บ่อสวก (หยุดทำการทุกวันพระ) ที่เรามาทำการปั้นเครื่องปั้นดินเผาฝีมือตัวเองนั้น ก็มีเครื่องปั้นดินเผาหลายแบบให้เราลองทำ ไม่ว่าจะเป็น  แก้วน้ำ แจกัน โคมไฟฯ

ปิดท้ายนักเดินทางด้วยการชอปสินค้าที่ระลึกกันที่ ศูนย์โอทอปดีเบสเมืองน่าน (ที่ตั้ง : ถ.สุริยะพงษ์ อ.เมือง จ.น่าน)

แวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านกับ ศูนย์โอทอปดีเบสเมืองน่าน แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนต่าง ๆ ทั่วจังหวัดน่าน ของฝาก ของที่ระลึกของจังหวัดน่าน และบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ

ส่วนสินค้าขึ้นชื่อแนะนำให้ซื้อกลับคือ มะไฟจีนอบแห่ง ผ้าทอพื้นเมือง สาหร่ายน้ำจืดแปรรูป แถมยังสามารถจัดกระเช้าของขวัญ และกระเช้าเพื่อสุขภาพ อีกด้วย

ศูนย์โอทอปดีเบส เปิดบริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30-18.00 น. และวันอาทิตย์ 08.30-17.00 น.

เห็นที่เที่ยว ที่พัก  และกิจกรรมสนุกๆ มากมายแล้ว หลายคนคงเริ่มอดใจไม่ไหวแล้ว

ปลายปีนี้ ถ้าแพลนวันว่างกันได้แล้ว ก็เก็บกระเป๋าไปพักผ่อนกันที่เมืองน่าน

เมืองน่ารักที่ใครไปก็ต้องหลงรักกันดีกว่า

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!