15 พิกัดปักหมุดสกลนคร…แล้วไปแวะเช็คอินฟินบึงกาฬ

สกลนคร เมืองน่ารัก น่าไปพักผ่อนอีกหนึ่งพิกัดในภาคอีสาน ด้วยทุกวันการเดินทางไปก็แสนสะดวก และแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ก็เพียบ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้เข้าไปกราบไหว้ขอพร อาหารการกินอร่อยแสนอร่อย พูดได้ว่าไปกี่ครั้งก็ประทับใจ และถ้ามีเวลาก็อยากชวนเพื่อน ชวนรู้ใจกลับไปเที่ยวอีกเรื่อยๆ 

หรือถ้าไปแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวน้ำตกสวยๆ อลังการๆ ชมธรรมชาติฉ่ำในหน้าฝน ก็สามารถขับรถจากสกลนครแวะไปเที่ยวบึงกาฬได้ การันตีได้เลยว่า ธรรมชาติที่นี่สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ ในอีสานเลยทีเดียว  พร้อมแล้วตามไปเช็คอินฟินอีสานด้วยกันเลย

­

­

1.ห้องอาหารมิตรอุปถัมภ์

มาถึงสกลนครเช้าๆ ต้องแวะมาที่นี่ ห้องอาหารมิตรอุปถัมภ์ ร้านอาหารเช้าแบบดั้งเดิมในเมืองสกลนคร ที่มีบรรยากาศสบาย ๆ ตกแต่งเรียบง่ายในโทนสีฟ้าขาวตัวร้านเก่าแก่นิด ๆ ตั้งอยู่ภายในห้องแถวไม้เก่าแก่ 3 คูหาที่มีการรีโนเวทชั้นล่างให้เป็นตัวร้านที่นั่งสบายมีพื้นที่ร้านกว้างขวาง มีการจัดวางที่นั่งรองรับมากมาย เมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งเมนูหลัก ๆ อย่างอาหารเช้าอย่าง ไข่กระทะ, ไข่กวน, ไส้กรอก, ขนมปังยัดไส้, ข้าวต้มปลา, ข้าวต้มกุ้ง และกาแฟร้อน เป็นต้น สนนราคาของแต่ละเมนูก็เบา ๆ 30-135 บ. เท่านั้น

ต่อมาก็จะเป็นรายการอาหารหลัก ๆ อาทิ แกงเหลืองปลากะพงยอดมะพร้าว, ซี่โครงหมูทอด, ไข่เจียวหมูสับ, ซุปหน่อไม้, ลาบหมู, ผัดกระเพราะ รวมไปถึงอาหารจานเดียวอย่าง บะหมี่ราดหน้า, ข้าวผัดไก่ หมู กุ้ง ปลาหมึก, ข้าวผัดทะเล, ไข่เจียวหมูสับราดข้าว, หมูสับเเซนวิชและสเต็กหมู ไก่ เป็นต้น  เรียกได้ว่าใครที่มีโอกาสแวะไปสกลนคร และหิวตอนเช้าก็อย่าลืมแวะไปฝากท้องที่ร้านนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าอร่อยคุ้มค่าสมราคาอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : 33 ถ.มรรคาลัย ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด : เวลา 07.00–14.00 น., เวลา 16.30-21.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร)

โทรศัพท์ : 042 711 633

2.วัดพระธาตุเชิงชุม

ใครที่มาถึงเมืองสกลนครแล้ว ถ้าไม่มาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงสกลนคร เลยก็ว่าได้ สำหรับ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังเป็นที่ตั้งของพระธาตุเชิงชุม ซึ่งมีความหมายว่า  สถานที่ชุมนุมของรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทั้งสี่องค์ ได้แก่ พระกกุสันทะ, พระโกนาคม, พระกัสสะปะ และพระโคดม อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระแสน พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสนอันศักดิ์สิทธิ์เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนครอีกด้วย

สำหรับองค์พระธาตุเชิงชุม ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวหลายคนมักแวะเวียนมาเยือนเสมอ องค์พระธาตุหันหน้าไปทางหนองหานในทางทิศตะวันออก เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน รูปทรงสี่เหลี่ยม สูง 24 เมตรเศษ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม ส่วนบนเป็นทรงบัวเหลี่ยม ไม่มีลวดลายประดับ ที่ฐานเจดีย์ มีซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ยอดฉัตรทองคำเหนือองค์พระธาตุเชิงชุมทำด้วยทองคำบริสุทธิ์มีน้ำหนัก 247 บาท ซุ้มยอดประตูมีลักษณะเป็นยอดปราสาท ข้างในทึบสร้างด้วยศิลาแลง และหินทรายแดง ซุ้มประตูหลอกแบบขอม ด้านทิศ เหนือ ใต้ และตะวันตก ซุ้มประตูทางเข้าจริงด้านทิศตะวันออก

แต่แรกเริ่มพระธาตุเชิงชุมคงเป็นปราสาทหินทรายศิลปะสมัยขอม ภายในกรอบประตูทางเข้าอุโมงค์ด้านขวามือ มีจารึกพระธาตุเชิงชุมอักษรขอมโบราณ ราวพุทธศตวรรษที่ 16 องค์พระธาตุในปัจจุบันเป็นศิลปะล้านช้าง เนื่องจากช่วงที่อิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างแผ่เข้ามาบริเวณภาคอีสานของไทย ราวพุทธศตวรรษที่ 19 และได้มีการบูรณะองค์พระธาตุขึ้นมาใหม่

นอกจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมากราบไหว้ขอพรแล้ว ที่นี่ยังมีจุดที่น่าสนใจอีก เช่น บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นบ่อน้ำที่มีมาพร้อมองค์พระธาตุเชิงชุม เดิมมีน้ำพุผุดขึ้นมาเนื่องจากเป็นปลายทางของลำน้ำใต้ดินซึ่งไหลมาจากเทือกเขาภูพาน ผ่านศูนย์ราชการด้านทิศเหนือ ผ่านใจกลางเมืองข้างวัดเหนือ แล้วไหลมาผุดที่นี่ เรียกว่า “ภูน้ำซอด” หรือ “ภูน้ำลอด” แล้วไหลผ่านไปที่สระพังทอง ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ซึ่งอยู่ติดกับวัด ส่วนภายในบริเวณวัดยังมีหอกลองหรือหอระฆัง เป็นหอกลองสูงทั้งหมดสามชั้น สร้างขึ้นในปี 2503 โดยชาวเวียดนามที่ได้มาพำนักอาศัย ณ เมืองสกลนครนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญที่พลาดไม่ได้เมืองมาถึงสกลนครเลยก็ว่าได้

ที่ตั้ง : ริมหนองหาน ถ.เจริญเมือง ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด : เวลา 08.00–18.00 น.

3.เฮือนนางคราม

ที่นี่เป็นสถานที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าชื่อดังของสกลนครเลยก็ว่าได้กับ ผ้าย้อมครามออร์แกนิก และยังเป็นสถานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกคราม รวมไปถึงการย้อมผ้าครามแบบครบวงจรในที่เดียว

จากจุดเริ่มต้นของอดีตแม้ค้าที่สนใจผ้าย้อมคราม และได้ศึกษาพร้อมผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตผ้าย้อมคราม จนมีชื่อเสียงและเป็นผ้าที่คงความเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบันทำให้หลายคนมั่นใจในคุณภาพและการผลิตของที่นี่ได้เป็นอย่างดี เพราะตัวผ้าผลิตมาจากเนื้อครามซึ่งเป็นโทนสีธรรมชาติ ที่ไม่เป็นอันตราย ไร้สารเคมี ส่วนต้นครามก็เติมโตด้วยการใส่ปุ๋ยธรรมชาติ ให้สีเข้มสวยติดทนนาน แถมเจ้าของที่นี่ก็ยังมีการพัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อย  ๆ ด้วยศึกษาเทคนิคการย้อมผ้าและลวดลายที่แปลกใหม่ แปรผันไปตามแฟชั่นและความต้องการของลูกค้าสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

นอกจากที่่นี่จะเป็นแหล่งผลิตผ้าย้อมครามแล้ว ยังมีการตั้งเวิร์คชอป สำหรับผู้สนใจได้เข้ามาเรียนรู้อย่างจริงจังอีกด้วย โดยเปิดโอกาสให้ทั้งนักท่องเที่ยว นักศึกษาและคนทั่วไปที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามมาได้เลย แต่ถ้าใครที่ต้องการซื้อสินค้าที่ผลิตจากผ้าย้อมครามก็สามารถแวะเวียนไปที่ร้าน เพื่ออุดหนุนเป็นของฝากของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านไปได้อีกเช่นกัน แต่สำหรับใครที่ต้องการอุดหนุนผ้าสวย ๆ อีกหนึ่งช่องที่สามารถแวะไปได้อีกก็คือ ถนนผ้าครามเมืองสกลนคร ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 15.00-20.00 น. บริเวณถนนหน้าวัดพระธาตุเชิงชุมได้เช่นกัน

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผ้าสวย สวมใส่ง่าย เข้ากับอากาศบ้านเราได้เป็นอย่างดี แถมสวยลายก็ทันสมัยอีกด้วย ถือเป็นของดีเมืองสกลนครอีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้เลย

ที่ตั้ง : ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

โทรศัพท์ : 081 871 2945

4.พระธาตุนารายณ์เจงเวง

พระธาตุนารายณ์เจงเวง  หรือ อรดีมายานารายณ์เจงเวง ถือเป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งในเมืองสกลนคร ที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ที่ชื่นชอบการ เรียนรู้เมืองเก่าไปพร้อม ๆ กับการถ่ายรูป ตัวปราสาทเป็นศิลปสมัยบาปวน ที่มีภาพสลักงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ชื่อของปราสาทสันนิษฐานว่ามาจากภาษาเขมรว่า นารายณ์เชิงแวงหรือพระนารายณ์ขายาว ซึ่งมีที่มาจากภาพสลักรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ปรากฏอยู่ทางด้านเหนือของปราสาท

ส่วนสิ่งที่ทำให้ พระธาตุนารายณ์เจงเวง แตกต่างจากที่อื่น ๆ คือ ที่นี่เป็นปราสาทหลังเดี่ยว ก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง แบบเดียวกับปราสาทหินพิมายแต่มีขนาดเล็กกว่า ตัวปราสาทแบ่งออกเป็นหลายส่วนเริ่มตั้งแต่ฐาน ส่วนที่เป็นองค์หลังคาและส่วนยอด ส่วนที่เป็นฐานก่อด้วยศิลาแลง ก้อนขนาดใหญ่มีเอวคอดกิ่วเหมือนพานดอกไม สูง 18 ซม. กว้างด้านละ 15 ม. องค์เจดีย์เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม ส่วนที่เป็นหลังคาและยอด

แม้ว่าปัจจุบัน ปราสาทจะพังไปบางส่วน แต่ก็ยังคงเหลือองค์พระธาตุ ที่มีตัวประตูและซุ้มประตูด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก ที่ยังคงโครงสร้างสวย ๆ ของปราสาทได้เช่นกันเรียกได้ว่าใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนที่นี่จะต้องประทับใจกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความรู้และภาพประวัติศาสตร์ที่ประทับใจอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : 74 ถ.สกลนคร-อุดรธานี ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร

5. ร้านข้าวเกรียบปากหม้อปารีส

ร้านข้าวเกรียบปากหม้อปารีส ถือเป็นหนึ่งในร้านประทับใจ ทั้งชื่อร้านที่แปลก ๆ แถมขายข้าวเกรียบปากหม้อหลากหลายสไตล์ ตัวร้านเป็นตึกแถว 2 คูหา ตกแต่งร้านในโทนสีขาว ดูสะอาดเหมาะแก่การนั่งทานอย่างอร่อย อากาศก็ถ่ายเทสะดวก เปิดบริการมายาวนานกว่า 20 ปี ส่วนชื่อร้านเก๋ ๆ ก็มาจากสมัยก่อนร้านตั้งอยู่ตรงข้ามโรงหนังที่ชื่อปารีสนั่นเอง

ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาแล้วต้องสั่งก็คือ ปากหม้อธรรมดา, ปากหม้อไข่พับ, ปากหม้อไข่ดาว, ปากหม้อไข่ม้วน, หมูยอ, ข้าวเกรียบ และข้าวเกรียบใส่ไข่ โดยที่ทางร้านจะทำวัตถุดิบเองทั้งโมแป้งเอง ส่วนข้าวที่ใช้ทำเป็นแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวผสมกัน ส่วนน้ำจิ้มก็มีรสชาติเปรี้ยวหวานจัดจ้านเข้ากันเป็นอย่างดีกับข้าวเกรียบ โดยที่ทางร้านจะจัดจานเสิร์ฟด้วยข้าวเกรียบโรยหอมเจียวกรอบ ๆ อร่อย กรอบ นุ่ม โดดเด่นเข้ากันเป็นอย่างมาก จนเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่มีโอกาสมาสกลนครแล้วต้องแวะมาลิ้มลองให้ได้เลยค่ะ

ที่ตั้ง : ซ.เปรมปรีดา 7 ถ.ยุวพัฒนา ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด :  เวลา 10.30-20.00 น.

โทรศัพท์ : 042 713 796

6.ร้านนิดหน่อยส้มตำ

มาเที่ยวอีสานทั้งทีจะให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปก็ต้องไปลิ้มลองเมนูอาหารอีสานแซ่บ ๆ กันกับร้านนิดหน่อยส้มตำ ร้านส้มตำ ที่เน้นการตำแบบไม่หวงเครื่องไม่หวงวัตถุดิบใด ๆ เพราะมีให้เลือกหลากหลายเมนูมากๆ  ทั้งส้มตำ ลาบ ต้ม อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล และขนมหวาน ส่วนตัวร้านก็ออกแบบให้นั่งสบาย เป็นอาคารโล่ง ๆ เน้นรับลมเย็นมีที่นั่งรองรับจำนวนมาก ที่สำคัญบริการ น้ำ  น้ำแข็ง และผัก ฟรี!!! อีกด้วย

มาถึงเมนูอร่อยเหาะของร้านที่มาแล้วต้องสั่ง ได้แก่ ตำข้าวโพดไข่เค็ม, ตำทะเลรวม, ตำปูม้า, ตำหอยขม, เกาเหลาทะเล, ตำผลไม้, ตำผลไม้กุ้งสดไข่เค็มและตำขนมจีนหอยดองกุ้งสดและอีกสารพัดเมนูตำมากมาย รวมไปถึงเมนูอร่อยแกล้มอื่น ๆ ทั้ง ไก่ย่าง, นึ่งปลา, ก้อย, ลาบ, น้ำตก, ตับหวาน, ย่างเนื้อ, ย่างหมู, แกงอ่อมและแกงหน่อไม้ เป็นต้น โดยที่ทุกเมนูเน้นคัดสรรคุณภาพมาเต็ม ๆ รับรองใครที่มาถึงสกลนครแล้วมาฝากท้องร้านนี้ต้องประทับใจจนอยากกลับมาอีกรอบ อย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : ถ.ราชบำรุง ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด : เวลา 10.00-21.00 น.

โทรศัพท์ : 096 476 4494

7.อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ

อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ  หนึ่งในจุดเช็กอินสายดอกไม้ที่เพื่อน ๆห้ามพลาดในสกลนคร อีกหนึ่งแห่งที่เราอยากแนะนำว่าต้องไปค่ะ ตัวอุทยานตั้งอยู่ภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างขึ้นเมื่อปี 2553 สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์บัว เป็นสถานที่ศึกษา ค้นคว้า ของนักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจบัว และเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เป็นอุทยานบัวที่ใหญ่ที่สุดในไทยอีกด้วย

สำหรับความน่าสนใจของที่นี่ก็คือ มีบึงบัวขนาดใหญ่ที่มีสะพานไม้สีแดงทอดยาวอยู่ด้านบน สามารถเดินชมบัวได้อย่างใกล้ชิด แถมมีศาลาชมวิวกลางบึงบัวให้นั่งชิล ๆ พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

สำหรับภายในอุทยานถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ให้ชม ส่วนแรกจะเป็นโซนรวบรวมพันธุ์ บัวทั้งในและต่างประเทศบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ส่วนที่ 2 คือโซนแสดงพันธุ์บัว โดยการนำบัวมาจัดโชว์บนกระถางกว่า 74 สายพันธุ์ และโซนสุดท้ายคือส่วน นิทรรศการ อยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะมีการะจำแนกสายพันธุ์บัว, ประวัติความเป็นมาของบัว, การปลูก,การดูแลรักษา, โรคและศัตรูพืช, การปรับปรุงสายพันธุ์บัว, การทำนาบัวและประโยชน์จากบัว เป็นต้น

ที่ตั้ง : 59 ม.1 ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด : เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-18.00 น.

โทรศัพท์ : 042 725 000, 042 725 021

8.บ้านโบราณชุมชนท่าแร่

ชวนเพื่อน ๆ ลองย้อนเวลาไปดูวิถีชุมชนคาทอลิคกับตึกเก่างานอาร์ต ๆ ที่สกลนครกันดูบ้างกับ บ้านโบราณชุมชนท่าแร่ หมู่บ้านที่มีประชาชนนับถือศาสนาคริสต์มากที่สุดในประเทศไทย เป็นชุมชนที่เก่าแกามีอายุกว่า 100 ปี ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนนับถือศาสนาคริสต์ ตั้งแต่ในอดีตประมาณปี 2427 ประชากรชาวท่าแร่เป็นคริตชน โดยบางครอบครัวอพยพมาจากประเทศเวียดนาม มาอาศัยอยู่ในตัวเมืองสกลนคร และมีบาทหลวงเกโก(มิชชั่นนารีชาวฝรั่งเศส) เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่

นอกจากบ้านเมืองที่สวยงามที่มากด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมพื้นเมืองดั้งเดิมของชาวอีสานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเทศกาลท่องเที่ยวที่น่าสนใจในวันที่ 25 ธ.ค. ของทุกปี จะมีการจัด เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส โดยจัด “ขบวนแห่ดาวคริสต์มาส” ที่ อ.เมือง โดยเชื่อว่า “ดาว” เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซู ขบวนรถจะตกแต่ง ด้วยดาวขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยดวงไฟวิทยาศาสตร์หลากสีสันอย่างสวยงาม และจะสื่อถึงเรื่องราวการประสูติของพระเยซู ในทุกปีจะมีรถดาวเข้าร่วมขบวนประมาณ 200 คัน ชาวบ้านก็จะตกแต่งโคมไฟรูปดาวไว้ที่หน้าบ้าน จากนั้นเป็นการเฉลิมฉลองในหมู่ชาวคริสต์ มีการร้องเพลงประสานเสียง การประกวดร้องเพลงคริสต์มาส มีการจำหน่ายสินค้าและมีมหรสพทั้งคืน

ที่ตั้ง : ริมหนองหาร บนทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-นครนม) ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร

9. WARA’S CAFE

สำหรับเพื่อน ๆที่แวะเที่ยวถึงชุมชนท่าแร่ในเมืองสกลนครกันแล้ว อีกหนึ่งคาเฟ่น่ารัก ๆ ที่พลาดไม่ได้คือ WARA’S CAFE ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ ตึกเก่ารอคอยการมาเยือนของนักท่องเที่ยวเสมอ ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย ดูอบอุ่นเป็นกันเอง เมือ่เดินเข้าไปนั่งด้านในร้านสามารถมองเห็นตึกเก่าผ่านหน้าต่างกระจกของร้านได้ในมุมที่แตกต่างจากเดิม หรือจะเลือกเครื่องดื่ม กินของหวานอร่อย ๆ ก่อนออกมาเดินเที่ยวตึกเก่า ถ่ายรูปเช็กอินเก๋ ๆ ก็ดีไปอีกแบบเช่นกัน เมนูอร่อยแนะนำของร้าน ได้แก่ กาแฟดอยช้างรสละมุน, ชาเย็น, ชาเขียว, ชานม, น้ำผลไม้ปั่น และเมนูอื่น ๆ ทานคู่กับเบเกอรีเค้กและเค้กแบบโฮมเมดของร้านอร่อยเข้ากันเป็นอย่างดี ถือเป็นจุกแวะพักน่ารักที่ทุกคนห้ามพลาดในชุมชนท่าแร่เลยก็ว่าได้

ที่ตั้ง : 510 ถ.ราษฎร์เจริญ ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด : เวลา 09.00-18.00 น.

โทรศัพท์ : 087 763 1112

10.วัดถ้ำผาแด่น

แลนด์มาร์กห้ามพลาดของสกลนคร ที่เต็มไปด้วยความอลังการและน่าทึ่งสุด ๆ ด้วยงานแกะสลักหน้าผาหิน ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติได้อย่างน่าสนใจ เดิมวัดถ้ำผาแด่นนั้น เคยเป็นวัดที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตและคณะครูบาอาจารย์สายวัดป่ากรรมฐาน เคยธุดงค์มาปักกลด บำเพ็ญเพียร เมื่อประมาณปี 2483 และปัจจุบันมีการพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ต่าง ๆ ในพื้นที่วัดถ้ำผาแด่น รวมถึงถนนหนทางที่ใช้ในการเดินทางขึ้นภูผาแด่น ให้สะดวกสบายมากขึ้น ถึงแม้ทางขึ้นเขาจะยาวไกล และสูงชันเป็นอย่างมาก แต่ด้วยการสร้างถนนใหม่ทำให้เดินทางไปมาสะดวกขึ้นมาก อีกทั้งประชาชนที่ศรัทธาต่างหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของที่นี่เป็นประจำ

ภายในวัดเต็มไปด้วยงานประติมากรรมแกะสลักหินทรายประติมากรรมหินทรายขนาดใหญ่ถูกแกะสลักเป็นเรื่องราวต่าง ๆ  เช่น ภาพแกะสลักหินทรายพระพุทธสีหไสยาสน์ ขนาดกว้าง 8 ม., ยาว 19 ม. เป็นที่กราบไหว้สักการะบูชาของผู้มาเยือน ประดิษฐาน ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น เป็นจุดเด่น ของวัดถ้ำผาแด่น

แถมเมื่อเดินทางขึ้นไปยังจุดสูงสุดของวัดยังสามารถชมวิวความสวยงามของหนองหารและเองสกลนครในมุมสูงกว้าง 180 องศาเลยทีเดียว  มีภาพแกะสลักเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ด้านหลังเป็นภาพพระอริยสงฆ์รูปต่างๆ ของประเทศไทย ส่วนด้านข้าง คือ พญาครุฑเวสสุวรรณ สื่อถึงความอยากได้อำนาจ เงินตราของมนุษย์อย่างไม่สิ้นสุด ด้านบนเป็นที่ตั้งของหินสีทอง ที่สามาถมองเห็นมาแต่ไกล เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ ตามคติในศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนา คือภูเขาที่เป็นหลักของโลก

และยังมีภาพแกะสลักรอยพระพุทธบาท 4 รอยจำลอง, ปัจจุบัน ได้เข้ามาพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และพัฒนาเป็น สถานที่ท่องเที่ยว เชิงธรรมะ เพื่อดึงประชาชน และกลุ่มวัยรุ่นให้เข้าวัดมากขึ้น วัดตั้งอยู่บนภูเขาสูง ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น โดยมีการจัดพื้นที่ ให้สามารถชมทิวทัศน์และถ่ายรูปได้อย่างสะดวกสบายเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : เทือกเขาภูพาน บ.ดงน้อย ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร

11.สักการะพญาเต่างอย

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนน่าจะรู้จักเพลงเต่างอย เพลงดังกันมาแล้วและเพราะว่าเพลงนี้มีที่มาจากสถานที่สำคัญของเมืองสกลนครอย่าง พญาเต่างอย นอกจากจะมีเพลงดังที่เรารู้จักแล้วที่นี่ยังเป็นจุดมุ่งหมายของนักเสี่ยงโชคต้องรู้จัก เพราะด้วยความเชื่อที่ว่าเมื่อเดินทางมาสักการะที่นี่แล้วจะได้รับโชคลาภกลับบ้านมาแล้วหลายราย

สำหรับตำนานพญาเต่างอย ว่ากันว่าถือกำเนิดตั้งแต่ 400 ปีก่อน ในขณะนั้นไทยได้ทำสงครามกับลาว จนลาวพ่ายแพ้จึงถูกกวาดต้อนมาอยู่ในไทย หลังจากอพยพมาจนถึงลำน้ำพุง เป็นลำน้ำขนาดใหญ่และมีเต่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้คนสมัยนั้นเห็นว่าบริเวณนี้น่าจะมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การตั้งที่อยู่อาศัยจึงตั้งรกรากอยู่ที่นี่พร้อมตั้งชื่อว่า หมู่บ้านเต่างอย เนื่องจากที่นี่พบเห็นเต่าที่กำลังชูคออยู่บนโขดหินที่ริมตลิ่งได้ทุกแห่งในหมู่บ้าน จนกลายเป็นสัญลักษณ์หลักของหมู่บ้านและเป็นที่รู้จักจนได้มีการปั่นรูปเต่ายักษ์ไว้ที่ด้านหลังที่ว่าการอำเภอของเมืองสกลนคร สร้างโดยช่างฝีมือจากศูนย์ฝึกศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม

โดยมีเอกลักษณ์เด่นก็คือเป็นรูปปั้นเต่าขนาดใหญ่ มีเกล็ดบนหลังที่มีรูปพระเกจิตกแต่งบนเกล็ดอย่างสวยงาม ส่วนบนหลังก็ประดับด้วยดอกบัว ในดอกบัวมีสร้อย ทองพระ และของขลัง บรรจุไว้ภายในฉาบปิดไว้อย่างหนาแน่น ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อใส่ของขลังเข้าไปแล้วจะทำไม่เจ็บไข้ได้ป่วย อายุยืนเหมือนเต่าและหากใครได้มีโอกาสมาสักการบูชาที่นี่จะทำให้อายุยืนยาว มีโชคลาภกลับไป

ที่ตั้ง : สวนสาธารณะหลังที่ว่าการอำเภอเต่างอย อ.เมือง จ.สกลนคร

12.ร้านแจ่วฮ้อนบ้านนา

ร้านแจ่วฮ้อนบ้านนา เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอร่อยราคาติดดิน ที่เน้นบริการเมนูอาหารรสอร่อย แซ่บ ๆ หลากเมนูโดยเฉพาะ อาหารอีสาน ทั้งแจ้วฮ้อน ที่มีให้เลือกทั้งปลา, หมู, เนื้อ, เสื้อร้องไห้ รวมไปถึงเมนูคอหมูย่าง, ปลาสมุนไพร, ปลานิลราดพริก และส้มตำ ท่ามกลางบรรยากาศของร้านที่จัดเป็นซุ้มต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชิล ๆ ส่วนภายในร้านก็จัดเป็นห้องอาหารติดแอร์ บริการคาราโอเกะ

สำหรับเมนูอร่อยของที่นี่นิยมสั่งแจ่วฮ้อนปลา ที่เสิร์ฟมาเป็นชุด ๆ บริการเตาพร้อมหม้อ หลังจากนั้นก็สามารถสั่งเมนูอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ อาทิ ตำไทยและยำหอยแครง เป็นต้น ถือเป็นอีกร้านอร่อยเจ้าประจำที่แนะว่าใครที่มาเที่ยวสกลนครจะต้องอิ่มอร่อย ประทับใจสุด ๆ อย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : ตรงข้ามปั้ม ปตท. ศูนย์ราชการ อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด : เปิด10.00-23.00 น.

13.พิพิธภัณฑ์ภูพานและท้องฟ้าจำลอง

พิพิธภัณฑ์ภูพานและท้องฟ้าจำลอง ถือเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนอีกหนึ่งแห่งที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจที่จะพาเด็ก ๆ ในครบครัวแวะเวียนมาเสมอ เพื่อมาทำความรู้จักกับดินแดน 4 วัฒนธรรมของเมืองสกลนคร ซึ่งได้แก่ ธรรมะ อารยธรรม วัฒนธรรม และธรรมชาติ

ภายในจัดแสดงโซนต่าง ๆ แบ่งเป็นโซน 9 โซน คือ โซนที่ 1 โหมโรง เปิดให้ชมวิดีทัศน์ เปิดเรื่อง เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดสกลนครว่า “เมืองแห่ง 4 ธรรม” และความเป็น “เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว” ผู้คนในจังหวัดเปี่ยมด้วยอัธยาศัยดี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน รวมไปถึงการใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียง และการอยู่ร่วมกันของคนหลากหลายชาติพันธุ์อย่างสันติสุข มีความสุข

ต่อมาคือโซนที่ 2 เรื่องมหัศจรรย์ภูพาน ที่นำเสนอร่องรอยทางประวัติศาสตร์เมื่อหลายพันปีของสิ่งมีชีวิตและไดโนเสาร์ยุคครีเทเซียส ร่องรอยบนแผ่นหินอายุ 2,000 – 3,000 ปี ภาพเขียนศิลาขนาดใหญ่ภูพานมหัสจรรย์ขุนเขาแห่งชีวิต และโซนที่ 3 เรื่องภูมินิเวศ ผู้คน ชุมชน ในป่าบุ่งป่าทาม เป็นบริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงริมฝั่งแม่น้ำ เกิดจากการทับถมดินตะกอนตามธรรมชาติจนเกิดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและแหล่งน้ำ

โซนที่ 4 เรื่องหนองหารกับการตั้งเมืองสกลนคร โซนที่ 5 เรื่องคนสกลนครประกอบด้วย 6 กลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่ ๆโซนที่ 6 เรื่องอาศิรวาทองค์ราชัน องค์ราชินี พระบาทยาตราจังหวัดสกลนครในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดสกลนครของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนนาถ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่พระสกนิกรทุกหมู่เหล่าโซนที่ 7 นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ โซนที่ 8 ดินแดนแห่งธรรม สกลนครและสุดท้ายกับ โซนที่ 9 ประติมากรรม ณ ลานกลางแจ้ง นิทรรศกาลกลางแจ้งที่นำเสนอด้วยงานปฏิมากรรม ที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น

ที่ตั้ง : สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 80 พรรษา ด้านหลังโรงเรียนอนุบาลสกลนคร ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 042 714 853

14. ศาลหลักเมืองสกลนคร

ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวประจำแต่ละจังหวัดที่ต้องเดินทางไปกราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้ได้ในแต่ทุกทริปเลยก็ว่าได้ สำหรับ ศาลหลักเมืองสกลนคร หรือ ศาลเจ้าพ่อมเหสักข์ เดิมมีชื่อว่า ศาลเจ้าปูโต้งมเห ศักดิ์หลักเมือง เมื่อปี 2543 โดยมีตำนานการตั้งศาลหลักเมืองขึ้นมาว่า แต่เดิม ศาลเจ้าปูโต่งอุปฮาด ราชวงศ์เมืองสารพันวันทองของสองฝั่งแม่น้ำโขง โดยพระอุปฮาดโต่งถูกส่งมาเพื่อปกป้องคุ้มครองชาวเมืองหนองหารหลวงและมารักษาพระธาตุเชิงชุม เมืองหนองหารหลวงสมัยนั้นและมีกําหนดการจัดเลี้ยงบวงสรวง ศาลเจ้าปูโต่งมเหศักดิ์หลักเมืองคือ เดือน 6 ขึ้น 3 ค่ำของทุกปี โดยมีการจัดเครื่องบวงสรวงเครื่องสังเวย ที่ประกอบไปด้วย หัววัว, ขาวัว, พร้อมเนื้อ, เครื่องในและข้าวตอกดอกไม้ ของสมของหวาน อาหารสุกและเหล้าขาว พร้อมเครื่องดนตรี มีปี พิณ แคน นิ่ง ประกอบพิธีการจัดเลี้ยงบวงสรวง เครื่องทรงต่าง ๆ สืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคนมนเมืองสกลนคร

หลังจากนั้น เจ้าโต่งอุปฮาด ราชวงศ์จากเมืองสารพันวันทองของสองฝั่งแม่น้ำโขง ก็ถูกส่งมาเพื่อปกป้ององค์พระธาตุเชิงชุมและชาวเมืองหนองหารหลวงให้อยู่เย็นเป็นสุขทั้งทางบกและทางน้ำในเขตลุ่มนาหนองหารให้ได้รับความปลอดภัยทุกคน เมื่อท่านสิ้นพระชนม์แล้วท่านมาสิงสถิตอยู่ที่ศาลเจ้าปุ่มเหศักดิ์หลักเมือง จนตราบเท่าทุกวันนี้ จนที่นี่กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้อย่างไม่ขาดสายเหมือนดังที่เห็นในปัจจุบันนั่นเอง

ที่ตั้ง : ต.งิ้วด่อน อ.เมือง จ.สกลนคร

15. ของฝากน้องนิด สาขาสุขเกษม

ปิดท้ายทริปเที่ยวสกลนครกับ ร้านร้านน้องนิดของฝากสกลนคร ร้านขายของฝากเจ้าประจำที่ตั้งอยู่หัวมุมตึก สามารถมองเห็นตัวร้านได้อย่างง่ายดาย มีสถานที่จอดรถสะดวกสบายนั่งรถทัวร์ก็มักจะมาแวะที่ของที่นี่เสมอ ตัวร้านเน้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีการจัดวางของฝากให้หยิบได้สะดวก มองเห็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ชัดเจน ส่วนเมนูของฝากแนะนำจากร้าน ได้แก่  ลูกชิ้น, หมูยอ, แหนมเนือง, กุนเชียง และน้ำหมากเม่าสด เป็น

ที่ตั้ง : 1301/17 ถ.สุขเกษม เทศบาลนครสกลนคร  อ.เมือง จ.สกลนคร

โทรศัพท์ : 098 552 5461

นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในสกลนครที่เราคัดมาฝาก แต่อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าทริปนี้เราจะพาลัดเลาะไปบึงกาฬด้วย โดยเรามีหมุดหมายอยู่ที่น้ำตกเจ็ดสีนั่นเอง

น้ำตกเจ็ดสีตั้งอยู่บ้านดอนเสียด ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นน้ำตกอีกแห่งที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนบึงกาฬนิยมมาเล่นน้ำกันมาก มีพื้นเล่นน้ำหลายจุด แบ่งเป็น 3 ชั้นน้ำตก ในอาณาเขตที่กว้างใหญ่พอสมควรทีเดียว  ลานด้านหน้าทางเข้าติดกับวัดแห่งหนึ่งชื่อว่าวัดถ้ำบูชา (วัดภูวัวน้ำตกเจ็ดสี) มีลานจอดรถ ห้องน้ำ และมีร้านอาหารด้วย จากจุดนี้เดินเข้าไปถึงบริเวณที่เล่นน้ำตกอีกประมาณ 800 ก็จะถึงน้ำตกชั้นแรก

ส่วนน้ำตกชั้นที่ 2 ห่างไปเพียง 200เมตรเท่านั้น มีลักษณะเป็นลานหินน้ำตกเช่นเดียวกับชั้นแรก มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำกันมากเช่นกัน  ส่วนน้ำตกชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่สวยที่สุด และเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเจ็ดสีด้วย อยู่ห่างจากลานน้ำตกชั้นที่ 2 ประมาณ 200เมตร น้ำตกเจ็ดสีเป็นน้ำตกที่สวยงามมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เกิดจากธารน้ำของห้วยกะอามไหลมาตามหน้าผาหินทรายสูงและแผ่กว้างเป็นทางยาว น้ำตกกระทบหินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองไอน้ำยามเมื่อกระทบกับแสงแดดทำให้เกิดสีต่าง ๆ จึงเรียกว่า น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกเจ็ดสีชั้นที่ 3 จะเป็นลักษณะผาน้ำตกขนาดใหญ่ และมีลานหินเล่นน้ำได้ น้ำไม่ลึก

บอกแล้วว่าที่นี่สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ ว่าแล้วจับจองวันลาพักร้อน วันหยุดพักผ่อนให้ดีแล้วเตรียมกระเป๋าออกไปพบโลกกว้างกัน รับรองว่าทั้งสนุก ประทับใจ และอิ่มอร่อยไปกับอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว จนต้องกลับมาเที่ยวอีกรอบให้ได้แน่นอน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!