กอดลมหนาวและขุนเขา! เที่ยวปัว-บ่อเกลือ 2 วัน 1 คืน ไปไหนดี ?

ไม่ว่าจะฤดูไหนก็เที่ยว จ.น่าน ได้ทั้งปี เพราะถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีเสน่ห์ทั้งเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม รวมไปถึงธรรมชาติที่สวยงามของเมืองน่านที่ไม่ว่าใครต่างก็ต้องประทับใจ

TripTravelGang : ทริปทราเวลแก็งค์ ก็เลยขออาสาพาไปเที่ยว อ.ปัว และ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน สองอำเภอยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่หากไปเยือน จ.น่านแล้วต้องไป

หากเพื่อนๆกำลังมองหาที่พักบ่อเกลือ ราคาถูก ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ขอแนะนำจองกับ Traveloka เลย! จองง่าย แถมส่วนลดเยอะ!

>> จองที่พักบ่อเกลือ ราคาพิเศษ กับ Traveloka <<

ไปเที่ยวปัวจากตัวเมืองน่าน ถ้าไม่ได้ขับรถไปเอง ก็ต้องหารถเช่าดีๆ สักคัน เพื่อให้การเดินทางง่ายขึ้น จุดเช่ารถที่ง่ายที่สุดคือสนามบินน่านนคร

ที่นี่มีบริการรถเช่าหลายหลายบริษัท ชอบรถแบบไหน ก็จัดการเช่าได้เลย แนะนำว่าให้จองล่วงหน้ามาก่อนดีที่สุด

เมื่อรถพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางไปเที่ยว อ.ปัว และอ.บ่อเกลือ กันเถอะ

สำหรับเส้นทางที่เราจะไป อ.ปัว นั้น รวมระยะทางทั้งหมด 88 กม. ซึ่งตัวเลขอาจจะดูน้อยนิด แต่ด้วยเส้นทางที่เป็นภูเขานั้นอาจจะต้องใช้เวลา 1-2 ชม. กันเลยทีเดียว

แต่ก่อนไปถึงเที่ยว จุดแรกที่ต้องแวะเช็คอินถ่ายรูปเลยก็คือ หอศิลป์ริมน่าน ตั้งอยู่เส้นทางไป อ.ปัว

ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของคุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านที่ต้องการสร้างสรรค์บ้านเกิดของตนให้เป็นเมืองแห่งศิลปะ

ภายในหอศิลป์ริมน่านแห่งนี้จะประกอบไปด้วยอาคารหอศิลป์ สตูดิโอ ร้านกาแฟ และบ้านพักรับรอง

โดยภายในพิพิธภัณฑ์จะเป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะจากศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัยเกือบ 200 ชิ้น ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมตลอดปี

contact : หอศิลป์ริมน่าน ตั้งอยู่ที่ ม.2 ถ.น่าน-ท่าวังผา กม.ที่20 ต.บ่อ อ.เมือง จ.น่าน

เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.30 น. ทุกวันพุธ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือโทร.0 5452 1127

จากนั้นเราก็ขับรถไปตามเส้นทาง อ.ปัว มองวิวขุนเขาสวยๆ ไปตลอดทาง ไม่นานก็ถึง อ.ปัว แล้ว

มาถึงปัว พิกัดแรกที่เรามาถึงแล้วควรไปเช็คอิน คือ การขึ้นไปชมวิวสวยๆ บน วัดภูเก็ต

ชื่อวัดนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ จ.ภูเก็ต แต่อย่างใด เพียงแต่ชื่อไปคลองจ้องกับ จ.ภูเก็ต ก็เท่านั้น

วัดภูเก็ต แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านเก็ต เป็นหมู่บ้านที่ตั้งบนพื้นที่ขุนเขาสูงๆ ที่เรียกกันว่า ภู หรือ ดอย ซึ่งในภาษาเหนือ เรียกว่าคำนี้ “เก็ต” ดังนั้นชื่อวัดภูเก็ต ของ อ. ปัว  ก็คือ วัดที่อยู่บนภูเขาสูงนั่นเอง

สำหรับความโดดเด่นและน่าสนใจของวัดแห่งนี้ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวหลายคนนั้นก็คือ บริเวณระเบียงชมวิวด้านหลังวัดกับผืนนากว้าง ๆ  ในมุม 180 องศา ที่มาพร้อมกับฉากหลังสวย ๆ กับเทือกเขาที่เป็นที่ตั้งของดอยภูคา

จากจุดนี้ เราสามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นต้อนรับวันใหม่ อีกทั้งยังสามารถเดินเข้าชมพระวิหารของวัด ดูสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมเเบบล้านนาประยุกต์ แถมภายในยังมีภาพจิตรกรรมสวย ๆ ให้ชมอีกด้วย

ลงจากวัดภูเก็ตมาชอปผ้าสวยๆ เป็นของฝากที่ กลุ่มทอผ้าไทลื้อบ้านเก็ต ป้าหลอม” (ที่ตั้ง : 97 ม.2 ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน)

จากนั้นเราแวะไปชิมอาหารอร่อยๆ กันที่ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

ทีนี่ไม่เพียงแต่เป็นฟาร์มเพาะเห็ดอย่างเดียว แต่ที่นี่ยังมีบ้านพักโฮมเสตย์บรรยากาศดี รวมทั้งร้านอาหารที่มีเมนูเด็ดๆ ให้ลิ้มลองกันหลากหลาย โดยเราได้ชิมพิซซ่าเห็ดที่ถือเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ กินพิซซ่าไปด้วยชมวิวทิวทัศน์เขียวๆ ของท้องทุ่งนาไปด้วยก็ถือว่าฟินและคุ้มสุดๆ แล้ว

และยังมีเมนูอาหารที่ทำจากเห็ดอีกมากมาย ที่สำคัญไม่ใส่ผงชูรสด้วยนะ

contact :  ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านพักผาเก๊าะ-น้ำกูน ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน หรือ www.huanamhomestay.com

ออกเดินทางกันต่อไปยัง อ.บ่อเกลือ ซึ่งต้องขับลัดเลาะภูเขา ผ่านโค้งนับร้อย โดยรวมระยะทางประมาณ 46 กม. ซึ่งก่อนจะถึง อ.บ่อเกลือ เราก็จะขับผ่าน อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายภายในอุทยานฯ อาทิ จุดชมต้นชมพูภูคา ยอดดอยภูแว น้ำตกศิลาเพชร ถ้ำผาแดง ถ้ำผาฆ้อง น้ำตกต้นตอง นำ้ตกภูฟ้า ล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง ฯลฯ

และนอกจากนี้เรายังได้พักในบ้านพักที่ทางอุทยานฯ ได้จัดเตรียมไว้ให้ เรียกได้ว่าสะดวกสบายและเป็นกันเองสุดๆ

ใครสนใจอยากมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และบรรยากาศเย็นสบาย พร้อมทั้งที่พักสวยๆ ก็สามารถมากันได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน หรือโทร.0 5462 6770 , 0 2562 076

ขับออกมาจากอุทยานแห่งชาติฯ ได้สักพักก็จะเจอกับ จุดชมวิว 1715 ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่สวยมากๆ

โดยเลข 1715 เป็นเลขความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ภาพวิวที่เราสัมผัสได้คือขุนเขา หมอกจางๆ และความเย็นสบายของสายลม เป็นความฟินที่เหนือจะบรรยาย

หลังจากชมบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติแห่งขุนเขาเมืองน่านแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อไปยังจุดหมายของเรานั่นคือ อ.บ่อเกลือ

โดยเราเข้าพักกันที่ บ่อเกลือวิว รีสอร์ท ที่พักบรรยากาศดีท่ามกลางธรรมชาติที่เปิดให้บริการห้องพักทั้งแบบเตียงเดี่ยว เตียงคู่ ห้องแฟมิลี่ และเต็นท์กระโจมขนาดใหญ่

จากตัวรีสอร์ทสามารถมองเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ในบ่อเกลือได้อย่างชัดเจน และยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของ อ.บ่อเกลือ อีกด้วย

สำรองห้องพักโทร.0 5477 8140 , 08 1809 6392 หรือ www.bokluaview.com

เช็คอินเข้าที่พักกันเรียบร้อยแล้วก็ไปเยือนแลนด์มาร์คของ อ.บ่อเกลือ กันที่ บ่อเกลือภูเขาโบราณ ด้วยเส้นทางที่สูงชันและเต็มไปด้วยภูเขาสูงและหลักฐานทางธรณีวิทยา จึงเชื่อว่าหลายแสนปีก่อนบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน จึงสามารถทำเกลือได้

ชาวบ้านที่ทำเกลือ จะตักน้ำขึ้นจากบ่อและมาต้มจนน้ำระเหยออกเกือบหมด จากนั้นก็จะตักเกลือขึ้นมาผึ่งไว้จนเกลือแห้งสนิท ที่นี่จึงถือเป็นแหล่งเกลือสินเธาว์ภูเขาที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

ค่ำนี้เรากินข้าวเย็นและชมวิวสวยๆ ที่ร้านอาหารของบ่อเกลือวิว รีสอร์ท 

พักผ่อนใต้ลมหนาวกันแล้ว ตอนเช้าก็เราก็ตื่นชมสายหมอกจางและลมหนาวจากธรรรมมชาติที่เย็นฉ่ำกว่าเปิดแอร์เสียอีก

จากนั้นก็กินข้าวเช้าในที่พักเรียบร้อยแล้ว ก็ขอขึ้นไปเที่ยวบนเขาอีกหน่อย โดยมีมุดหมาย คือ พระตำหนักภูฟ้าพัฒนา ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542 จากการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ ให้แก่เด็ก เยาวชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ภายในศูนย์ภูฟ้าจะมีห้องนิทรรศการหมุนเวียน ห้องสมุด อาคารแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ร้านค้าของฝาก ฯลฯ

และยังมีบริการร้านอาหารและห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.phufacenter.com

จากนั้นขับรถเดินทางกลับไปยัง อ.ปัว โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 ชม. จาก อ.บ่อเกลือ ซึ่งเราก็จะได้เห็นวิวของภูเขาพร้อมหมอกจางๆ ระหว่างทางที่ไป อ.ปัว ความเขียวขจีและสวยงามของธรรมชาติถือเป็นกำไรอย่างหนึ่งในการเดินทาง

เมื่อถึง อ.ปัว แล้วเราก็ขอแวะไปชมวิวทุ่งนาสวยๆ ด้วยการไปจิบกาแฟและชมธรรมชาติสวยๆ ของ อ.ปัว ณ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ร้านกาแฟบรรยากาศบ้านๆ แต่วิวสวยหลักล้าน ที่เมื่อใครได้มาเยือนต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าฟินสุดๆ

เพราะด้วยรสชาติของกาแฟที่เข้มข้นลงตัวบวกกับบรรยากาศของท้องทุ่งนาที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาสูงใหญ่ ขอบอกว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

และที่สำคัญยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ บนสะพานไม้ไผ่ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คของร้านอีกด้วย ใครที่ไปเที่ยว อ.ปัว ก็อย่าลืมแวะมากันได้นะ

โดยร้านกาแฟบ้านไทลื้อตั้งอยู่หลังร้านลำดวนผ้าทอ ร้านทอผ้าไทลื้อชื่อดังของ อ.ปัว หรือโทร.089 2646058 หรือ facebook.com/lumduanpartro

จากปัวก็เดินทางกลับตัวเมืองน่าน สำหรับเช็คอินเดินทางกลับ หรือถ้าอยากเที่ยวเมืิองน่านต่อ ก็วางแผนจองที่พักก่อนไปได้เลย 

และนี่คือทริปเที่ยวปัว อีกหนึ่งทริป ที่คุณไปแล้วต้องประทับใจอย่างแน่นอน 

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!