อยากสโลว์ไลฟ์ ไปอุทัยธานี สงบ งาม เงียบ เรียบ ช้า ฟินๆ 3 วัน 2 คืน

อีกหนึ่งจังหวัดใกล้กรุง ที่ไม่น่าเชื่อว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนความเร็วจากสมการฟิสิกส์ไปเป็นสมการความรู้สึกได้

ไม่ว่าเราจะตะแคงมองมุมไหน ที่นี่ก็ดูเหมือนจะเป็นเมืองที่เหมาะจะมาใช้เวลาเงียบๆ ทำตัวเรียบๆ ในจังหวะช้าๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่รู้สึกได้ตั้งแต่มาถึงในวูบแรก ทริปนี้เลยไม่ต้องเตรียมอะไรมาก กระเป๋าไม่ต้องแพ็คเยอะ เงินไม่ต้องเอามาแยะ แต่พกพื้นที่ความทรงจำที่ฟอร์แมตว่างแล้วมาให้พอ

ถ้ากำลังรู้สึกว่าวันนี้มันเหนื่อย เดี๋ยวเราไปใช้เวลาชิลๆ ช้าๆ ที่จ.อุทัยธานีกันซักแป๊บนะ

ชิลในเมือง :

ตลาดเช้าเมืองอุทัยธานี

เริ่มต้นรับแสงอาทิตย์อุทัยกันก่อนด้วยก๋วยจั๊บซักชาม หรือจะเป็นขนมจีนซักจาน ตลาดเช้าเมืองอุทัยธานีจะเริ่มแต่เช้าตรู่ พอซัก 8 โมงเช้าก็เริ่มวาย นอกจากได้เดินเล่นชมตลาด ซักประมาณ 7 โมงเช้าก็สามารถมารอใส่บาตรพระที่ท่าน้ำได้ด้วย ซึ่งหลวงพ่อจะนั่งเรือพายข้ามลำน้ำสะแกกรังมารับบาตรแบบนี้ในทุกๆ วัน และเป็นพระเพียงรูปเดียวที่บิณฑบาตรทางเรือแบบนี้มานานแล้ว

ใครมาอุทัยธานีต้องทำตัวตื่นไวมารับแสงอุทัยดูบ้าง ยิ่งเดินเล่นมาถึงสะพานวัดโบสถ์ที่มองเห็นวิวด้านหนึ่งเป็นวัดอุโปสถาราม อีกด้านเป็นวิวเรือนแพทอดยาวไปตามลำน้ำใต้แดดอุ่นๆ ความรู้สึกเหมือนได้รีสตาร์ตอะไรใหม่ๆ ให้กับชีวิตเลยแหละ

ไปตลาดเช้า อยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังในตัวเมืองอุทัยธานี ใกล้วงเวียนห้าแยกวิทยุ

วัดอุโปสถาราม หรือ วัดโบสถ์

วัดเก่าแก่คู่เมืองอุทัยธานี มีจุดเด่นที่จิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏลวดลายทั้งภายในและภายนอกโบสถ์ยังละเอียดงดงาม แฝงไปด้วยคติธรรม เช่น ภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทพยดาบนสรวงสวรรค์ ภาพพุทธประวัติ ภาพปลงสังขาร ภาพทหารแต่งตัวอย่างฝรั่งเรียกว่าแค่นั่งชมรายละเอียดเหล่านี้ก็เพลิดเพลินอย่างบอกไม่ถูกแล้ว

และที่ไม่เหมือนวัดอื่นก็คือ มณฑปแปดเหลี่ยม ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก พร้อมลายปูนปั้นไม้เลื้อยและพระพุทธรูปอย่างสวยงาม

ในส่วนท่าน้ำหน้าวัดยังมี แพโบสถ์น้ำ ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือด้วย และหากใครที่ต้องการล่องเรือชมวิถีชีวิตเรือนแพ ท่าเรือหน้าวัดคืออีกหนึ่งจุดที่สามารถติดต่อเช่าเรือได้

ไปวัดอุโปสถาราม วัดอยู่ฝั่งตรงข้ามตลาดเช้า เพียงข้ามสะพานวัดโบสถ์ก็ถึงแล้ว

เกาะเทโพ

มาเที่ยวอุทัยธานีต้องห้ามพลาดกิจกรรมปั่นจักรยานเที่ยวในตัวเมืองและข้ามไปปั่นต่อบนเกาะเทโพ ซึ่งเป็นเกาะที่ขนาบด้วยแม่น้ำสองสาย ฝั่งติดตัวเมืองคือแม่น้ำสะแกกรัง ส่วนฝั่งติดจ.ชัยนาท คือแม่น้ำเจ้าพระยา

บนเกาะเทโพจัดเป็นพื้นที่เป็นมิตรกับนักปั่น เพราะมีเลนส์จักรยานไว้ให้โดยเฉพาะ ถนนหนทางไม่ต้องออกแรงระดับตูร์เดอฟรองซ์แต่อย่างใด เป็นเส้นทางกินลมชมท้องทุ่ง มีสถานที่ให้แวะหลากหลาย เช่น บ้านทำธูปหอมทองตะนาว ที่ปัจจุบันเปลี่ยนจากการทำธูปหลากสี มาเน้นผลิตธูปจากซังข้าวโพดที่ให้ควันน้อยและลดมลพิษต่อสุขภาพ รวมทั้งเทียนอบผ้าและอบขนม ซึ่งผลิตตามตำรับโบราณ ให้กลิ่นหอมละมุนละไม, บึงพระชนก บึงน้ำและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ร่มรื่น, บ้านโรงน้ำแข็ง ซึ่งเป็นกลุ่มจักสานและทำปลาส้ม มีโฮมสเตย์ให้พักด้วย, ร้านอาหารปลาริมแม่น้ำ มีหลายร้าน เลือกได้เลย

อย่าลืมสั่งปลาแรดทอดกระเทียม, ไร่สุดท้าย/The Sun House ที่นี่มีไร่มัลเบอร์รี่ แต่ฤดูเก็บจะต้องสอบถามทางไร่ (หรือติดต่อททท.อุทัยธานีก็ได้) มาถูกช่วงอาจได้กินไอศกรีมมัลเบอร์รี่อร่อยๆ ll ไปปั่นจักรยานบนเกาะเทโพ สามารถไปได้ง่ายๆ เพียงข้ามสะพานระหว่างตลาดเช้ากับวัดอุโปสถาราม

ล่องแม่น้ำสะแกกรัง ชมวิถีชีวิตบนเรือนแพ

บ้านเรือนแพเป็นวิถีชีวิตคนไทยที่กำลังเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่สำหรับที่นี่กลับได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี ชาวบ้านยังใช้ชีวิตเรียบง่ายกับบ้านไม้ที่ลอยอยู่เหนือลำน้ำสะแกกรัง พาหนะประจำบ้านคือเรือพายไม่ก็เรือเครื่อง

บางบ้านก็ยังมีผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กๆ นั่งรับลมบ้าง อาบน้ำบ้าง บางแห่งก็เปิดเป็นโฮมสเตย์ให้มาลองประสบการณ์นอนเรือนแพด้วย เรือนแพส่วนใหญ่ยังทำอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง พวกปลาแรด ปลาทับทิม ปลาเทโพ เอามารมควันบ้าง ไปขายสดๆ ในตลาดบ้าง

ถ้าได้ล่องเรือชมเรือนแพ อย่าลืมแวะที่ แพป้าแต๋ว ช้อปปลาย่างจากแม่น้ำสะแกกรังกลับไปทำยำปลากรอบหรือต้มโคล้งรสแซ่บที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีน้ำพริก กล้วยตาก มะม่วงกวน ฯลฯ จากในชุมชนมาวางขายด้วย

บริการเช่าเรือล่องแม่น้ำสะแกกรัง มีผู้ให้บริการหลายเจ้า เช่าเรือเล็กแนะนำ ชุมชน 7 ลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง ติดต่อที่ร้านกาแฟหน้าวัดอุโปสถาราม มาหลายคนคิดคนละ 50 บาท พี่เขาไปได้ถึงท่าน้ำวัดท่าซุงเลย

วัดท่าซุง

มาถึงเมืองอุทัยธานีแล้ว ยังไงก็ต้องแวะมาวิหารแก้ว 100 เมตร แห่งวัดท่าซุง ที่หลายคนรู้จักกันดี ภายในประดับด้วยกระจกชิ้นเล็กๆ สะท้อนแสงระยิบระยับ สะกดสายตา แม้กระทั่งคนที่เคยมาแล้วมาอีกแบบเรา ก็ยังรู้สึกถึงความอลังการทุกครั้งที่เข้ามา

ภายในวิหารด้านหนึ่งประดิษฐานพระประธานแบบพระพุทธชินราช อีกด้านตั้งสังขารไม่เน่าเปื่อยของพระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระเถระที่มีชื่อเสียง ให้คนทั่วไปมากราบสักการะ โดยมีเวลาเปิด-ปิดเป็นช่วงคือ 9 โมงเช้า ถึง 11 โมง 45 และ บ่าย 2 ถึง 4 โมงเย็น

นอกจากวิหารแก้ว ยังมีปราสาททองคำ ที่ประดับงานปูนปั้นอย่างปราณีตงดงามทั้งภายในภายนอก ส่วนองค์พระยืน 30 ศอก กับเจดีย์พุดตาลข้างเคียง ก็งดงามน่าแวะชมไม่แพ้กัน ที่ท่าน้ำวัดท่าซุงมีบริการแพขนานยนต์ให้รถข้ามฝั่งจากอ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท รวมทั้งบริการเรือท่องเที่ยว ล่องแม่น้ำสะแกกรัง คนละ 50 บาท

ไปวัดท่าซุง จากในตัวเมือง นั่งรถสองแถวสีฟ้า สายอุทัยธานี-ท่าซุง หรือเช่าเรือมาจากในเมืองมาก็ได้

ร้านกาแฟบ้านจงรัก

มานั่งพักหลบแดดแบบไม่รีบร้อนกันที่ร้านกาแฟบ้านจงรัก เป็นบ้านไม้หลังน้อยๆ ในเมืองอุทัยธานีที่นอกจากมีกาแฟดีๆ ให้ดื่ม ยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ จัดวางของสะสมที่บอกเล่าเรื่องราวคน 3 เจนเนอเรชั่นได้อย่างน่าชม ตั้งแต่ยุคปู่ย่าตายาย ที่เต็มไปด้วยความคลาสสิคตั้งแต่มีดดาบ หม้อไหลายคราม สมัยพ่อแม่ยังเฟี้ยวฟ้าว ก็มีกล้องถ่ายรูปฟิล์ม จักรถีบ หนังสือเฟรนด์ชิปยุค 60  ไปถึงโน้ตบุ๊คยุคแรก

และของเล่นที่เด็กยุค 80-90 จะต้องอมยิ้ม เหมาะกับมานั่งรื่นรมย์กับความหลัง คุยกับเจ้าของบ้านอย่างเป็นกันเอง ll ไปร้านกาแฟบ้านจงรัก ถ.ศรีอุทัย อ.เมืองอุทัยธานี เปิดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7.30–17.00 น. โทร. 081 886 3685, 089 640 6265

ถนนคนเดินตรอกโรงยา

ถนนเล็กๆ สายสั้นๆ ในตลาดเมืองอุทัยธานี ขนาบด้วยห้องแถวไม้เก่าแก่ที่อนุรักษ์สภาพเดิมเอาไว้ มาตอนกลางวันวันธรรมดาก็อาจจะเงียบเหงาหน่อย แต่ถ้ามาเย็นวันเสาร์ ถนนสายนี้จะคึกคักไปด้วยร้านค้า ทั้งของกินของใช้แบบที่หาได้ทั่วไป และแบบที่หาได้ยาก

ร้านเก่าแก่ที่ขอแนะนำคือร้านยาหมอวิรัติ เป็นร้านยาแผนโบราณ ขึ้นชื่อเรื่องยาหอมตราทับทิม ช่วยขับลม แก้คลื่นเหียนวิงเวียนดีนักแล จัดเป็นของขึ้นชื่อที่ควรซื้อไปติดตู้ยาที่บ้าน ส่วนของกินในตรอกโรงยาที่เด็ดขึ้นชื่อก็เช่น หมูสะเต๊ะ ขนมเบื้องญวน ขนมกง ลูกชิ้นปลา ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นเจ๊โหนก

ขาดไม่ได้คือมะม่วงแช่อิ่มเสียบไม้โรยพริกเกลือ ซื้อมาเดินแทะเพลินๆ ไม้ละ 3 บาทเอง นอกจากนี้ยังมีผ้าทอลายพื้นเมืองจากอ.ทัพทัน มาจำหน่ายด้วย ll ไปถนนคนเดินตรอกโรงยา อยู่ถัดจากตลาดเช้ามา 1 แยก บริเวณวงเวียนน้ำพุ

ร้านอาหารแนะนำที่ใกล้เคียง

ร้านอาหารนกน้อย

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง วิวดีมาก เหมาะทั้งมื้อกลางวันและเย็น ภายในร้านตกแต่งแบบเรโทรน่านั่ง เมนูแนะนำ เช่น ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ทอดมันปลากราย ต้มยำปลาคัง เป็นต้น

ร้านอยู่บนถนนศรีอุทัย ใกล้ถนนวงศาโรจน์ โทร. 056-511-952, 087-197-2794

ร้านบ้านนอกริมนา อาหารดี ดนตรีไพเราะ ร้านนี้บรรยากาศจะคันทรีหน่อยๆ เหมาะกับมื้อเย็นมาก มีที่นั่งติดริมสระน้ำ สร้างเป็นเพิงเก๋ๆ เหมือนนั่งในทุ่งนา ห้ามพลาดเมนู ต้มโคล้งปลากรอบ ปลาช่อนเผาเกลือ เมี่ยงปลาแรด และกุ้งครีมสลัด เป็นต้น

ร้านออกนอกเมืองไปนิด อยู่ตรงข้ามศูนย์นิสสัน อุทัยธานี อ.หนองขาหย่าง โทร. 056 513 145

ที่พักแนะนำที่ใกล้เคียง

บ้านสวนจันทิตา บูทีคสุดฮิป

ได้กลิ่นอายญี่ปุ่นปนสแกนฯ ตลบอบอวล และมีเพียงบ้าน 4 หลังเท่านั้น จะจองคิวจึงต้องวางแผนล่วงหน้าให้ดี เจ้าของบ้านเป็นคุณป้าใจดีที่คอยชี้แจงรายละเอียดเข้าพักอย่างละเอียดและเป็นกันเอง ยามเช้ามีเบรคฟาสต์เป็นก๋วยจั๊บรสเข้มข้น ขนมปังสังขยา กาแฟ และชากุหลาบ

รับรองว่าอยู่แล้วจะได้ฟิล Kinfolk อย่างเหลือเชื่อ ที่พักอยู่ในซอยวัดจักษา เข้าซอยประมาณ 200 เมตร ติดต่อจองห้องพัก โทร. 081 144 1988

เพลินเที่ยวถ้ำอุทัยธานี

ถ้ำพุหวาย

ออกจากเมืองอุทัยธานีมาที่ อ.บ้านไร่ ประมาณร่วม 100 กิโลเมตร ห่างไกลผู้คนพอที่จะถึงเวลาเดินเข้าถ้ำ ที่วนอุทยานถ้ำเขาวง มีสภาพเป็นภูเขาหินปูนสูงชันและแน่นอนว่าต้องมีถ้ำ โดยเฉพาะที่ถ้ำพุหวาย ซึ่งยังคงสภาพความสมบูรณ์ของหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติไว้อย่างมาก

จากทางเดินขึ้นเขาไปไม่กี่ร้อยเมตรแบบไม่ยากเย็นอะไรมาก ก็จะได้สัมผัสกับถ้ำที่มืดสนิทจนต้องคว้าไฟฉายมาส่อง แค่สาดไฟออกไปก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หินรูปโลมา เสาหินล้านปี หินทรงกลด หินรูปฐานประทับเทพ น้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ แอ่งน้ำตามธรรมชาติอีกหลายแห่ง นอกจากค้างคาว ถ้ำนี้ยังมีแมลงต่างๆ เช่น จิ้งหรีดถ้ำ แมงมุมถ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเจ้าพวกนี้ตาบอด แต่อาศัยหนวดยาวๆ คอยจับความเคลื่อนไหวของเหยื่อ

อ้อ ลืมบอกไป ที่นี่ยังเคยเป็นโลเคชั่นถ่ายละครสุดฮิตเรื่องนาคีด้วยนะ

ไปถ้ำพุหวาย ใช้เส้นทางสายบ้านไร่-พุบอน ผ่านโค้งศาลเจ้าพ่อเขารัก ถึงแยกที่มีป้ายบ้านอีหลุม-บ้านเขาพุเตย เลี้ยวขวาเข้าไป 6 กิโลเมตร ผ่านทางเข้าวัดถ้ำเขาวงไปอีก 3 กิโลเมตร จะถึงถ้ำพุหวาย

หรือสอบถามที่วนอุทยานถ้ำเขาวง โทร. 081 785 4703

วัดถ้ำเขาวง

ย้อนออกมาทางเดิมแแล้วแวะไหว้พระกันก่อนไปต่อ แค่เดินเข้ามาในบริเวณวัดก็ต้องรู้สึกแปลกตากับภูมิทัศน์งดงามของเรือนไทยขนาด 4 ชั้นที่สร้างอยู่บนเขาหินปูน ด้านหน้ามีบ่อน้ำขนาดใหญ่ สะพานไม้ รายล้อมด้วยต้นไม้และสวนสวย เดินขึ้นไปตามบันไดเรือนไม้จะพบกับวิหารที่ชั้น 2 ส่วนชั้น 3 มีรูปปั้นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ในบรรยากาศกุฏิจำลอง

ส่วนชั้นบนสุดคือโบสถ์ที่ประดิษฐานพระประธาน ชั้นนี้สร้างด้วยไม้สักเก่านำมาจากเรือนไทยแถวพระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนข้างหลังเรือนไม้ในชั้นนี้ มีทางเดินต่อไปยังถ้ำเขาวงได้ด้วย ตลอดทางจะได้เดินเลียบไปกับน้ำตกเทียมและพรรณไม้ เป็นการจัดภูมิทัศน์ที่สวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติมากจริงๆ

ไปวัดถ้ำเขาวง ใช้เส้นทางเดียวกับถ้ำพุหวาย แต่ถึงก่อนประมาณ 3 กิโลเมตร สอบถาม โทร. 091 278 2880

ต้นไม้ยักษ์

อายุอานามน่าจะนับถอยหลังไปถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเลยเชียว เพราะต้นผึ้งต้นนี้ยืนต้นมากว่า 300-400 ปีเข้าไปแล้ว และถือเป็นต้นไม้สำคัญของชาวบ้านชุมชนบ้านสะนำด้วย แหงนคอตั้งบ่ามองขึ้นไปจะเห็นรังผึ้งขนาดใหญ่เกาะอยู่ตามกิ่งสมชื่อ ในส่วนความใหญ่โตนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะต้องใช้ถึง 40 คนจึงจะโอบต้นไม้ยักษ์นี้ได้รอบ นอกจากต้นไม้ยักษ์

รอบๆ บริเวณยังเป็นป่าหมาก เรียกว่า ป่าหมากล้านต้น เนื่องจากลุงเฮียง เจ้าของที่ดินอยากอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานดู จึงไม่คิดเก็บค่าเข้า ส่วนทางเข้าก็มีชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์ในชุมชนมาจำหน่าย ร่วมบริจาคเงินบำรุงต้นไม้หรือแวะอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านกันได้ l

ไปต้นไม้ยักษ์ ใช้เส้นทาง 333 อ.บ้านไร่-ด่านช้าง พอถึงบ้านสะนำ จะเจอป้ายต้นไม้ยักษ์ เลี้ยวเข้าไปอีก 1 กม.

หุบป่าตาด

มาเดินอยู่ในหุบป่าตาดเหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนกลับไปยุคไดโนเสาร์ พืชพรรณที่นี่ไม่ว่าจะเป็นต้นตาด เต่าร้าง ขนุนดิน นกเขาเปล้า ฯลฯ ล้วนแต่เป็นไม้ดึกดำบรรพ์ที่แตกต่างจากป่าที่อยู่สูงขึ้นไปบนเขาด้านบน ด้วยปัจจัยที่มีความชุ่มชื้นสูงและแสงส่องถึงพื้นเพียง 3 ชั่วโมงต่อวัน

เส้นทางที่พาผ่านเข้าไปในหุบเขาเดินได้แบบสบายๆ พร้อมป้ายอธิบายลักษณะพืชพรรณต่างๆ ช่วงแรกจะเป็นถ้ำมืดสนิทที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ พร้อมกับได้ชมซากฟอสซิลหอยจากยุคเพอร์เมียน พอเดินผ่านออกมาในหุบเขาจะเหมือนคนละโลกกันเลย เพราะต้นตาดและเต่าร้างที่ขึ้นปกคลุมทำให้รู้สึกเย็นสบาย ระยะทางเดินรวมแล้ว 700 เมตร ใช้เวลาแค่ 30 นาที

หากมาในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน จะได้พบกับเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์ไฮไลท์ของที่นี่เพราะพบได้ที่เดียวในโลก แถมช่วงวันหยุดยังมีมัคคุเทศน์ตัวน้อยคอยเดินนำทางไปด้วย

ไปหุบป่าตาด ใช้เส้นทาง 333 ผ่านอำเภอหนองฉาง ต่อด้วยเส้นทาง 3438 ไปยังอำเภอลานสัก ประมาณ 21.5 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็ถึงหุบป่าตาด ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10 บาท สอบถาม โทร. 084 819 7855

ร้านอาหารแนะนำที่ใกล้เคียง

ครัวมัลดาเลย์

ร้านอาหารขึ้นชื่อในอ.บ้านไร่ ต้อนรับด้วยกังหันยักษ์สีสันสดใส ทำเลติดริมแม่น้ำ บรรยากาศดี ใครมาเที่ยวโซนนี้เหมาะทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น อาหารอร่อย รสแซ่บหลายอย่าง เช่น ต้มยำทะเลน้ำข้น ปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊ว ตับหวาน พล่ากุ้ง ที่เด็ดสุด คือลาบทอด แนะนำเลย ร้านอยู่บ้านผาทั่ง อ.บ้านไร่ บนเส้นทางไปหุบป่าตาด

ที่พักแนะนำที่ใกล้เคียง

อวตารมิราเคิล 

ขับรถมาถึงที่นี่ทีไร หลายคนจะชอบบอกว่าทางเข้าลึก เหมาะกับการมาปลีกวิเวก ซึ่งก็ไม่ผิด สำหรับเรา อวตารมิราเคิล ให้ความรู้สึกเหมือนมานอนในถ้ำ พอเข้าห้องปุ๊ปเย็นเลย นอนฟังเสียงฝนแล้วหลับสบายมากๆ ตื่นมาก็พบกับธรรมชาติรายล้อม เจอนกแปลกๆ บินมาให้เห็นก็มี

สระว่ายน้ำยิ่งพีคไปอีก เพราะกว้างใหญ่ โอบล้อมด้วยขุนเขาสีเขียวสบายตา น่าลงไปแหวกว่าย

ส่วนสปาเป็นสปาห่มด้วยเกลือ ทำเสร็จแล้วผิวนิ๊มนิ่ม พนักงานก็น่ารักอัธยาศัยดี แนะนำว่าลองแยมกุหลาบโฮมเมดของที่นี่แล้วจะติดใจ

สำรองห้องพัก โทร. 056 596 164

แวะก่อนกลับ :

วัดสังกัสรัตนคีรี

เป็นวัดคู่เมืองอุทัยธานีที่โด่งดังด้วยประเพณีตักบาตรเทโว ซึ่งพระสงฆ์จะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรังให้ประชาชนได้ใส่บาตรในช่วงออกพรรษา วัดสังกัสฯ มีทั้งอารามตรงเชิงเขา และบนเขาสะแกกรัง คนฟิตๆ หน่อยจะเดินขึ้นบันได 449 ขั้นก็ไม่มีใครว่า หรือง่ายหน่อยคือนั่งรถขึ้นเขาไปสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองภายในมณฑปด้านบน

รวมทั้งพระบรมรูปพระชนกจักรี หรือพระปฐมบรมมหาชนกนาถแห่งรัชกาลที่ 1 ซึ่งพระองค์มีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดอุทัยธานี จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองอุทัยธานีว่า เมืองพระชนกจักรี นั่นเอง นอกจากนี้ วิวจากบนเขาสะแกกรังยังมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างไกลอีกด้วย

ไปวัดสังกัสรัตนคีรี จากตัวเมือง ไปตามถนนท่าช้างจนสุดทาง หรือจะขึ้นเขา ให้เลี้ยวซ้ายเข้าบริเวณสนามกีฬาจังหวัด

ขนมปังสังขยา ของฝากก็อย่าได้ลืมเชียว เดี๋ยวโดนแม่ตีมือ โดนเพื่อนที่ออฟฟิศมองค้อนเอาได้ มาอุทัยธานีทั้งทีจัดไป ขนมปังสังขยา แต่คราวนี้เปลี่ยนจากแม่ไพพรรณ มาลองแม่ป่วยลั้งบ้าง หน้าตาแตกต่างจากแบบก้อนกลม เพราะมาแบบขนมปังแถว เนื้อนิ่มโดนใจมาก ยิ่งเอาเข้าเวฟได้สังขยาไส้อุ่นๆ กินคู่กับชากาแฟยามบ่าย อร่อยจบปิ๊ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติอต่อ ททท.สำนักงานอุทัยธานี โทร. 056 514 951-2

#—————————#

ติดตามเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ จากพวกเราได้ทุกวันคิดถึงที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก คิดถึงเรา TripTravelGang: ทริปทราเวลแก็งค์ คลิกเดียว…กินเที่ยวทุกวัน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!