หนองคาย-บึงกาฬ 3 วัน 2 คืน : ตามรอยพญานาค แวะไหว้พระ เข้าถึงชุมชน เดินชมงานศิลป์

ขอต้อนรับสู่เมืองแห่งพญานาค จ.หนองคาย ถ้าใครที่คิดว่า “ไปเที่ยวตั้งไกล”

ขอบอกเลยว่า ตามมาเที่ยวหนองคายได้ชิลๆ แบบเรา แค่ 3 วัน 2 คืน บินไปบินกลับ นั่งรถเที่ยวสบายๆ แถมยังได้แวะไปถึง จ.บึงกาฬ เป็นโบนัสอีกต่างหาก

มาคราวนี้ได้ทั้งสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ได้เที่ยวเข้าถึงชุมชน ได้เดินเล่นชมงานอาร์ตเก๋ๆ ได้ช็อปปิ้งริมโขง ได้ลงใต้น้ำไปดูพันธุ์ปลาสารพัด

แถมยังมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้ตามไปกินจนฟินอีกเพียบด้วยนะ

Day 1 ตามรอยตำนานพุทธศาสนา ดำดิ่งใต้บาดาล 

วัดโพธิ์ชัย

มาถึงจ.หนองคายแล้ว ก็ควรแวะมาที่วัดคู่เมืองหนองคายและสักการะหลวงพ่อพระใส เพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน เมื่อเข้ามาภายในวิหารหลวงพ่อพระใสจะสัมผัสได้ถึงความอลังการของภาพจิตรกรรมที่วาดเต็มผนังทุกด้านอย่างสวยงาม กลางวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่หล่อขึ้นจากทองสีสุก

กล่าวกันว่าในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญพระเสริม พระสุก และพระใส จากนครเวียงจันทร์ลงเรือข้ามมายังหนองคาย ปรากฏว่าพระสุกจมน้ำหายไป ต่อมาในรัชกาลที่ 4 อัญเชิญพระเสริมและพระใสขึ้นเกวียนไปยังพระนคร แต่เกวียนที่ประดิษฐานพระใสเกิดหักบริเวณวัดโพธิ์ชัย จึงกลายเป็นสถานที่ประดิษฐานขององค์พระใสมาจนถึงทุกวันนี้ โดยช่วงวันสงกรานต์ จะมีการจัดงานสมโภชน์และขบวนแห่หลวงพ่อให้ชาวหนองคายได้สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล

ที่ตั้ง : ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 042 461 123,  042 413 723

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว

ที่นี่เป็นหนึ่งในพระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยวฝาง 3 องค์ ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานการสร้างพระธาตุพนม ซึ่งถือเป็นพระบรมสารีริกธาตุชุดเดียวกับที่อัญเชิญมาประดิษฐานที่พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุบังพวน และพระธาตุหอผ้าหอแพ ฝั่งสปป.ลาว บ่งบอกถึงความสำคัญทางพุทธศาสนาบนดินแดนแถบนี้ในสมัยพุทธกาลเป็นอย่างยิ่ง

ที่ตั้ง : ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

พระธาตุหล้าหนอง

องค์พระธาตุที่เห็นตั้งอยู่ริมโขงในปัจจุบันเป็นองค์จำลองจากองค์จริงซึ่งจมอยู่กลางลำน้ำโขง จากน้ำกัดเซาะตลิ่งจนองค์พระธาตุทรุดลงในน้ำเมื่อราว 100 กว่าปีก่อน เชื่อกันว่าองค์พระธาตุประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนฝ่าพระบาทขวา 9 องค์ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานการสร้างพระธาตุพนม และสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 1 แห่งอาณาจักรล้านช้าง

ความน่าสนใจอยู่ที่แม้องค์พระธาตุจะจมลงในน้ำ แต่พอถึงช่วงน้ำโขงลดประมาณเดือนธันวาคม-มิถุนายนของทุกปี องค์พระธาตุจะปรากฏส่วนฐานให้เห็นจากน้ำชัดเจน และมีบริการให้เช่าเรือออกไปสักการะอย่างใกล้ชิดได้ด้วย

ที่ตั้ง : ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

พระธาตุบังพวน

เพียงก้าวเข้ามาภายในวัดพระธาตุบังพวน ก็จะสัมผัสถึงความสงบ ระคนเสียงระฆังแว่วมาจากยอดพระธาตุ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งพุทธสถานที่สำคัญของจ.หนองคาย ซึ่งตามตำนานอุรังคธาตุ ระบุว่าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนหัวเหน่าของพระพุทธเจ้าจำนวน 29 องค์

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโบราณสถานที่เรียกว่า สัตตมหาสถาน เรียงรายอยู่รอบพระธาตุอีก 7 แห่ง วิหารพระประธาน หรือพระเจ้าใหญ่ และพระนาคปรกที่มีลักษณะงดงามแปลกตา

รวมทั้งมี “สระมุจลินท์” หรือ “สระพญานาค” ที่มีตำนานปาฏิหารณ์เกิดขึ้นมากมาย และยังเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีการนำน้ำไปใช้กับพิธีสำคัญในราชสำนักล้านช้าง รวมทั้งพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญๆ เสมอมาถึงปัจจุบัน

ที่ตั้ง : ต.พระธาตุบังพวน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหนองคาย

เป็นแหล่งเรียนรู้ที่การจัดแสดงจะค่อยๆ เพิ่มความน่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางที่เดินชม เข้ามาโซนแรกจะอุ่นเครื่องด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลาทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มหลายสายพันธุ์ ก่อนจะพาไปสู่อุโมงค์แสดงพันธุ์ปลาขนาดยาวถึง 34 เมตร จากนั้นจะพาเดินลงสู่ชั้นล่าง ผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่ ที่สังเกตดีๆ จะเห็นเจดีย์และพญานาคตั้งอยู่ด้านในด้วย ซึ่งชั้นล่างนี้จะเป็นโซนแสดงพันธุ์ปลาหายากขนาดใหญ่ ที่ตกแต่งบ่อด้วยรูปปั้นพญานาค ได้บรรยากาศเสมือนเมืองบาดาล

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดก็คือการแสดงให้อาหารปลาผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่นี้ โดยเจ้าหน้าที่จะดำน้ำลงมาพร้อมฝูงปลาตัวเล็กๆ นับร้อยรายล้อมจนแทบจะจมหายไปในนั้น น่าตื่นตาและเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

ที่ตั้ง : มหาวิทยาลัยขอนแก่น (วิทยาเขตหนองคาย) ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 09:00–16:00 น. (หยุดวันจันทร์) รอบการแสดงโชว์ดำน้ำให้อาหารปลา วันอังคาร-ศุกร์ 13:45 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 น. และเวลา 13:45 น.

โทร. : 042 415 600, 042 415 623

Day 2 วิวโขงจากมุมสูง เที่ยววิถีชุมชน

เดินชมประติมากรรมแปลกตา

วัดผาตากเสื้อ

เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งมองเห็นวิวของแม่น้ำโขงได้แบบพาโนรามา สามารถทอดสายตาได้ไกลถึงฝั่งสปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน ที่สำคัญคือทางวัดได้สร้างจุดชมวิวสกายวอล์กทรงเกือกม้าที่ปูด้วยแทมเพอร์ลามิเนตแบบใสยาว 16 เมตร ทำให้มองเห็นพื้นด้านล่างขณะที่เดินออกไปชมวิวน่าตื่นตาของแม่น้ำโขงกว้างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

แถมในช่วงน้ำลดยังสามารถมองเห็นสันทรายเป็นคลื่นคล้ายเกล็ดพญานาคจากระยะไกลด้วย ส่วนใครที่อยากมาสัมผัสทะเลหมอกจะต้องมาเช้าหน่อย โดยเฉพาะช่วงหลังคืนฝนตกและฤดูหนาวที่หมอกจะลอยตัวคลุมเหนือพื้นด้านล่างจนมิด กลายเป็นวิวสุดอลังการราวกับยืนอยู่เหนือปุยเมฆก็ไม่ปาน ชมวิวด้วยความสำรวมแล้วก็อย่าลืมเดินขึ้นบันไดนาคไปสักการะพระประธานบนพระอุโบสถของวัด พร้อมกับทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล

ที่ตั้ง : ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 09:30–16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 082 261 4564

วัดหินหมากเป้ง

เพียงก้าวเข้ามาในพื้นที่ของวัดก็สัมผัสได้ทันทีถึงความร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะกับการมาแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปฏิบัติธรรม หรือมานั่งพักผ่อนจิตใจเงียบๆ วัดแห่งนี้ก่อตั้งโดยหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน

ภายในวัดมีเจดีย์บรรจุอัฐิของหลวงปู่ และพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านด้วย เมื่อมาถึงจุดชมวิวริมโขงของวัด นอกจากจะได้สัมผัสความร่มรื่นของพรรณไม้แล้ว จุดนี้ยังเป็นที่มาของชื่อวัด กล่าวคือก้อนหินที่ยืนอยู่ หากมองมาจากอีกฝั่งโขงจะเห็นเป็นหินสามก้อนเรียงกัน ลักษณะคล้ายลูกตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า หรือที่คนอีสานเรียกว่า หมากเป้ง นั่นเอง

ที่ตั้ง : บ้านไทยเจริญ ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. ทุกวัน

บ้านวังน้ำมอก

เป็นชุมชนที่สงบงามท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมวิถีชีวิตที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นชุมชน 2 ล้าน 2 เวียงที่ผสมผสานคนเชื้อสายลาวและล้านนาเข้าด้วยกัน ภาษาพูดจึงฟังไม่เหมือนภาษาอีสานซะทีเดียวแต่จะติดสำเนียงหวานแบบทางเหนือมาด้วย

ใครจะมานอนโฮมสเตย์ที่นี่ก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ทั้งสอนทำโคมไฟพาแลง ทำตุงใยแมงมุม โดยเฉพาะการทำขันคู่ปี ซึ่งมีลักษณะเหมือนพานประดับดอกไม้ตามจำนวนอายุปัจจุบันของแต่ละคนแล้วบวกเพิ่มอีก 1 ปี

โดยดอกไม้ที่ใช้ประดับต่างก็มีความหมายเป็นมงคล เช่น ดาวเรือง-ชื่อเสียง มังกรคาบแก้ว-ทรัพย์สินมั่งมี อัญชัน-สุขภาพแข็งแรง เป็นต้น พอทำเสร็จแล้วก็นำไปสักการะพระเจ้าล้านทองด้วยกันเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ที่บ้านวังน้ำมอกยังปลูกกาแฟ และคั่วบดเองด้วยวิธีแบบชาวบ้าน จนได้กาแฟหอมกรุ่นติดเปรี้ยวนิดๆ เติมน้ำผึ้งลงไปหน่อย ได้รสละมุนดีทีเดียว ใครติดใจจะซื้อกลับบ้านก็มีแบบบรรจุถุงกรองเอาไปดริปต่อได้เลย ส่วนอาหารการกินก็มีเมนูพื้นบ้านเด็ดๆ เช่น อั่วไก่ยัดไส้ในดอกแค ไก่บอก แกงหน่อไม้ ส้มตำปลาร้า เป็นต้น จัดมาเป็นสำรับเรียกว่า กินข้าวเซาเฮือน

นอนพักสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิตเรียบง่ายแล้ว ใครอยากไปเที่ยวไม่ไกลจากบ้นวังน้ำมอกก็มีทั้ง น้ำตกวังน้ำมอก ซึ่งเป็นต้นทางของลำธารใสกลางหมู่บ้าน หรือจะไปไหว้พระที่วัดหินหมากเป้ง ก็ได้ ขอเพียงระบุโปรแกรมและจองมาล่วงหน้า ชาวบ้านที่นี่ยินดีต้อนรับเสมอ

ที่ตั้ง : ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 083 357 7035

ศาลาแก้วกู่

สร้างโดยหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ นักบวชจากฝั่งลาวซึ่งลี้ภัยมาถึงหนองคายเมื่อราว 40 ปีก่อน โดยมีความตั้งใจจะเผยแผ่หลักศาสนาไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ผ่านประติมากรรมฝีมือช่างท้องถิ่น ซึ่งรูปร่างลักษณะล้วนแต่เกิดจากจินตนาการของหลวงปู่โดยไม่ใช้แบบร่างใดๆ เช่น พระพุทธรูปปางต่างๆ พระเจ้าย่าแอใค่ พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ พระราหูอมจันทร์ ตำนานการเวียนว่ายตายเกิด ฯลฯ

รูปปั้นทั้งเล็กใหญ่กว่าพันชิ้นเหล่านี้ไม่เพียงสื่อถึงหลักศาสนา ตำนานและความเชื่อต่างๆ แต่ยังเป็นผลงานศิลปะที่น่าศึกษาอย่างมาก โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นที่ลงรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่ง เรียกว่าเดินดูไปพร้อมกับอ่านข้อความบรรยายเป็นภาษาอีสานไปด้วย ท่ามกลางบรรยากาศใกล้พลบค่ำ ก็จะยิ่งชวนให้รู้สึกถึงความขลังอย่างน่าประหลาด

ที่ตั้ง : ชุมชนสามัคคี อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 07:00–17:00 น.ทุกวัน (ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท)

โทร. : 096 681 6239

Day 3 ดูสตรีทอาร์ตที่บึงกาฬ

ปิดท้ายด้วยช็อปปิ้งริมโขง

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จ.บึงกาฬ

ด้วยระยะทางระหว่างหนองคายและบึงกาฬห่างกันเพียงขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง จึงไม่ควรพลาดแวะมาที่นี่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผสานระหว่างสตรีทอาร์ตกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ริเริ่มโดยคุณขาบ สุทธิพงษ์ สุริยะ ที่ตั้งใจดัดแปลงบ้านไม้ที่บ้านเกิดอายุกว่า 60 ปี ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวชีวิตคนอีสานในอดีต โดยการปรับปรุงตกแต่งภายในบ้านให้ดูร่วมสมัยผสานกับเครื่องเรือนเก่าแก่ได้ลงตัว

นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ชุมชนที่วัดโพธิ์ศรีมงคล รวมทั้งบรรดาบ้านของชาวบ้านที่ถูกแต่งแต้มด้วยภาพสตรีทอาร์ตคาแร็คเตอร์พญานาค แฝงความหมายที่บ่งบอกอาชีพของเจ้าของบ้านหลังนั้นๆ เช่น บ้านตัดผม บ้านทำไอศครีม บ้านทำลอดช่อง บ้านสานกระติ๊บ ฯลฯ เรียกว่าสามารถเดินชมและถ่ายรูปกับสตรีทอาร์ทได้รอบหมู่บ้าน แถมยังได้ทักทายและเรียนรู้วิถีชีวิตจากลุงป้าน้าอาแบบเป็นกันเอง

นอกจากนี้ทุกวันเสาร์ยังมี ตลาดชุมชนพอเพียง ให้มาเดินเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านอีกด้วย

ที่ตั้ง : บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

เวลาเปิด-ปิด : 09:00–17:00 น. ทุกวัน

โทร. : 086 229 7629

ตลาดท่าเสด็จ หรือตลาดอินโดจีน

เป็นแหล่งรวมสินค้านำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านไปจนถึงจีน มีมากมายหลายสิ่งให้เลือกสรรทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ราคาก็ไม่แพง รวมทั้งบรรดาสินค้าโอท็อป ไม่ว่าจะหมูยอ ปลาส้ม ไส้กรอกอีสาน กุนเชียง ผลไม้อบแห้ง มะพร้าวแก้ว ฯลฯ

หรือเดินลัดเลาะตามตรอกออกมานิดเดียวก็จะเจอกับทางเดินเลาะเลียบริมโขงที่มีร้านอาหารทั้งบนบกและบนแพให้เลือกนั่งกินอาหารกัน และเดินต่อไปอีกไม่ไกลก็จะเจอกับรูปปั้นพญานาคคู่ขนาดใหญ่ แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดหนองคาย ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมโขงให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เวลาเปิด-ปิด : 07:00–18:30 น. ทุกวัน

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

 

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!