15 ที่เที่ยวอุบลราชธานี สวยโดนใจ เห็นแล้วอยากไปโล้ด

ชวนไปเที่ยวอีสานแบบคูลๆ  เช็คอินเมืองท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง  “อุบลราชธานี”

จังหวัดที่พระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม และมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายในเลือกเที่ยวแบบจุใจ

ทั้งวัดวาอาราม ที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ ครบครันด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก  ที่ชิคและน่าไปเที่ยวไม่แพ้ที่ไหนๆ 

พร้อมแล้วตามเราไปเที่ยวด้วยกันเลย 

—————————————

 

1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี อ.เมือง 

เวลาเปิดปิด : เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

ที่ตั้ง : ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

โทรศัพท์ : 045 255 071, 045 251 015

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์และความเป็นมาขอเมืองอุบลฯ และอยากรู้จักเมืองอุบลฯ ให้มากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่เราอยากจะแนะนำนั่นก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

เดิมที่ตั้งแห่งนี้เป็นศาลากลางจังหวัด รูปแบบอาคารเป็นตึกชั้นเดียวยกพื้นสูง อาคารก่ออิฐฉาบปูน หลังคาทรงปั้นหยาแผนผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศเหนือ ภายในอาคารประกอบไปด้วยห้องโถงขนาดใหญ่มีระเบียงทางเดินและห้องขนาดเล็กอยู่รอบ ๆ

ภายในแบ่งนิทรรศการออกเป็น 10 ห้อง คือ ห้องที่ 1 จัดแสดงข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธานี, ห้องภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ห้องสมัยก่อนประวัติศาสตร์, ห้องสมัยประวัติศาสตร์เริ่มแรก วัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเจนละ (ขอมหรือเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร) ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12-15, ห้องวัฒนธรรมขอมหรือเขมรสมัยเมืองพระนคร ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15-18, ห้องวัฒนธรรมไทย-ลาว ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 23-25, ห้องผ้าโบราณและผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานี, ห้องดนตรีพื้นเมือง, ห้องศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และเครื่องใช้ในครัวเรือน และสุดท้ายห้องการปกครอง และงานประณีตศิลป์เนื่องในพุทธศาสนา

2. วัดพระธาตุหนองบัว อ.เมือง 

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

วัดพระธาตุหนองบัว หรือ วัดหนองบัว เป็นหนึ่งในวัดดังของเมืองอุบลฯ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเดินมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะที่นี่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่เดิมมีรูปแบบจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาในอินเดีย ต่อมาได้สร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ โดยพระธาตุองค์ใหม่นั้นมีสีขาว ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยลวดลายสีทองอย่างวิจิตร ส่วนพื้นผิวขององค์เจดีย์ก็ออกแบบด้วยภาพนูนต่ำบอกเล่าเรื่องเราเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ความเชื่อความศรัทธาเกี่ยวกับพญานาค ครุฑและยักษ์

นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น แถมตัวพระอุโบสถ์และศาลาการเปรียญของวัดก็ยังมีรูปแบบการตกแต่งที่สวยงามไม่แพ้ลวดลายของเจดีย์เลยอีกด้วย

3. วัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง 

เวลาเปิดปิด : เวลา 06.00-18.00 น.

ที่ตั้ง : 95 ถ.หลวง ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

โทรศัพท์ : 081 390 9420

วัดทุ่งศรีเมือง เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุบลฯ สำหรับชื่อของวัดนั้นมาจากที่ตั้งของวัดที่อยู่ปลายทุ่งนา ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองอุบลราชธานี เมื่อเดินเข้ามายังภายในจะมองเห็นความโดดเด่นมาก ๆ ของสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะที่ หอไตรกลางน้ำ ที่สร้างด้วยไม้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ เป็นไฮไลท์หลักของวัดแห่งนี้เลยก็ว่าได้

โดยภายในหอไตรใช้เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นตำราทางพระพุทธศาสนา เรื่องปรัชญาพื้นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือใบลานที่จารึกด้วยตัวอักษรธรรมและสมุดข่อย ที่มีคุณสมบัติไม่แห้ง ไม่กรอบและป้องกันปลวกทำลายได้

แถมบริเวณโดยรอบตัววัดยังมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ พระอุโบสถหรือหอพระพุทธบาท, พระพุทธบาทจำลองจากวัดสระเกศ, ศาลาการเปรียญวัดทุ่งศรีเมือง รวมไปถึง พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง องค์พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในโบสถ์ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้เข้าไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

4. วัดเลียบ อ.เมือง 

ที่ตั้ง : ถ.เขื่อนธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

โทรศัพท์ : 045 255 219

เว็บไซต์ : http://www.watliabubon.com/

วัดเลียบ หนึ่งในวัดดังที่มีพระสงฆ์ 2 รูป ที่เป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนชาวไทย คือ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในด้านกัมมัฏฐาน เพราะที่วัดแห่งนี้เคยเป็นสำนักสงฆ์สายวิปัสนามาก่อนและมีการฟื้นฟูให้ที่นี่กลายเป็นวัด ส่วนสถานที่สำคัญภายในวัดที่น่าสนใจ ได้แก่ อุโบสถที่ประดิษฐานพระพุทธจอมเมือง ด้านหน้าโบสถมีเสาอโศกมหาราชจำลอง เสมาจารึก ส่วนบนหอไตรมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่นประดิษฐานอยู่เช่นกัน

ถัดมาด้านข้างก็คือ เจดีย์วิหารอนุสรณ์สถานหลวงปู่เสาร์ ซึ่งภายในมีองค์หลวงปู้เสาร์ ที่หล่อด้วยสำริด และมีตู้กระจกที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้สำคัญของหลวงปู่เสาร์ อีกเช่นกัน และถัดไปอีกไม่ไกลนักจะเป็นที่ตั้งของเจดีย์วิหารอนุสรณ์สถาน หลวงปู่มั่น ที่หล่อด้วยสำริด ถือเป็นหนึ่งในวัดที่เหล่าศิษยานุศิษย์พลาดไม่ได้เลยทีเดียว

5. วัดมหาวนาราม อ.เมือง 

ที่ตั้ง : ถ.สรรพสิทธิ์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

วัดมหาวนาราม หรืออีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านมักเรียกก็คือ วัดป่าใหญ่ ตั้งอยู่บน ถ.สรรพสิทธิ์ ในเมืองอุบลฯ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็นวัดแรกขอเมืองอุบลฯเลยก็ว่าได้ สำหรับสถานที่สำคัญภายในวัดที่น่าสนใจก็คือ วิหารหลวงวัดมหาวนาราม, พระบรมสาริริกธาตุ และปูชนียวัตถุสำคัญ คือ พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยลักษณะศิลปะแบบลาว ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 3 ม. สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 5 ม. ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอุบลฯ นิยมมากราบไหว้ขอพรนั่นเอง

6. สะพานข้ามทุ่ง “ขัวน้อย” บ้านชีทวน อ.เขื่องใน

ที่ตั้ง : บ.ชีทวน ม.1 ต.ชีทวน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

แวะไปเที่ยวสัมผัสความเป็นทุ่งนาสีเขียวขจีกันบ้างกับ สะพานข้ามทุ่ง “ขัวน้อย” หมู่บ้านชีทวน ซึ่งคำว่า ขัวน้อย ในภาษาอีสานนั้นหมายถึง สะพานขนาดเล็กซึ่งแต่เดิมที่นี่เป็นเพียงเนินดิน ที่ใช้เดินทางสัญจรไปมาเท่านั้น และก็เริ่มมีการสร้างสะพานไม้เล็ก ๆ ขึ้น จนกระทั่งพัฒนามาเป็นสะพานคอนกรีตจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดถ่ายรูปสวย ๆ เหมือนในปัจจุบัน

นอกจากการเดินทางที่สะดวกขึ้นแล้ว ที่นี่ยังถือเป็นจุดที่รวมวิถีชีวิต ความสวยงามตามธรรมชาติและยังเป็นสถานที่เล่นสนุกของเด็ก ๆ และเป็นสถานที่ออกกำลังกายของคนในชุมชน ที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดอีกด้วย

7. วัดพระธาตุสวนตาล อ.เขื่องใน 

ที่ตั้ง : บ.ชีทวน ต.ชีทวน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

วัดพระธาตุสวนตาล วัดเก่าที่มีความโดดเด่นมาก ๆ โดยเฉพาะองค์พระธาตุสวนตาล ที่มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนม ซึ่งสร้างในเวลาใกล้เคียงกัน โดยตัวองค์พระธาตุเป็นสถูปหรือเจดีย์ของวัด ก่ออิฐและฉาบด้วยพระทาย (พระทาย คือหินที่นำมาบดผสม น้ำอ้อย ยางบง หนังคลายแห้งเผาไฟ ผสมและตำในหลุมดำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันคล้ายปูนซีเมนต์นั่นเอง) ซึ่งพระธาตุสวนตาลมีความกว้าง 9 ม. สูง 18 ม. ซึ่งในอดีตนั้นพระธาตุองค์เดิมไปพังลงและมีการสร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบองค์เดิมเอาไว้

นอกจากการเดินทางมาสักการะองค์พระธาตุแล้วที่นี่ยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ พระธรรมเทโว พระพุทธรูปสำริด, สัตตภัณฑ์ หรือ เชิงเทียน และเรือโบราณ ที่ขุดจากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ และยังมี พระพุทธรูปหิน, พระพุทธรูปศรสุนนท์ รวมถึงมีกลุ่มอาชีพทอผ้าวัดธาตุสวนตาล จำนวนสินค้าของดีเมืองอุบลราชธานีอีกด้วย

8. สามพันโบก อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี

ที่ตั้ง : บ.โป่ง และ บ.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี

ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง สำคัญและพลาดไม่ได้เลย สำหรับ สามพันโบก แกรนแคนยอนเมืองไทย ซึ่งเป็นแก่งหินที่เกิดจะการกัดเซาะของน้ำโขง โผล่พ้นน้ำในช่วงฤดูน้ำลด จนสามารถมองเห็นแอ่งน้ำ หรือภาษาที่ชาวบ้านเรียกว่า โบก นั่นเอง

สักษณะเด่นของที่นี่นั้นจะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางน้ำ แม้ว่าที่นี่จะมีพื้นที่ติดต่อกับฝั่งประเทศลาว แต่นักท่องเที่ยวก็ไม่สามารถข้ามฝั่งไปได้ แต่ก็ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ทำอย่างการยืนชมวิวและถ่ายรูปสวย ๆ จากสามพันโบกรวมถึง การนั่งเรือชมวิวลำน้ำโขง ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำโขง

เมื่อขึ้นไปยังสามพันโบกจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิมมาถ่ายรูปก็คือ แอ่งน้ำรูปมิกกี้เมาส์, รูปหัวใจ, ผาหินรูปหัวสุนัข ส่วนใครที่ล่องเรือเที่ยวก็จะมีจุดท่องเที่ยวให้แวะเพิ่ม อาทิ หาดหงษ์, ปากบ้อง, หิวหัวพะเนียงและผาหินศิลาเลข ให้ขึ้นไปชมระหว่างทาง ส่วนข้อแนะนำสำหรับการเดินทางไป สามพันโบก ก็คืออุปกรณ์กันแดดและน้ำดื่มแก้กระหาย เพราะพื้นที่สามพันโบกเป็นลานหินกว้าง ๆ ไม่มีที่ร่มให้พักใด ๆ แถมไปช่วงกลางวันแดดเปรี้ยง ๆ ก็ร้อนระอุมาก ๆ

9. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร 

ที่ตั้ง : ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

เมื่อพูดถึงวัดเรื่องแสงในอุบลฯ แน่นอนว่าทุกคนต้องคิดถึง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว แห่งนี้มาเป็นอันดับแรกแน่นอน เพราะเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นไฮไลท์หลักเมื่อเดินทางมาเยือนที่วัดแห่งนี้ก็คือ ต้นกัลปพฤกษ์ที่วาดลงไปบนผนังโบสถ์ที่ในช่วงเวลาที่มืดลงตัวต้นไม้บนผนัง จะค่อย ๆ เรืองแสงออกมาอย่างสวยงาม แต่ก็ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวชมต้นไม้ในยามคำคืนเท่านั้น เพราะในช่วงเวลากลางวันยังสามารถเดินชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ ได้เช่นกัน

และด้วยที่ตั้งของวัดที่อยู่บนเนินเขาสูงที่สามารถเห็นวิวรอบโบสถ์และจุดท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ ได้แล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกได้อย่างโรแมนติก โดยสามารถเลือกช่วงเวลาแวะไปเยือนได้ ตั้งแต่เวลา 06.00-19.30 น.

10. วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ

ที่ตั้ง : เลขที่ 46 ม.10 บ.พงสว่าง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

วัดหนองป่าพง ถือเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ และเป็นวัดดังที่มีสาขาทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีพื้นที่ธรรมชาติที่ร่มรื่น เหมาะแก่การเดินทางมาปฏิบัติธรรมให้จิตใจสงบเป็นอย่างยิ่ง ก่อตั้งขึ้นโดยพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) ที่มีความตั้งใจในการพัฒนาวัดและผลักดันให้เกิดการปฏิบัติธรรมยกระดับจิตใจของผู้ที่มาเยือนให้สงบมากขึ้น

นอกจากที่วัดจะมีบรรยากาศร่มรื่นแล้ว ยังมีศิลปะและสถาปัตยกรรมโบสถ์ที่เน้นการออกแบบด้านประโยชน์การใช้สอยเป็นอย่างดี สามารถรับรองคนได้จำนวนมากเน้นการตกแต่งแบบอีสานเรียบง่าย ถัดมาไม่ไกลจะเป็นที่ตั้งของ เจดีย์เจดีย์พระธาตุหลวงปู่ชา เจดีย์รูปทรงแปลกตาที่ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางป่าไม้เขียวขจี และห้องสมุดที่เก็บรวบรวมเอาหนังสือและสิ่งของที่น่าสนใจไว้อย่างมากมาย โดยศิลปะการตกแต่งทุกอย่างจะเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างศิลปะทางอีสานเข้ากับสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

11. แก่งหินงาม อ.นาตาล 

ที่ตั้ง : บ.โนนตาล อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี

แก่งหินงาม และ หาดชมดาว ถือเป็นจุดชมท้องฟ้าในยามค่ำคืนสวยที่สุดในเมืองอุบลฯ เลยก็ว่าได้ ลักษณะของแก่งหินงาม รูปร่างของที่นี่จะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ คล้ายสามพันโบก แต่รูปทรงหินที่นี่จะมีความเกลี้ยงเกลาสวยงามกว่า มีแอ่งน้ำหรือโบกขนาดแตกต่างกัน ตัวหาดมีรูปทรงที่แปลกตาสามารถท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีในเฉพาะฤดูน้ำโขงลดระดับเท่านั้น

แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางไปแล้วไม่รู้จะถ่ายรูปจุดไหน ที่นี่ก็มีการชาวบ้านมาร์กจุดต่าง ๆ เอาไว้ให้ได้ไปยืนโพสท์ท่าสวย ๆ ในมุมเก๋ ๆ ได้เช่นกัน ส่วนตัวหาดชมดาวนั้น เป็นหาดทรายสีขาวทอดยาวอยู่ริมแม่น้ำที่มีความสวยงาม ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเที่ยวก็คือ ช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะจะได้มองเห็นแสงแดดสะท้อนแผ่นน้ำได้อย่างสวยงามนั่นเอง

12. วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

ที่ตั้ง : อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

วัดถ้ำคูหาสวรรค์ วัดดังที่ตั้งอยู่ใน อ.โขงเจียม อำเภอที่มีดินแดนติดริมแม่น้ำโขง ที่สามารถมองเห็นวิวของฝั่งลาวได้อย่างสบาย และหนึ่งในไฮไลท์ของจุดชมวิวที่มองจากด้านข้างของวัดก็คือ สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำสองสีจากมุมสูงได้อย่างสวยงาม

ถัดมาคือที่ตั้งของสวนตอไม้และพระอุโบสถ์สีขาวหลังใหญ่ที่มีการออกแบบอย่างสวยงาม แถมภายในวัดยังประดิษฐานองค์พระพุทธรูปต่าง ๆ ให้ได้เข้าไปกราบไหว้ รวมไปถึงบริเวณถ้ำคูหาสวรรค์เช่นกัน

นอกจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมาเพื่อกราบไหว้ขอพรแล้ว อีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้ก็คือศูนย์อนุรักษ์กล้วยไม้ไทย ที่ตั้งอยู่ภายใต้ความร่มรื่นของวัด ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจเดินทางเข้าไปชมความสวยงามของกล้วยไม้หายาก หลายหลากสีอีกด้วย

13. วัดใต้ พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง

ที่ตั้ง : เลขที่ 2 ถ.พรหมราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

วัดใต้ พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เดิมชื่อ วัดใต้ หรือ วัดใต้เทิง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองอุบลฯ มาอย่างยาวนาน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปเก่า นามว่า พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ซึ่งมีตำนานเล่าขานมาว่า เมื่อครั้นที่หล่อและอัญเชิญองค์พระได้เกิดฝนฟ้าคะนอง 7 วัน 7 คืน ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์

สำหรับพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปเนื้อสำริด ปางมารวิชัย ที่มีหน้าตักกว้างถึง 51 นิ้ว, สูง 85 นิ้ว ได้รับการยกย่องให้เป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในภาคอีสาน นอกจากนักท่องเที่ยวจะเดินทางมากราบไหว้สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว

ภายในบริเวณวัดยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก อาทิ มณฑปเพชรเจ็ดแสงพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ตั้งอยู่พื้นที่กลางวัดที่รายล้อมไปด้วยกำแพงและการตกแต่งสวยวิจิตรตระการตา ส่วนด้านหน้าเป็นที่ตั้งของ ท้าวจตุคาม-รามเทพ มีกำแพงแก้วอุโบสถ เป็นสถูปเจดีย์และซุ้มที่ชาวบ้านจะนำอัฐิของญาติพี่น้องที่ล่วงลับมาบรรจุไว้อย่างเป็นระเบียบ รวมไปถึงสามารถชมพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่มองเห็นแต่ไกล ๆ

14. น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกลงรู) อ.โขงเจียม

ที่ตั้ง : บ.ทุ่งนาเมือง ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

น้ำตกแสงจันทร์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ น้ำตกลงรู ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ระหว่างเส้นทางไปหมู่บ้านทุ่งนาเมืองและน้ำตกแสงจันทร์ ซึ่งความพิเศษของน้ำตกแห่งนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงาม ด้านบนเป็นลานหินและมีรูขนาดใหญ่บนลานหินที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ทำให้มีสายน้ำลอดผ่านจนกลายเป็นความสวยงามที่สร้างสรรค์ด้วยธรรมชาติ

โดยช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางแสงจันทร์ก็คือ เที่ยงวัน เพราะสามารถมองเห็นแสงอาทิตย์ส่องผ่านสายน้ำ มีลำแสงคล้ายพระจันทร์เหมือนดังเช่นชื่อน้ำตกส่วนฤดูท่องเที่ยวยอดนิยมก็คือหน้าฝน โดยเฉพาะในเดือน ก.ค.-ต.ค. เพราะจะมีน้ำมากเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นสายน้ำได้อย่างชัดเจน

15. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม

เวลาเปิดปิด : เวลา 06.00-18.00 น.

ที่ตั้ง : ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

ปิดท้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวชมภาพเขียนโบราณ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ใคร ๆ ก็ต้องไปกับ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม อุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ของเมืองอุบลฯ ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 อำเภอ คือ อ.โขงเจียม, อ.ศรีเมืองใหม่ และ อ.โพธิ์ไทร

ภายในก็เต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายอย่าง ผาแต้ม หน้าผาสูง ๆ ที่เป็นทั้งจุดชมวิว ชมพระอาทิตย์ขึ้นแห่งแรกในประเทศไทย และยังมีไฮไลท์สำคัญอย่างภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์อีกด้วย ต่อมาคือ เสาเฉลียง เสาหินธรรมชาติลักษณะคล้ายดอกเห็ดตั้งอยู่แบบโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล

เดินไปไม่นานก็จะพบกับป่าดงนาทามที่เต็มไปด้วย ผาชะนะได ผากำปั่น ผาหินแตก น้ำตกกวางโตน หินโยก ภูจ้อมก้อม รวมไปถึง น้ำตกสร้อยสวรรค์ น้ำตกขนาดใหญ่ที่เกิดจากลำห้วย 2 สาย คือ ห้วยสร้อย และห้วยไผ่ ไหลมาบรรจบกันมองดูคล้ายสร้อยคอ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางไปชมความสวยงามของอุทยานฯ ต้องเสียค่าเข้าสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ ราคา 40 บ., เด็ก 20 บ. ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ ราคา 400 บ, เด็ก 200 บ.

เป็นที่เที่ยวสวยๆ เหมาะสำหรับการวางแผนไปเยือนเมืองอุบลราชธานี ใช้เวลาช่วงวันหยุดพักผ่อนให้แซ่บนัวตามสไตล์คูลๆ กัน

ว่าแล้วอย่ารีรอเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปซึมซับธรรมชาติสุดประทับใจกันเลย

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!