หลงเสน่ห์ดินแดนอีสานใต้ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์

บางครั้งการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง อย่างการเดินทางออกไปท่องเที่ยวในที่ที่เราไม่เคยไป หรือไปในที่ที่เราไม่คิดจะไป ก็เป็นอะไรที่สนุกเหมือนกันนะ  อย่างในทริปนี้ เราออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน

โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ สามเมืองน่าเที่ยวแห่งอีสานใต้ ที่หลายคนคงเคยผ่านไปผ่านมา แต่อาจยังไม่เคยแวะเที่ยวแบบจริงจังกันใช่มั้ยล่ะ

เพราะฉะนั้น ทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ แบกเป้ตะลอนเที่ยว 3 จังหวัดสุดฟินถิ่นอีสานใต้ “นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์” สามเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานนับพันปี

ที่ผ่านมาหลายหลายคนอาจนึกว่ามา นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ จะมีแต่ปราสาทหินให้มาเที่ยวอย่างเดียว แต่จริงๆแล้ว 3 เมืองอีสานใต้แห่งนี้มีทีเด็ดมากกว่าที่เราคิดมากมาย โดยเฉพาะ “บุรีรัมย์” ที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยทีมฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่แข็งแกร่งเป็นเจ้าแห่งวงการฟุตบอลไทย

หรือจะเป็นสนามช้าง อินเตอร์ เนชันแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถมาตรฐานระดับโลกที่จัดการแข่งขัน โมโต้ จีพีมาแล้ว สุดยอดเลย ส่วนนครราชสีมา ก็เป็นเมืองใหญ่ ที่เที่ยวหลากหลาย สุรินทร์ก็น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของช้งา สัตว์ประจำชาติของเราที่พบเห็นได้มากมายในเมืองสุรินทร์ น่ารัก แสนรู้ทั้งนั้นเลย

รีวิวนี้เรารวบรวมมาให้ทั้งที่เที่ยว ที่กิน คาเฟ่ชิคๆ ที่พัก รถเช่า เราจัดให้พร้อม แชร์ไปเก็บไว้เป็นข้อมูล เก็บกระเป๋าสัมภาระให้พร้อมแล้วออกเดินทางกันได้เลยจ้

นครราชสีมา

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือที่ชาวโคราชบ้านเอ๋ง คุ้นเคยกันในชื่อ อนุสาวรีย์ “ย่าโม” แหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมืองโคราชที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง  อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง หรืออ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 1 เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนทางหลวงชนบทหมายเลข 3052 ถ้ามาจากทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยววังน้ำเขียวที่แรก ๆ ที่ต้องแวะชม แต่ถึงแม้ที่นี่จะเป็นอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ แต่ก็มีความสวยงามราวกับอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว

ด้านหลังของอ่างเก็บน้ำจะเป็นแนวของภูเขาสูงใหญ่ อากาศในยามเช้าและยามเย็นจะเย็นสบายสดชื่น บรรยากาศเงียบสงบมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าจะมีสายหมอกบาง ๆ ลอยอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำอย่างสวยงาม

ที่ตั้ง : ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

พิกัด : https://goo.gl/maps/Ew5za1Y5vQbHb8yh6

ผาเก็บตะวัน จุดชมทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามของ อ. วังน้ำเขียว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ อช. ทับลาน บนเขาสันกำแพง
มาที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับกิจกรรมการปลูกป่ามะค่าโมงด้วยหนังสติ๊กกับไม้กอล์ฟ เพื่อให้เมล็ดมะค่าโมงลอยไปตกยังผืนป่าด้านล่าง นอกจากคุณจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการออกกำลังเบาๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

พิกัด : https://goo.gl/maps/Pf7AEyrpBLXmymg9A

ผารักษ์สลัดได จุดชมวิวอยู่บนภูเขาสลัดไดสามารถมองเห็นสภาพพื้นที่ของอำเภอวังน้ำเขียวได้อย่างชัดเจนเกือบทั่วทั้งอำเภอ แต่ในเช้าวันนี้กลับมองเห็นเพียงทะเลหมอกสีขาวสวยงามประกอบกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นยิ่งชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส

ที่ตั้ง : ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

พิกัด : https://goo.gl/maps/L86eNrw6hAVUgix46

Mister Mushroom วังน้ำเขียวฟาร์ม วังน้ำเขียวฟาร์ม เป็นสถานที่ที่คนไม่เคยได้ยินชื่ออาจจะเข้าใจไปว่าเป็นฟาร์มที่ปลูกผักหรือดอกไม้ แต่จริงๆแล้ว วังน้ำเขียวฟาร์ม คือฟาร์มเพาะเห็ดออร์แกนิคติดแอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ต.สามัคคี อ.วังน้ำเขียว

วังน้ำเขียวฟาร์ม มีอีกชื่อหนึ่งซึ่งเป็นชื่อเครื่องหมายการค้าว่า Mister Mushroom นักท่องเที่ยวมักแวะที่วังน้ำเขียวฟาร์มเพื่อมาซื้อสินค้าเห็ดแปรรูปกลับไปเป็นของฝากซึ่งมีให้เลือกมากมาย สามารถชิมกันได้ฟรีๆและอร่อยทั้งนั้น นอกจากนั้นที่ด้านในของจุดซื้อของฝากนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินเข้าไปชมฟาร์มเห็ดเพื่อดูกรรมวิธีการเพาะเห็ดสดๆอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

โทรศัพท์ : 044 228 991ฃ

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 8:00–17:00

พิกัด : https://goo.gl/maps/YSK1oLwqVxCGnFeF9

ครัวคุณต๋อย วังน้ำเขียว ที่นี่เป็นร้านอาหารที่เปิดบริการมานานหลายสิบปี ถือว่าเป็นเจ้าแรกๆ ของวังน้ำเขียว วัตถุดิบสดใหม่ทุกวันคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพปลอดสารพิษจากวังน้ำเขียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ นั่นคือ สุกี้รสเด็ด เห็ดหอมอบซีอิ๊วผัด ผักหวานไฟแดง สเต็กนานาชนิด เป็นต้น

ที่ตั้ง : ถ.กบินทร์บุรี – ปักธงชัย ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

โทรศัพท์ : 0 4422 8232

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 09.00 – 21.00 น. หยุดวันอังคาร

พิกัด : https://goo.gl/maps/pqQ9oXyjLg2gRak7A

Sunset Lagoon วังน้ำเขียว จุดนัดพบคนรักกาแฟ ต้องชอบที่นี่แน่นอน รสชาติเข้มข้น หอมๆ คอกาแฟ ถูกใจแน่นอน

บรรยากาศของร้าน ตกแต่งได้น่ารัก น่าไปนั่งชิลล์มากๆ อยู่ติดกับทะเลสาบ มองไปทางไหน ก็แสนจะเพลิดเพลิน เมนูอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย เค้กอร่อย ไม่ว่าจะเป็น เค้กแครอท เค้กใบเตย อร่อยๆทั้งนั้นเลย

ที่ตั้ง : ไทยสามัคคี ซ.5 ห้วยกระบอก ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

โทรศัพท์ : 089 938 3539

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 8:00–18:00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/R9F2MFvAJynZbhE2A

บุรีรัมย์ 

สนามช้างอารีน่า หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียมสนามฟุตบอลที่สร้างจากการแนวคิดสถาปัตยกรรมกว่าพันปี ปราสาทหินพนมรุ้ง จนปัจจุบันกลายเป็น ปราสาทสายฟ้า และ สนามฟุตบอลทีมลูกหนังชื่อดัง “บุรีรัมย์ยูไนเต็ด” มีความสวยงามและทันสมัยที่สุดในเมืองไทยสามารถจุผู้ชมได้มากถึง 32,600 คน นอกจากนี้ ยังเป็นสนามฟุตบอลในระดับ FIFA แห่งเดียวที่ถูกบันทึกไว้ว่าใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วันเท่านั้น

ที่ตั้ง : ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต หรือ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นี่เป็นสนามแข่งรถมาตรฐานสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) ในประเทศไทย ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของสนามฟุตบอลช้าง สเตเดียม ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใช้แข่งขัน MOTO GP ทัวร์นาเมนต์ระดับโลกด้วยนะ

อุทยานเพ ลา เพลิน จังหวัดบุรีรัมย์เติบโตด้านการท่องเที่ยวขึ้นมากในหลายปีที่ผ่านมา และหนึ่งสถานที่ที่มีส่วนสำคัญคือ เพลา เพลิน ซึ่งแม้จะเป็นที่เที่ยวเอกชน ทว่าก็มีส่วนร่วมกับการเดินหน้าของจังหวัดแทบทุกรูปแบบ

ภายในเพลา เพลิน แบ่งเป็นหลายส่วน ตั้งแต่รีสอร์ทที่พัก กิจกรรมแอดเวนเจอร์ พิพิธภัณฑ์สะสมของเก่า กิจกรรมความรู้หมุนเวียน

และที่พลาดไม่ได้เป็นไฮไลท์คืออุทยานดอกไม้ จัดแสดงพรรณไม้ต่างๆ ใน 6 โรงเรือน ประกอบด้วยไม้ดอกตามฤดูกาล เฟิร์น กล้วยไม้ สับปะรดสี กระบอกเพชร หน้าวัว แต่ละโรงเรือนตกแต่งในธีมต่างกัน ใครชอบถ่ายรูปรับรองว่าสนุกแน่นอน

นอกจากเพลินกับดอกไม้สวยและมุมถ่ายรูปต่างๆ บริเวณด้านหน้ายังมีร้านกาแฟ สินค้าของที่ระลึกซึ่งรวบรวมมาจากทั้งในบุรีรัมย์และพื้นที่อีสานใต้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในพื้นที่ด้วย

ที่ตั้ง : ริมถนน ทล.2074 ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์

โทรศัพท์ : 08 7798 1039

เวลาเปิดปิด : จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 8.00-19.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/xKERGDW4eRYfeDm16

โรงแรม The Naturalist By เพลาเพลิน ที่พักสุดชิลล์ในจังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ใกล้กับอุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน ที่พักนั้นถูกตกแต่งได้อย่างหรูหรา ใช้ชื่อดอกไม้ต่างๆ เป็นชื่อห้อง หอมอบอวลด้วยกลิ่นดอกไม้ เป็นที่พักที่เราเข้าไปแล้วสบายใจ สบายตา มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ อาหารเช้าก็อร่อย หรือใครจะฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารของโรงแรมในมื้อเย็นก็ได้ครับ อร่อยและราคาไม่แพงเลย เช้าวันรุ่งขึ้นยังสามารถเข้าไปเที่ยวในอุทยานเพลาเพลินได้เลย สะดวกสบายมากๆ มาทั้งที ได้พัก ได้เที่ยว ได้ทำกิจกรรมเพียบ

จองเลย : http://www.playlaploen.com/

Tel : 08 7798-1039

อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทพนมรุ้ง หนึ่งในสองปราสาทขอมขนาดใหญ่ และได้รับการยกย่องให้เป็นปราสาทหินซึ่งสวยที่สุดของประเทศ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 17 โดยใช้หินทรายสีชมพูเป็นส่วนมาก ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทหินทราย สีชมพู

นอกจากนี้ปราสาทพนมรุ้งยังตั้งอยู่บนภูเขาไฟเก่าที่ดับสนิท เปรียบเหมือนปราสาทหลังนี้ตั้งอยู่บนเขาไกรลาศ ที่ประทับของพระศิวะ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย

อีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่ คือ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งอยู่บริเวณประตูทิศตะวันออกของปรางค์ประธาน

ทับหลังชิ้นนี้เคยถูกโจรกรรมไปเมื่อปี พ.ศ. 2503 ก่อนภายหลังจะพบว่าจัดแสดงอยู่ในสถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2516 จนทางรัฐบาลไทยต้องดำเนินเรื่องขอคืนกลับมาได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2531

ที่ตั้ง : ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 6.00-18.00 น.

ราคาเข้าชม: ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ เข้าชมฟรี

พิกัด : https://g.page/Panomrung?share

วนอุทยานเขากระโดง ป่ากลางเมือง วนอุทยานเขากระโดง หรือที่นักท่องเที่ยวคุ้นปากเรียกกันว่าภูเขาไฟกระโดง ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไม่กี่กิโลเมตร ได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ที่นี่ เป็นภูเขาไฟแต่ดับสนิทลงแล้ว หลานล้านปีก่อน ปัจจุบันยังมีบริเวณปากปล่องเดิมหลงเหลือสภาพให้เห็นแบบลางๆ ต้องใช้จินตนาการชมสักหน่อย

วนอุทยานจัดทำสะพานแขวนเก๋ๆ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันด้วย บนยอดเขากระโดงเป็นที่ประดิษฐานพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่ สามารถเดินขึ้นทางบันไดนาคทดสอบกำลังกาย หรือขับรถขึ้นไปก็ได้

ที่ตั้ง : ริมทางหลวง 2445 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 8.00-18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/ZQU2dtxFBS7g2EVE8

วัดเขาอังคาร ตั้งอยู่บนยอดเขาอังคาร เป็นวัดที่สวยงาม ตั้งอยู่ที่บ้านเจริญสุขบนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ภายในบริเวณวัดมีการค้นพบโบราณสถานเก่าแก่และใบเสมาหินทรายสลักภาพบุคคล สถูป ดอกบัว และธรรมจักรสมัยทวาราวดีหลายชิ้น อยู่ในพุทธศวรรษที่ 13-14 มีโบสถ์ ศาลาและเลียนแบบสถาปัตยกรรม สมัยต่างๆ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาพนังเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย

ที่ตั้ง : ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

พิกัด : https://goo.gl/maps/F5E4Y7Kfd57dG5BB7

ถนนคนเดินเซาะกราว ถนนคนเดินเป็นวัฒนธรรมที่เป็นอัตตลักษณ์ของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ณ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด

จัดขึ้นเพื่อให้ถนนคนเดินแห่งนี้ เป็นลานบ้าน ลานวัฒนธรรม เป็นแหล่งให้ ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์มาพบปะกัน นำสินค้าผลผลิตในชุมชนมาจำหน่าย นำศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามและน่าสนใจของแต่ละอำเภอ มาแสดง นำภูมิปัญญาของท้องถิ่นมาสาธิตให้ผู้ร่วมเที่ยวชมงานได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

โดยมีการจัดแสดงการสาธิต และจัดจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาต่างๆ ของฝากของที่ระลึก อาหารปรุงสำเร็จ ตลาดสีเขียว สินค้าเบ็ดเตล็ด และชมการแสดง ศิลปหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดบุรีรัมย์

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/exYKvaX8k6FEVgKGA

ร้านเป็ดย่างคูเมือง เมนูเด็ดของร้านก็คือ เป็ดย่างนั่นเอง ย่างแบบหอมหนังกรอบเนื้อไม่แห้งเกินไป

นอกจากนี้ยังมีตูดเป็ดย่างเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา เนื้อนุ่มอร่อยจิ้มน้ำจิ้ม แซ่บเว่อร์ รวมถึงไส้เป็ดทอด กรอบเหมือนกับกินขนมคบเคี้ยว กินได้เพลินๆ ลูกค้าจะซื้อกลับบ้านหรือนั่งกินในร้านก็ได้ มีเมนูอาหารอีสานอื่นๆ ส้มตำ ลาบ น้ำตก ต้มแซ่บ รสชาติอร่อยให้เลือกอีกหลายอย่าง ร้านสะอาดสะอ้าน บรรยากาศสบาย

ที่ตั้ง : ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

โทรศัพท์ : 061 651 2131

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 7:00–17:00 น. ปิดวันจันทร์

พิกัด : https://goo.gl/maps/wm42ErdkrYGgSD4V7

ลูกชิ้นยืนกินหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ร้านขายลูกชิ้นทอดแบบยืนกินเดี๋ยวนี้มีให้เลือกกว่าสิบร้าน เรียงรายเป็นแนวยาวอยู่หน้าสถานีรถไฟ แต่ละร้านพยายามสร้างจุดขายของตัวเอง บางร้านลูกชิ้นหลายอย่าง บางร้านมีผักแกล้มแปลกๆ บางร้านมีน้ำจิ้มหลายแบบว่ากันไป ที่แน่นอนคือรสชาติดีทุกร้าน ราคามาตรฐาน 3 ไม้ 20 บาท ถูกมากๆ เลย

ที่ตั้ง : หน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

พิกัด : https://goo.gl/maps/vm6dLdzSvnrr18SN8

ร้านลักษณาขาหมูนางรอง เมื่อพูดถึง อ. นางรอง จ. บุรีรัมย์ หลายคนต้องนึกอาหารอร่อยขึ้นชื่ออย่างขาหมูนางรองอย่างแน่นอน เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีเครื่องหมายเชลล์ชวนชิมการันตีความอร่อยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2520

เมนูขาหมูที่ติดป้ายแนะนำไว้ มีดังนี้ อาทิ ขาหมูตุ๋นยาจีน ยำขาหมูทอดกรอบ ขาหมูขี้เมาทอดกรอบ ขาหมูฮ่องเต้ ขาหมูผัดเผ็ด ต้มยำขาหมู ขาหมูผัดเม็ดมะม่วง เกาเหลาขาหมู

ที่ตั้ง : 375 ถ.โชคชัย-เดชอุดม อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

โทรศัพท์ : 044 631 774

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 6:00–20:30 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/bq8iY3vYKh8ZqGyn6

Class cafe Buriram คาเฟ่สุดเท่ของเมืองบุรีรัมย์ ที่ผมได้ชิมแล้วติดใจมากๆ เลยอยากเอามาแนะนำ ตัวร้านตกแต่งได้อย่างสุดเท่ เหมาะกับการมานั่งชิลล์หลบร้อนในยามบ่าย กาแฟรสชาติดี และมีให้เลือกหลากหลาย หรือจะเป็นเครื่อดื่มอื่นๆ อย่างชา อิตาเลียนโซดา น้ำผลไม้ หรือจะเป็น เค้ก และเบเกอรี่ ก็น่ากิน แถมมีให้เลือกเพียบเลย

หากใครมีโอกาสแวะเวียนมาบุรีรัมย์อย่าลืมแวะมาที่ร้านนี้ นอกจากจะได้เสพบรรยากาศเท่ ๆ อาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ แล้ว คุณอาจได้ไอเดียการตกแต่งดี ๆ กลับไปด้วย

ที่ตั้ง : 141 หมู่ 9 ถ.บุรีรัมย์ – นางรอง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

โทรศัพท์ : 044 163 910

พิกัด : https://goo.gl/maps/UoZM6o3cQjFXvmQTA

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 (วงเวียนช้าง)

อีกหนึ่งแลนมาร์คของบุรีรัมย์ ที่ควรแวะเวียนมาไหว้สักการะ นั่นคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 (วงเวียนช้าง)

สร้างในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาจักรี พระบรมราชานุสาวรีย์มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ ประทับบนช้างศึก

จากจดหมายเหตุประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 7 ระบุว่าเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2319 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยาจักรีได้ยกกองทัพไป ปราบกบฏพระยานางรองเมื่อเสด็จฯ กลับได้พบเมืองร้างชัยภูมิดี จึงให้รวบรวมผู้คนแล้วก่อตั้งเมืองชื่อว่า “เมืองแปะ”

ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองบุรีรัมย์” ด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่มีต่อชาวบุรีรัมย์ ประชาชนชาวบุรีรัมย์จึงพร้อมใจกัน จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขึ้น

สุรินทร์

ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง

ศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง คือสถานที่ที่ทำให้จังหวัดสุรินทร์ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองช้าง เพราะที่นี่เป็นชุมชนชาวกวยที่เลี้ยงช้างเป็นเพื่อนคู่ใจมายาวนาน และยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม และประเพณีของคนเลี้ยงช้างแต่ดั้งเดิม

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การไปเยือนศูนย์คชศาสตร์ศึกษาเราจะได้ชมการแสดงความสามารถต่างๆ ของช้าง การนั่งช้างไปรอบพื้นที่ หรือใครสนใจการลอดท้องช้างเพื่อสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อก็ทำได้เช่นกัน

แต่หากว่าอยากจะลงเจาะลึกกว่านั้นแนะนำให้พักโฮมสเตย์กับชาวบ้านจะได้เรียนรู้อีกมากมายพร้อมกับความสนุกที่เราจะได้รับจากการอาบน้ำกันช้าง ให้อาหารช้าง พาช้างเดินเล่น ฯลฯ

ราคาค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็กโต 20 บาท เด็กเล็ก 10 บาท (มีค่ากิจกรรมต่างๆ เช่นนั่งช้าง ลอดท้องช้าง ต่างหาก การเข้าพักโฮมสเตย์และกิจกรรมมากกว่านั้น สามารถสอบถามโดยตรง)

ที่ตั้ง : บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

เวลาเปิดปิด : 8.00-16.00 น. การแสดงช้างวันละสองรอบ 10.00 น. และ 14.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/RfvnsVeWddxuiK189

วนอุทยานพนมสวาย “พนมสวาย” เป็นคำภาษาพื้นที่เมืองสุรินทร์ “พนม” แปลว่าภูเขา “สวาย” แปลว่า “มะม่วง” ในหมู่พนมสวายประกอบด้วยภูเขา 3 ลูกติดต่อกันซึ่งมีมีชื่อพื้นเมืองเรียกแตกต่างกันไป ได้แก่ “พนมกรอล” แปลว่า “เขาคอก” มีความสูงประมาณ 150 เมตร “พนมเปร๊า แปลว่า “เขาชาย” มีความสูงประมาณ 220 เมตร “พนมสรัย” แปลว่า “เขาหญิง” มีความสูงประมาณ 210 เมตร รวมกันทั้ง 3 ลูก มีชื่อว่า เขาพนมสวาย

ความจริงคือ พนมสวายคือ ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว จึงมีลานหินกระจายทั่วไป เนื่องจากวนอุทยานพนมสวายได้สำรวจทั่วบริเวณวนอุทยานพบว่า มีต้นกล้วยไม้ป่าอยู่เป็นจำนวนมาก ทางวนอุทยานได้จัดต้นกล้วยไม้ป่า มาติดไว้ตามต้นไม้ต่างๆ ริมถนน ริมลานจอดรถบ้าง วนอุทยานพนมสวาย ถือว่าเป็นวนอุทยานเฉลิมพระเกียรติแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวไทยที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

เขตอุทยานพนมสวาย เขาพนมสวาย เป็นภูเขาที่โผล่ขึ้นมาโดดๆบนที่ราบทำนาของจังหวัดสุรินทร์ ห่างจากเทือกเขาพนมดงรักประมาณ 50 กิโลเมตร ห่างจากเขาพนมรุ้งประมาณ 50 กิโลเมตร สามารถมองเห็นปราสาทพนมรุ้งได้เลยล่ะ

ที่ตั้ง : ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์

พิกัด : https://goo.gl/maps/nETM2SJqZ9rGxkoH9

อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดี สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึง พระยาสุรินทร์ภักดี ผู้สร้างเมืองคนแรก ซึ่งเป็น บุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์ อนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่ที่ทางเข้าเมืองสุรินทร์ ทางด้านใต้ตรงหลักกิโลเมตรที่ 0 ถนน สุรินทร์-ปราสาท ที่นี่เป็นบริเวณที่เคยเป็นกำแพงเมืองชั้นในของตัวเมืองสุรินทร์

อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อทองเหลืองรมดำ สูง 2.2 เมตร มือขวา ถือของ้าว อันเป็นการแสดงถึงความเก่งกล้าสามารถ ของท่านในการบังคับช้างศึกและเป็นเครื่องแสดงว่าสุรินทร์ เป็นเมืองช้างมาแต่ดึกดำ บรรพ์รูปปั้นสะพายดาบคู่ อยู่บนหลังอันหมายถึงความเป็นนักรบความกล้าหาญ อันเป็นคุณสมบัติที่ตกทอดเป็นมรดกของคนสุรินทร์ในปัจจุบัน

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

พิกัด : https://goo.gl/maps/F3t5Zak6jQa7YMqcA

วัดป่าอาเจียง ที่นี่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษา เรื่องราวช้างในพระไตรปิฏก และเรื่องราวของช้างใน จ.สุรินทร์ ให้เห็นถึงวัฒนธรรมความผูกพันของชาวกูยคนเลี้ยงช้าง วิถีชีวิตของคนกับช้าง

ศาลาเอราวัณมีการสร้างประติมากรรมลายนูนปูนปั้นเป็นรูปช้างหลากหลายแบบและหลายขนาด รอบศาลาเอราวัณ ที่มีความสูงกว่า 30 เมตรได้อย่างสวยงามอลังการ

นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “สุสานช้าง” โดยมีการรวบรวมกระดูช้างที่ล้มตายทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดนับร้อยเชือก มาให้ที่นี่ จนได้รับการขนานนามว่า เป็นสุสานช้างที่รวมกระดูกช้างไว้มากที่สุด

ที่นี่จะมีการขุดกระดูกช้างออกมาจากหลุมที่ฝังไว้ตามสถานที่ต่างๆ ก่อนจะนำมาบรรจุไว้ในหลุม มีการสร้างเป็นรูปหมวกทนักรบทหารโบราณ ที่ปลายยอดแหลมเป็นดอกบัว จากปูนซีเมนต์ครอบบรรจุกระดูกช้างไว้ภายในอีกที พร้อมเขียนระบุชื่อของช้างที่ล้มตายไว้อีกด้วย ซึ่งถูกสร้างขึ้นเรียงรายเป็นระเบียบอย่างสวยงาม

ที่ตั้ง : บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

พิกัด : https://goo.gl/maps/xDkm5DQTUmcqvzZH8

ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทหินหลังเล็กแต่ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมาก เป็นหมู่ปรางค์ห้าองค์บนฐานศิลาแลงเดียวกัน เดิมชื่อปราสาทระแงง ตามที่ตั้งตำบลระแงง ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นศีขรภูมิ ตามชื่ออำเภอในเวลาต่อมา

ความโดดเด่นของปราสาทศีขรภูมิ คือ เสาซุ้มประตูปรางค์ประธานทั้งสองฝั่งมีรูปแกะสลักนางอัปสราที่สมบูรณ์สวยงาม พบเพียงที่นี่ที่เดียวในประเทศ ทำให้นางอัปสรากลายเป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์ไปด้วย

ด้วยการตั้งอยู่ในย่านชุมชนทำให้ที่นี่เดินทางมาเที่ยวไม่ยาก ไม่ไกลมากจากสถานีรถไฟศีขรภูมิ ทุกปีจะมีงานสืบสานตำนานพันปีปราสาทศีขรภูมิในเดือนพฤศจิกายน

ราคาเข้าชม: ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา ในเครื่องแบบเข้าชมฟรี

ที่ตั้ง : บ้านปราสาท ต.ระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 7.30-18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/cDakSt6Dh8QdCqB38

วัดบูรพาราม วัดเก่าแก่กลางเมือง ที่ถือเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวสุรินทร์ วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี มีอายุประมาณ 200 ปี เท่า ๆ กับอายุของ จ.สุรินทร์ โดย “พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์ จางวาง” หรือ (ปุม) เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก ร่วมมือกันสร้างกับชาวบ้าน เมื่อประมาณ พ.ศ. 2300-2330 ซึ่งตั้งชื่อในตอนนั้นว่า “วัดบูรพ์”

แรกเริ่มเดิมที วัดนี้เป็นวัดมหานิกาย แต่ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2476 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโสอ้วน) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะมณฑล ได้อนุมัติให้วัดบูรพ์เป็นวัดในสังกัดคณะธรรมยุตและได้นิมนต์ พระราชวุฒาจารย์ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ซึ่งปฏิบัติธุดงค์กรรมฐานอยู่ ให้มาประจำอยู่ที่วัดบูรพาราม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และร่วมเป็นคณะพระสังฆาธิการ

วัดบูรพาราม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 และเป็นวัดสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ เนื่องมากจากเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของสุรินทร์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบูรพาราม ประดิษฐานอยู่ในมณฑปจัตุรมุข นับเป็นปูชนียวัตถุที่ชาวสุรินทร์เคารพบูชาอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์ อตุโล) พระเถระสายพระกัมมัฏฐานด้านการภาวนาจิต ที่มีชื่อเสียงในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม สายพระกัมมัฏฐาน ท่านได้เคยจำพรรษาอยู่ ณ วัดบูรพาราม ตั้งแต่ พ.ศ. 2477 จนกระทั่งมรณภาพ พ.ศ. 2526 ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดุลย์ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ดุลย์ อตุโล

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

พิกัด : https://goo.gl/maps/UQizETg8KhbHtiuc7

กลุ่มทอผ้าไหมโบราณยกทองบ้านท่าสว่าง ผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่างเป็นสินค้าประจำจังหวัดชื่อดังของสุรินทร์ และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะ “กลุ่มทอผ้ายกทอง จันทร์โสมา” บ้านท่าสว่าง กลุ่มผลิตผ้าไหมยกทอง ที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าในระดับประเทศ

จันทรโสมา กลุ่มทอผ้าไหมยกทอง บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักพระราชวัง และมูลนิธิในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในการอนุรักษ์ และเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น เมื่อได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ทอผ้าไหมมอบให้กับผู้นำเอเปค เมื่อปี พ.ศ. 2546 บ้านท่าสว่างจึงเป็นที่รู้จักนับแต่นั้นมา

หมู่บ้านกลุ่มทอผ้ายกทอง ท่าสว่างเป็นหมู่บ้านอาคารเรือนไทยหลายหลังในอันร่มรื่น

ที่นี่มีทั้งส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์ของสะสมของท่านอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย แกนนำกลุ่มผ้าทอจันทร์โสมา ที่มีจุดเด่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้ายกทองชั้นสูงแบบราชสำนักไทยโบราณ

สำหรับการทอผ้าไหมยกทองแต่ละผืนนั้น ต้องใช้ตะกอในการทอถึง 1,416 ตะกอ และใช้คนทอในครั้งเดียวกันถึง 4 คน อีกทั้งยังทอได้เพียงวันละ 4-5 เซนติเมตรเท่านั้น การมาชมการทอผ้าไหมยกทองที่นี่ จึงเป็นความเพลิดเพลินที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ

ที่ตั้ง : 23 หมู่ 1 บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์

โทรศัพท์ : 084 962 3439

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 9.00 – 17.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/g7uWGuFcMLH7PA1g6

ร้านทิพย์รส ร้านอาหารเก่าแก่ใจกลางเมืองสุรินทร์ ที่เปิดมานานหลายปี แต่สะอาด บรรยากาศดี อาหารอร่อย ข้าวของทางร้านใช้ข้าวหอมมะลิอย่างดี ซึ่งเป็นข้าวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุรินทร์ หมูแดงของทางร้านอบมาอย่างดี เป็นสูตรเก่าแก่แต่ดั้งเดิม

เมนูเด็ดที่ควรชิม ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูอบ สั่งเลย อร่อยทุกอย่าง

ที่ตั้ง : 249 – 251 ถ.ธนสาร ต.ในเมือง อ.เมืองจ.สุรินทร์

โทรศัพท์ : 044 511 179

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 6:00–15:00 น. ปิดวันจันทร์

พิกัด : https://goo.gl/maps/w1EptCcc3fPtGhhX8

ร้านขนมจีนยายฟัก มาถึงเมืองสุรินทร์ทั้งทีถ้าไม่แวะกินขนมจีนยายฟักแล้วจะต้องเสียดาย เพราะร้านห้องแถวแสนธรรมดานี่แหละคือร้านเด็ดประจำเมือง ขายกันมากว่าครึ่งศตวรรษ โดยเฉพาะขนมจีนแกงไก่ต้องบอกปากต่อปากว่าเด็ดมาก

แน่นอนว่าทีเด็ดคือขนมจีนแกงไก่ แกงข้นๆ เนื้อไก่เน้นๆ สั่งราดขนมจีนก็ได้ หรือเอามากินกับข้าวเปล่าก็ดี แต่นอกจากนี้น้ำยาปลาหรือน้ำยากะทิก็เลิศ หรือใครชอบน้ำยาป่า น้ำพริกหวาน ก็อร่อยใช้ได้เลย

ที่ตั้ง : ถ.เทศบาล 3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

โทรศัพท์ : 0812662871, 0895817544

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 8.00-14.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/fkPrTbP8hnvAe7A99

Life Coffee At Home ร้านกาแฟบรรยากาศน่ารักๆ ของเมืองสุรินทร์ ที่เราอยากจะมาแนะนำ ร้านนี้ทีเด็ดอยู่ที่กาแฟเลย มีให้เลือกหลากหลายมาก ใครที่ชอบกาแฟดริป ต้องลองเลย หอม ละมุน ถูกอกถูกใจคอกาแฟแน่นอน

ตัวร้านตกแต่งได้สวยงามแบบเรียบง่าย เหมือนกับว่ามานั่งกินกาแฟที่บ้านเพื่อนเลยล่ะ

นอกจากนี้ยังมีเบเกอรี่หลากชนิด รสชาติดี สั่งมากินคู่กับกาแฟ รับรองว่าช่วยเพิ่มอร่อยให้กาแฟถ้วยโปรดได้อีกมากมาย

ที่ตั้ง : 267 ซ.ศรีพัฒนา ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

โทรศัพท์ : 086 866 5503

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 8:00–18:00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/SNaY9KQ6HYZ7n1ww5

 

ทริปนี้เดินทางโดย : AVIS Thailand

เดินทางครั้งไหน เรามั่นใจใช้รถเช่า “AVIS” ตลอด เราว่ามันสะดวกที่สุดแล้ว มีสาขาแทบจะทุกสนามบินในเมืองไทย รถมีให้เลือกหลากหลายไซส์ตามความต้องการในการใช้งาน ตั้งแต่ไซส์เล็ก กลาง ใหญ่ รถใหม่ เครื่องแน่น แอร์เย็นเฉียบ ราคาก็มาตรฐาน เชื่อถือได้ มีประกันภัยให้พร้อม

ครั้งนี้เราเลือก Toyota Corolla Altis รถยนต์ไซส์กลาง เครื่องแรง รับรถและคืนรถได้ที่สนามบินดอนเมืองได้เลยจ้า สะดวกมาก รับรถแล้วขับยาวๆ มุ่งสู่ภาคอีสานเลยจ้า

จองเลย : www.avisthailand.com/EN/index.php

Tel : 02-2511131-2

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!