เที่ยวเมืองต้องห้ามพลาดกับ 12 ที่เที่ยวรับลมหนาวสุดชิลล์

ลมหนาวพัดมาแล้ว ได้เวลาออกเดินทางไปสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ ขุนเขา และสายหมอกกันแล้ว

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนไปพักผ่อนเก็บความสุขความประทับใจท่ามกลางสายลมหนาว เว็บไซต์เมืองต้องห้ามพลาด (https://www.citieshiddengemsthailand.com/) ก็ไม่พลาดจัดลิสต์ที่เที่ยวรับลมหนาวมาเอาใจนักเดินทางทุกท่าน

และเชื่อว่าหากไปกันสักครั้ง จะต้องอยากเดินทางกลับไปอีกครั้งกันอย่างแน่นอน

1. จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ ไปชมความงามแสงแรกของวันใหม่กันที่ จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ  จุดชมวิวแบบ 360 องศาที่สวยที่สุดของเขาค้อ เรียกได้ว่าถ้านักท่องเที่ยวอยากชมความสวยงามของเขาค้อต้องมาที่นี่ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสไอหมอกที่แสนจะเย็นสบายแล้ว เรายังได้ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ทอแสงสีส้มสวยสดใส เป็นการต้อนรับวันใหม่ที่ดีต่อใจแบบสุดๆ

ที่ตั้ง : อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

2.ทุ่งกังหันลม เขาค้อ อยู่เลยแยกทุ่งสมอมา 3 กม. ทางไปบ้านเพชรดำ จะเห็นต้นกังหันลมขนาดยักษ์เด่นตระหง่านมาแต่ไกล ซึ่งที่นี่เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานลมจากกังหันลมขนาดใหญ่จำนวน 24 ต้น บนเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ แต่ละต้นสูง 110 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของวงพัดยาว 120 เมตร นอกจากจะเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตแห่งใหม่ ยังมีไร่สตรอเบอร์รี่ที่กำลังจะออกผลให้เก็บในปลายปีนี้ รวมทั้งมีบริการรถไฟฟ้าให้นั่งชมรอบบริเวณด้วย

ที่ตั้ง : อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

3.วัดพระธาตุดอยพระฌาน ตั้งอยู่บนยอดดอยพระฌาน ภายในวัดร่มรื่นและงดงามด้วยงานพุทธศิลป์มากมาย รวมทั้งมีประเพณีในการเดินขึ้นมาสักการะพระธาตุทุกปีด้วย ส่วนในช่วงฤดูหนาว ถ้าได้ขึ้นมาบนดอยพระฌานตั้งแต่เช้ามืด อาจมีโอกาสได้ชมทะเลหมอกสวยงามสุดสายตา หรือเมื่อหมอกจางไปแล้วก็ยังได้เห็นทิวทัศน์และทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอแม่ทะ และทิวเขาโดยรอบให้ชม

ที่ตั้ง : ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

เวลาเปิด-ปิด : 06:30-17:00 น. ทุกวัน

4.เหมืองแม่เมาะ เหมืองถ่านหินอายุ 40 ล้านปี ที่ปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผลิตระแสไฟฟ้า แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มาสนุกได้ทั้งครอบครัวด้วย ทั้งพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา ที่ให้ความรู้เรื่องถ่านหินและพลังงานทดแทนต่างๆ สวนพฤกษชาติ จุดชมวิวและทุ่งบัวตอง ลานสไลเดอร์ หรือใครที่อยากมาพักค้างคืน ที่นี่ก็มีบ้านพักรับรอง พร้อมสนามกอล์ฟ 18 หลุมรอให้บริการ

ที่ตั้ง : ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

5.อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ครอบคลุมพื้นที่อ.เมืองปาน อ.แจ้ห่ม และอ.เมืองลำปาง หลายคนอาจเคยมานั่งต้มไข่กันที่บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน แต่นอกจากนั้นในอุทยานยังมีทั้งน้ำตกหลายแห่ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่พาดผ่านผืนป่าอุดมสมบูรณ์ และช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี จะเป็นช่วงดอกเสี้ยวบาน บนเส้นทางแจ้ซ้อน-บ้านป่าเหมี้ยง สามารถขับรถชมได้ตลอดระยะทาง 18 กิโลเมตร

ที่ตั้ง : อ.เมืองปาน จ.ลำปาง

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น.ทุกวัน

6.อุทยานแห่งขาติภูเรือ งดงามด้วยภูผาสีสันสะดุดตา รูปร่างที่แปลกตา และป่าที่อุดมสบูรณ์ครอบคลุมพื้นที่อ.ภูเรือ และอ.ท่าลี่ จ.เลย โดยยอดภูเรือนั้นมีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมีจุดท่องเที่ยวที่โดดเด่นคือ ผาโหล่นน้อย ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์ขึ้น รวมทั้งมาเดินเส้นทางธรรมชาติชมทุ่งดอกไม้ป่าช่วงหน้าหนาว

ที่ตั้ง : ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลย

เวลาเปิด-ปิด : 05:30-20:00 น. ทุกวัน

7. เชียงคาน อดีตเมืองหน้าด่านแห่งอาณาจักรเวียงจันทน์ที่ทุกวันนี้กลายเป็นเมืองสงบงามริมโขง กับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตื่นเช้ามาใส่บาตรข้าวเหนียว หรือขึ้นภูทอกไปดูทะเลหมอก ลงมาชิมข้าวปุ้นน้ำแจ่วให้อุ่นท้อง สายปั่นจักรยานออกไปเที่ยวแก่งคุดคู้ เช่าเรือชมวิวลำน้ำโขง บ่ายกลับมานวดยองเส้น ไหว้พระวัดศรีคุณเมือง ตกเย็นเดินเล่นถนนคนเดิน ง่ายๆ สบายๆ แบบนี้มีอยู่ที่เชียงคาน

ที่ตั้ง :  อ.เชียงคาน จ.เลย

8.ภูทอก จุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่ใครมีโอกาสมาเชียงคานก็ไม่ควรพลาดที่จะขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศบนยอดเขาแห่งนี้ ลองตื่นแต่เช้ามารอแสงแรกส่องลงบนผืนหมอกหนานุ่มบนนี้จะรู้สึกฟินอย่างบอกไม่ถูกเลย และถึงแม้จะขึ้นมาไม่เจอกับทะเลหมอกก็ยังได้เห็นวิวงามของเมืองเชียงคาน ลำน้ำโขง ไปจนถึงฝั่งเมืองสานะคาม ประเทศลาว

ที่ตั้ง : ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน (ชมทะเลหมอก 05:30-08:00 น.)

9. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ยอดภูที่ใครหลายคนเคยมาพิชิต หรืออยากมาพิชิตให้ได้ในซักครั้งในชีวิต ด้วยระยะเดินขึ้นพร้อมแบกสัมภาระที่ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะถึงยอดภู เส้นทางขึ้นภูกระดึงจึงยังคงมีเสน่ห์ในหมู่นักเดินทางไม่เคยเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการได้มาชมวิวทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่ผานกนางแอ่น ก็ถือเป็นรางวัลที่น่าประทับใจแล้ว

ที่ตั้ง : บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-16:30 น. (เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม ของทุกปี)

10. อำเภอปัว   เป็นแลนมาร์คของเมืองน่านในช่วงหน้าหนาวที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเช็คอินกันสักครั้ง แม้ว่าระหว่างทางจากเมืองน่านสู่อำเภอปัว ถนนจะคดเคี้ยวขึ้นลงเขาไปเกือบตลอด แต่นักเดินทางหลายคนกลับไม่รู้สึกว่านั่งรถนานเลยสักนิด เพราะวิวสองข้างทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ขุนเขา และสายหมอก เมื่อมาถึงแล้วก็ควรไปแวะเช็คอินตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหลากหลายทางวัฒนธรรม เช่น กลุ่มทอผ้าไทลื้อบ้านเก็ต วัดร้องแง วัดภูเก็ต ร้านลำดวนผ้าทอ ตลาดเช้าที่เต็มไปอาหารอร่อยและรอยยิ้มของชาวบ้าน

ที่ตั้ง : อ.ปัว จ.น่าน

11. อุทยานแห่งชาติขุนสถาน มาเช่าเต๊นท์นอนชมวิวขุนเขา พระอาทิตย์ขึ้นและตก ทะเลหมอก รวมทั้งดาวบนฟ้าอีกนับไม่ถ้วนได้ที่นี่ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ใครที่สนใจวัฒนธรรม ไม่ไกลจากอุทยานยังมีหมู่บ้านม้งให้ไปแวะชมแปลงสตรอเบอร์รี่และอุดหนุนงานฝีมือชาวบ้าน ส่วนช่วงมกราคม จะหนีความวุ่นวายจากที่อื่นมาชมดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน

ที่ตั้ง บ้านขุนสถาน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน

เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. (ร้านค้าสวัสดิการ) ทุกวัน

โทร. : 054 731 585, 087 173 9549

12. อุทยานแห่งชาติศรีน่าน หรือก็คือที่ตั้งของดอยเสมอดาว ผาหัวสิงห์ ผาชู้ ที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมากางเต๊นท์นอนนับดาว ตื่นเช้ามาชมทะเลหมอก และแสงแรกของวันในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินขึ้นผาหัวสิงห์และผาชู้ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาและลำน้ำน่านได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ยังจะได้พบกับความงามของป่าเปลี่ยนสีด้วย

ที่ตั้ง : อ.นาน้อย จ.น่าน

เวลาเปิด-ปิด : 08:30–16:30 น. (ร้านค้าสวัสดิการ) ทุกวัน

โทร. : 098 803 2872, 093 242 2914, 054 731 714

เพื่อนสามารถติดตามเรื่องราวน่ารักๆ ของเมืองต้องห้ามพลาดได้ที่เว็บไซต์เมืองต้องห้ามพลาด: https://www.citieshiddengemsthailand.com/

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!