หลงรักปราจีนบุรี 2 วัน 1 คืน กินเที่ยวครบจบในทริปเดียว

ปราจีนบุรี เมืองรองน่าเที่ยวแห่งภาคตะวันออกที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ มากมาย วันนี้พวกเรา Triptravelgang : ทริปทราเวลแก็งค์ จะมาชวนเพื่อน ๆ  ไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดปราจีนบุรีกับพิกัดเด็ดๆ  ทั้งกิน เที่ยว พัก และชอปในปราจีนบุรี”  ที่มาแล้วบอกได้คำเดียวว่า ต้องหลงรักและอยากมาอีกแน่นอน

#Day 1

วันแรกเราเริ่มต้นทริปที่ “เมืองโบราณศรีมโหสถ”  เมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 6 ในอดีตที่นี่เคยเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางความเจริญทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม รวมถึงพุทธศาสนา ชมซากเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่ยังเหลือร่องรอยอยู่ไม่น้อย พร้อมกับบูชารอยพระพุทธบาทคู่ ซึ่งถือเป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย

จากนั้นเราเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองปราจีนบุรี เพื่อไปเยี่ยมชม “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร”  ซึ่งตั้งอยู่ในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ภายในจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อดีตสมุหเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลบูรพา ชมแหล่งเรียนรู้แพทย์แผนไทย เรียนรู้เรื่องสมุนไพรใกล้ตัว แหล่งรวบรวมหลากหลายเรื่องราวยาวนานกว่า 100 ปี พร้อมทำกิจกรรม DIY เช่น การทำยาดมสมุนไพร การนวดแผนไทย เป็นต้น และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอภัยภูเบศร

มื้อกลางวันของเราในวันนี้ เราไปฝากท้องกันที่ “ร้านข้าวสามหน้าป้าทองใบ”  ร้านอาหารอร่อยขึ้นชื่อประจำปราจีนบุรี ไฮไลท์คือ “ข้าวสามหน้า” อันได้แก่ ไก่อบ หมูแดง และหมูกรอบ รสชาติกลมกล่อม หรือจะลองชิมเมนูอื่นๆที่อร่อยไม่แพ้กัน อย่างข้าวผัดหมูเค็ม อันนี้ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน ร้านตั้งอยู่ในห้องแถวโบราณดูคลาสสิค เพราะเปิดขายมายาวนานมากกว่า 50 ปี

ช่วงบ่าย เราเริ่มต้นกันที่ “วัดแก้วพิจิตร” วัดสำคัญประจำจังหวัดปราจีนบุรี เป็นวัดในนิกายธรรมยุติแห่งแรกของปราจีนบุรี สร้างโดยภรรยาของขุนประมูลภักดี ต่อมาในปีพ.ศ.2461 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ทดแทนหลังเก่าที่ทรุดโทรมและประดิษฐานพระประธานที่ได้รับพระราชทานชื่อจากในหลวงรัชกาลที่ 5 ว่า “หลวงพ่ออภัยวงศ์” หรือ “หลวงพ่ออภัย” เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้สร้างพระอุโบสถหลังนี้ พระอุโบสถเป็นสีชมพูดูสวยงามแปลกตา หรือจะแวะไปให้อาหารปลาที่แพริมเขื่อนด้วยก็ได้นะ

หากใครกำลังมองหาของฝากอย่าง โต๊ะ เก้าอี้ ภาชนะ เครื่องใช้ที่ทำจากไม้ไผ่แล้วล่ะก็ เราแนะนำ “หมู่บ้านหัตถกรรมไม้ไผ่ บ้านไทรงาม อ.ประจันตคาม”  หมู่บ้าน OTOP ที่แทบทั้งหมู่บ้านจะทำหัตถกรรมจากไม้ไผ่ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ไม้กวาด บันได ฯลฯ ฝีมือของชาวบ้านที่นี่ จัดว่ายอดเยี่ยม เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ ทนทาน ใช้งานได้นาน ตากแดดตากฝนได้สบายๆ

จากนั้นเราเดินทางสู่ วนอุทยานเขาอีโต้ เพื่อขึ้นไปสักการะ “พระพุทธทวารวดีศรีปราจีน สิรินธรโลกนาถ”  หรือที่เรียกกันในชื่อ พระใหญ่เขาอีโต้ ถือเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกที่ใหญที่สุดในประเทศไทย มีความสูงมากถึง 39 เมตร จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปในสมัยทวารวดี ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาอีโต้

ถ้าขึ้นไปเที่ยวที่เขาอีโต้ อย่าลืมไปสัมผัสความพิศวงของธรรมชาติ กันที่ “เนินพิศวง” กันด้วยนะครับ ไปลองดูกันว่า รถยนต์จะสามารถไหลขึ้นเนินได้จริงหรือไม่ ?

ไม่ไกลกันนั้น เป็นที่ตั้งของ “จุดชมวิวเขาหินซ้อน” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยงามของวนอุทยานเขาอีโต้ เป็นจุดที่ชมวิวทิวทัศน์ได้ไกลจนสุดสายตา มองเห็นค่ายพรหมโยธีที่อยู่ด้านล่าง และสามารถมองไปได้ไกลจนถึงตัวเมืองปราจีนบุรีเลยทีเดียว

หลังจากอิ่มหมีพลีมันกับอาหารมื้อเย็นเรียบร้อย เราเลยมุ่งหน้าไปชมอีกหนึ่งไฮไลท์ของปราจีนบุรี นั่นคือ “ดินแดนหิ่งห้อย ค่ายพรหมโยธี”  ที่นี่อยากไปมานานแล้ว

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว แต่ก็สามารถมาชมหิ่งห้อยได้นะครับ ช่วงนี้กำลังเยอะเลย หิ่งห้อยนับแสนตัว ที่ต่างส่องแสงประกายวิบวับไปทั่วทั้งพื้นที่  นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวยังไงก็อย่าลืม ชมหิ่งห้อยด้วยความสุภาพนะครับ เพราะอยู่ในสถานที่ราชการ (เขตทหาร)

เที่ยวเหนื่อยกันมาทั้งวัน หาที่พักผ่อนกันดีกว่า และถ้ากำลังมองหาที่พักสบายๆ ในปราจีนบุรีแล้วล่ะก็  เราแนะนำ “I Rabbit Hotel” ที่พักสุดชิลล์ใจกลางเมืองปราจีนบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เตียงนุ่ม แอร์เย็นสบาย อาหารเช้าก็อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว

#Day 2

ไปเที่ยวสบายๆ กันมาหลายที่แล้ว วันนี้เราพาเพื่อนๆ ไปลุยที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ ในปราจีนบุรีกันบ้างดีกว่า

ถ้าใครเป็นสายลุย เราแนะนำให้ไปเที่ยวที่ “น้ำตกเหวอีอ่ำ สวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ชอบเย็นฉ่ำกับ ความงดงามของธารน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินต่างระดับจากชั้นบนสุดสู่เบื้องล่างเป็นภาพทางธรรมชาติที่น่าหลงใหล ชวนให้ใครต่อใครอยากแวะเวียนไปสัมผัสความสวยงามสักครั้ง ยิ่งหน้าฝนก็ยิ่งสวย

การไปเที่ยวน้ำตกเหวอีอ่ำ ต้องผจญภัยกันสักนิด เพราะทางที่จะเข้าถึงได้นั้นค่อนข้างสูงชัน ลำบาก เป็นทางดิน และหินตลอดทาง ต้องใช้รถโฟร์วีลของทางอุทยานเท่านั้น และที่สำคัญ ต้องทำเรื่องขออนุญาตกับทางอุทยานฯก่อน เพราะยังไม่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนทั่วๆไป ใช้เวลาเดินทางไปกลับพอสมควร ต้องเตรียมอาหาร และน้ำดื่มไปเอง

ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แนะนำให้แวะไปเที่ยวชม “กลุ่มจักสานใบลาน บ้านทับลาน”  ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพเสริม ด้วยการทำจักสานจากใบลาน เนื่องจากพื้นที่ตำบลบุพราหมณ์เต็มไปด้วยต้นลานที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจึงนำใบลานมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเช่น กระเป๋า หมวก รองเท้า ฯลฯ ที่สวยงามคงทน มีเอกลักษณ์ และดูมีคุณค่าขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จนกลายเป็นสินค้า OTOP ยอดเยี่ยมระดับชาติ

ปิดท้ายทริปนี้ ด้วยร้านอาหารอร่อยๆ ในย่านทับลาน อ.นาดี นั่นคือ “ร้านป้าจำปี” ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากอุโมงค์ทับลาน ร้านนี้อาหารรสชาติจัดจ้านถึงใจตามสไตล์อาหารป่าแท้ๆ  แกงป่าไก่ก็เด็ด กบทอดกระเทียมก็โดนใจ ผัดพริกแกงหมูป่า อันนี้ก็อร่อยจัดจ้าน หรือจะสั่งเป็นเมนูแปลกๆ อย่าง “ไข่ซาลาเปา” อันนี้ก็อร่อย กินเพลินสุด ๆ

จบทริปปราจีนบุรีด้วยความประทับใจ กับพิกัด กิน เที่ยว พักปราจีนบุรีแบบ 2 วัน 1 คืน มาเลยๆ ครับ รับรองว่ามาแล้วจะได้รับความประทับใจพกกลับบ้านเต็มกระเป๋ากันอย่างแน่นอน

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!