เที่ยวฟินตลอดปี! 50 ที่เที่ยวสวยจันทบุรี สนุกครบรส ประทับใจทุกพิกัด

ถ้าเพื่อนๆ กำลังแพลนจะไปเที่ยวจันทบุรีแล้งล่ะก็ เราขอนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเด็ดสุดๆ เพลิดเพลินครบรสทั้งความสนุกและความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนน่ารัก ที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ วัดวาอารามศักด์สิทธิ์ ที่ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์ซะเหลือเกิน พร้อมแล้วตามเราไปเลยจ้า รับรองทริปนี้สนุกครบทุกรสชาติแน่นอน

        อ.แหลมสิงห์

1.มณีแดง โฮมสเตย์ ที่นีเป็นทั้งที่เที่ยว และโฮมสเตย์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการบริการ เปิดให้บริการบ้านพักมากกว่า 30 หลัง โดยจะแบ่งเป็นบ้านกลางน้ำ บ้านโฟม บ้านอบอุ่น และบ้านอารยะ ซึ่งราคาก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ 1,700 – 2,300 บาท

บ้านหนึ่งหลังสามารถพักได้สูงสุด 6 คนเลยทีเดียว โดยภายในบ้านพักจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น ทีวี เรียกได้ว่ามาพักที่นี่ไม่ต้องห่วงเรื่องการพักผ่อนเลยทีเดียว

นอกจากที่พักจะดี๊ดีแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมสนุกๆ และมันส์มาก ไว้ต้อนรับแขกที่มาเยือนด้วยโดยจะแบ่งออกเป็นกิจกรรมภายนอกคือ การนั่งแพเปียกหรือล่องแพ เจ้าหน้าที่จะพาเราไปนั่งแพชมธรรมชาติของป่าชายเลน ชมการเลี้ยงหอยนางรม และจอดแพให้เล่นน้ำกันแบบชุ่มฉ่ำอีกด้วย ส่วนกิจกรรมภายในโฮมสเตย์ก็จะเป็นเป็นกิจกรรมทางน้ำทั้งหมด มีทั้งโหนสลิง สไลเดอร์ สะพานโฟม ไต่เชือก พายเรือคายัค ปั่นเรือเป็ด สาวน้อยตกน้ำ มวยทะเล  ฯลฯ

แต่ละกิจกรรมทั้งสนุกและมันส์คุ้มค่าสุดๆ  หรือถ้าใครไม่อยากเปียกก็ยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานชมวิวรอบๆ โฮมสเตย์ และชมสาธิตการตกปูจากเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญก็มีให้ชม

อีกสิ่งที่ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนเมื่อมาพักที่มณีแดง โฮมสเตย์นั่นคือซีฟู้ดสดใหม่ที่เหมือนยกทั้งทะเลมาไว้บนโต๊ะอาหาร มีทั้งปูทะเลตัวใหญ่ กุ้ง หอย ปลา รวมทั้งอาหารพื้นบ้านก็อร่อยทุกเมนู หากใครมีโอกาสมาเที่ยวจันทบุรีแล้วก็อย่าลืมแวะมาพักผ่อนกันได้ที่มณีแดง โฮมสเตย์

ที่ตั้ง : 8/5 หมู่ 7 ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ตำบลหนองชิ่ม อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

โทรศัพท์: 090-381-1663, 097-004-0215

เว็บไซต์:  มณีแดง โฮมสเตย์ RedRuby Homestay

จองที่พัก Line ID:@maneedang

#————————–#

2. เกาะกวาง เกาะกลางทะเลที่ห่างจากเกาะเปริดเพียงนั่งเรือไม่เกิน 15 นาที ช่วงน้ำลงบนเกาะจะปรากฏหาดทรายและถ้ำทะลุให้เดินเล่น หรือจะเล่นน้ำก็ได้สบายๆ แถมมีชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ให้นั่งเล่นถ่ายรูปสวยๆ ด้วย นอกจากนี้เมื่อเดินขึ้นไปตามก้อนหินไม่ไกล จะสามารถชมวิวได้จากมุมสูง มองเห็นทั้งเกาะเปริด รวมทั้งวิถีชาวประมงโดยรอบเกาะ ส่วนอีกด้านของเกาะจะมีศาลเจ้าแม่เกกาะเปริด ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวเรือ ก่อนกลับเข้าฝั่ง ถ้าคลื่นลมไม่แรง จะสามารถล่องเรือวนรอบเกาะ รวมทั้งเลยไปทักทายชาวประมงใกล้ๆ และชมถ้ำนกนางแอ่นที่อยู่ใต้ผาซันชายน์ได้ด้วย

ที่ตั้ง: อ. แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

2. เกาะเปริด เกาะลับกับวิวสวยขั้นเทพ โดยสมัยก่อนที่นี่เคยเป็นเกาะจริงๆ มีเพียงสะพานไม้เชื่อมตัวเกาะกับแผ่นดินใหญ่เท่านั้น จนต่อมาในสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ถึงได้มีการสร้างถนนขึ้นมา ทุกวันนี้เกาะเปริดจึงกลายเป็นแหลมยื่นไปในทะเลแทน ส่วนคำว่า “เปริด” สันนิษฐานกันว่ามาจากภาษาเขมรที่แปลว่า “กวาง” ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะเกาะใกล้เคียงก็มีชื่อว่า เกาะกวาง

วิถีชีวิตชาวเกาะเปริดนั้นเรียบง่าย ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง บ้านเรือนสร้างเป็นตึกแถวสำหรับค้าขายและอยู่อาศัย มีถนนเกือบรอบเกาะให้พอปั่นจักรยานเที่ยวได้ มีจุดแวะเที่ยวบนเกาะ เช่น วัดเกาะเปริด ศาลกรมหลวงชุมพร ศาลเจ้าพ่อเกาะเปริด อนุสรณ์สถานค่ายญวนอพยพ จุดชมวิวผาสุขนิรันดร์ และซันชายน์ ที่สำคัญคือมีโฮมสเตย์ของชาวบ้านที่สะดวกสบาย แถมยินดีพาเที่ยวอีกต่างหาก มาเที่ยวแบบสงบๆ ซัก 2 วัน 1 คืน กำลังดีเลย

ที่ตั้ง: อ. แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

3. จุดชมวิวผาสุขนิรันดร์ และซันชายน์ ไฮไลท์หนึ่งของเกาะเปริดก็คือการได้แวะมาชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่จุดชมวิวทั้ง 2 แห่งนี้ โดยสามารถจอดรถได้ที่วัดเกาะเปริด ตรงลานหลักกิโลเมตรจะมีร้านค้าชาวบ้านให้แวะอุดหนุนทั้งขนม น้ำดื่ม ผลไม้ กะปิ น้ำปลา ที่เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมไปถึงมีลูกวัวและม้าให้เราให้อาหารด้วย จากตรงนี้จะมีทางเดินขึ้นสู่จุดชมวิวไม่ไกล เมื่อขึ้นมาถึงจะได้เจอกับวิวท้องทะเลกว้างจากหน้าผาของจุดชมวิวซันชายน์ ส่วนใกล้ๆ กันเป็นคาเฟ่ Sky View Cafe ซึ่งก็สามารถเลือกมานั่งพักสั่งเครื่องดื่ม แล้วชิลไปกับวิวทะเลได้เหมือนกัน

อีกมุมมหาชนก็ต้องบันไดทางลงหน้าผาด้านหลังคาเฟ่นี้ เป็นวิวที่สวยแปลกตาและบางคนก็บอกว่าคล้ายวิวที่บาหลี หรือชายฝั่งยุโรป ซึ่งอันนี้ก็ต้องแล้วมุมมองแต่ละคน ส่วนคนที่อยากได้มุมไกลที่มองเห็นทั้งร้านกาแฟและบันไดนี้ด้วย ก็เพียงเดินเลยไปตามทางอีกไม่เกิน 100 เมตร จะเจอกับจุดชมวิวผาสุขนิรันดร์ จากมุมนี้จะถ่ายมุมกว้างก็สวย จะซูมไปที่บันไดก็เริ่ดไม่แพ้กัน ใครอยากได้รูปสวยๆ ต้องจัดพร็อบพลิ้วๆ มาปลิวสยายไปตามลมแล้วล่ะ

4.หาดแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ถือเป็นอีกหนึ่งชายหาดสวยที่โดดเด่นไม่แพ้ที่อื่น ๆ เนื่องจากที่นี่สวยงามตั้งแต่หาดทราย ชายทะเล โขดหิน แถมยังอากาศบริสุทธิ์

อีกทั้งยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมักเดินทางมาพักผ่อน เดินชมวิวบรรยากาศเย็นสบายริมทะเลเสมอ

สำหรับที่มาของชื่อแหลมสิงห์ มีที่มาจากภูเขาลูกหนึ่งชื่อ “เขาแหลมสิงห์” ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำจันทบุรี ซึ่งด้านหน้าเขามีหินเป็นแก่งเกาะยื่นล้ำออกไปในทะเล

และในบรรดาก้อนหินก็มีอยู่ 2 ก้อนลักษณะคล้ายตัวสิงโต มีหัว มีลำตัว มีหาง มีเท้า และดวงตา มีขนาดลำตัวยาว 6 เมตร กว้าง 1.5 เมตร สูงจากพื้นน้ำทะเล 2.5 เมตร ยืนคู่กันล้ำเข้าไปในทะเล โดยสิงโตคู่นี้เป็นที่สักการะนับถืออย่างยิ่งของชาวประมงอีกด้วย

ตั้งอยู่ใน ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

5.คุกขี้ไก่ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งฝรั่งเศสเข้ายึดจันทบุรีในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้าย แม่น้ำโขง พ.ศ. 2436 ( ร.ศ. 112 ) มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตรก่อด้วยอิฐถือปูน มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง ใช้เป็นที่กักขันคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส

เล่ากันว่า เป็นคุกที่ทรมานมากเพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ซึ่งจะถ่ายมูลรดศรีษะนัก โทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา อืม…. เดินชมไปก็ลองนึกภาพไปด้วย ได้ทั้งบรรยากาศได้ทั้งกลิ่นเลยทีเดียวเชียวล่ะ

6.ตึกแดง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 พร้อมกับคุกขี้ไก่ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตรซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรีได้รื้อป้อมแห่งนี้ลง และสร้างตึกแดงขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักและกองบัญชาการทหารฝรั่งเศส

ลักษณะป็นอาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 32 เมตร หลังคามุงกระเบื้องทาสีแดงชาดทั้งตึก

ภายในแบ่งเป็น 5 ห้อง มีประตูเปิดถึงกันหมด มีระเบียงสอง ด้านตามแนวยาวของตัวตึก ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ตึกแดงได้รับการบูรณะเพื่อใช้เป็นอาคารห้องสมุดและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ของอำเภอแหลมสิงห์ และเลิกใช้ไป

จนกระทั่งในปัจจุบันตึกแดงเปิดให้ นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าชม ขอบอกว่าที่นี่ถ่ายรูปออกมาสวยมากๆ ออกแนววินเทจสุดๆ

6.สะพานตากสินมหาราช หรือสะพานแหลมสิงห์ เป็นสะพานที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำจันทบุรีที่กำลังไหลลงสู่อ่าวไทย มีความยาวประมาณ 1.06 กม. บนสะพานเหมาะแก่การชมวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นชุมชนริมฝั่งปากแม่น้ำ และวิถีชีวิตของชาวประมงอีกด้วย หรือถ้าใครอยากได้ภาพบรรยากาศสวยๆ โรแมนติกก็แนะนำให้มาช่วงเย็นเพราะจะเห็นช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอย่างสวยงาม

7.โอเอซิส ซี เวิลด์ สนุกกันอีกต่อกับกิจกรรมไฮไลต์ในโปรแกรมนี้ที่โอเอซิส ซี เวิลด์ คือ การไปดูการแสดงของโลมาสายพันธุ์ไทย มีทั้งโลมาปากขวดสีชมพูและโลมาหัวบาตรที่ฉลาดแสนรู้ และยังไปป้อนอาหาร ว่ายน้ำ หรือจูจุ๊บกับน้องโลมาแบบใกล้ชิดอีกด้วย รับรองว่าความน่ารักของซุป’ตาร์โลมาจะต้องถูกอกถูกใจทุกคนในครอบครัว

นอกจากนี้ที่โอเอซีส ซี เวิลด์ยังมีกิจกรรมสนุกๆ อีกเช่น ให้อาหารและถ่ายรูปกับเจ้ากวางรูซ่า ป้อนนมปลาคาร์ฟ หรือให้อาหารปลาหมอทะเลยักษ์ ถ้าหิวก็ตรงดิ่งไปร้าน “ท่องนที Seafood” ที่พร้อมให้บริการซีฟู้ดและอาหารพื้นบ้านเมืองจันท์ เรียกว่ามาที่โอเอซีส ซี เวิลด์ มีครบครันทั้งเรื่องกินเรื่องเที่ยวเลยจริงๆ

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

โทร. 039-499222

8.น้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

ใครๆ ก็นิยมเที่ยวน้ำตกตอนหน้าร้อน แต่อยากให้ลองมาเที่ยวหน้าฝนดูบ้างแล้วจะหลงรักธรรมชาติหน้าฝน โดยเฉพาะน้ำตกพลิ้วที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองจันทบุรี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ทีไหลจากธารน้ำสองสายมาบรรจบกัน แล้วตกจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ด้านล่าง หน้าฝนน้ำเยอะน่าเล่น น้ำใสแจ๋วจนมองเห็นฝูงปลาพลวงนับร้อยๆ ได้ชัดเจน จึงมีกิจกรรมยอดฮิตเมื่อมาเที่ยวน้ำตกพลิ้วคือ การให้ถั่วฝักยาวเป็นอาหารแก่ปลาพลวงหรือลงไปสัมผัสกับปลาพลวงในน้ำแบบใกล้ชิด

แม้แต่รัชกาลที่ 5 ก็ทรงประทับใจความสวยงามของน้ำตกพลิ้วเป็นอันมาก ทรงเสด็จมาน้ำตกแห่งนี้หลายครั้ง และสร้างอนุสรณ์แห่งความรักที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เอกอัครมเหสี รวมถึงสร้างอลงกรณ์เจดีย์เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วเอาไว้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณน้ำตกที่ถ้าโชคดีจะได้เห็นตัวลั้งหรือตะกอง กิ้งก่ายักษ์เป็นสัตว์ประจำถิ่นที่สามารถดำน้ำจับปลาได้ด้วย

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 07:00-17:00 น. ทุกวัน

โทร. : 039 434 528

9.พุทธอุทยานวัดชากใหญ่

อ.เมืองจันทบุรี 

1.ชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 300 ปี ที่ไม่ควรพลาดมาเมื่อเที่ยวจันทบุรี มาซึมซับกลิ่นอายของวันวานที่เกิดจาการผสมผสานของ 3 วัฒนธรรมคือ ไทย จีน และญวน เริ่มต้นจากถนนท่าหลวงไปจนถึงถนนสุขาภิบาลความยาวร่วมหนึ่งกิโลเมตร

มาเดินเล่นถ่ายรูปกับอาคารคลาสสิกประดับลายปูนปั้นแบบโคโลเนียลสองฝั่งถนน มีทั้งบ้าน วัด ศาลเจ้า โบสถ์คาทอลิก ตลาดพลอย ร้านอาหาร คาเฟชิคๆ ร้านขายยาโบราณ โดยเฉพาะร้านของฝากและร้านขนมดั้งเดิมก็มีให้แวะชมชิมช้อปตลอดทาง เช่น ขนมไข่-ร้านป้าไต๋ ขนมผิงและขนมโก๋-ร้านแม่กิมเซีย ร้านเทียนแก้ว-ร้าน ปลาแผ่นสามรส-ร้านย่าแดง ร้านขนมปังสังขยาจันทบุรีเบเกอร์รี่ ร้านไอศกรีมตราจรวด

แล้วเดินข้ามสะพานไปชมความงามของอาสนวิหารพระแม่มารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี สถาปัตยกรรมแนวโกธิคที่ประดับประดาภายในด้วยกระจกสี เป็นรูปนักบุญต่างๆ และองค์พระแม่ประดับพลอยที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งอาสนวิหารฯ แห่งนี้ฉลองครบ 100 ปี

2. อาสนวิหารพระแม่มารีอาปฏิสนธินิรมล อาสนวิหารพระแม่มารีอาปฏิสนธินิรมล ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่าเช็กอินที่หลายคนไม่อยากพลาด ด้วยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่สวยงามที่เรียกว่า “ศิลปะแบบโกธิค”  ตัวอาคารยาว 60 ม. กว้าง 20 ม. มีหอแหลมสูงเด่นในตอนเริ่มแรกสร้างทั้งสองด้าน ต่อมาปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) ทางการสั่งให้รื้อออก เพราะเกรงว่าจะเป็นเป้าของระเบิดทางอากาศในช่วงสงครามโลกครั้งที่  2 ส่วนหอสูงด้านขวามีนาฬิกาเรือนใหญ่ติดตั้งอยู่ เส้นรอบหน้าปัดวัดได้ 4.70 เมตร จากหอสูงนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองจันทบุรีได้ไกลประมาณ 2 กม.

อีกทั้งศิลปะโบสถ์หลังนี้ได้รับการประดับประดาตกแต่งทั้งภายในและภายนอกด้วยศิลปะเก่าแก่อย่างสวยงาม มีคุณค่าทั้งทางด้านศิลปะ ด้านความสวยงาม และด้านของโบราณ (Antiques) ประกอบด้วยภาพกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นรูปของนักบุญหลายองค์ติดอยู่บริเวณเหนือพระแท่นบูชา และเหนือหน้าต่าง ทั้งทางด้านขวาและด้านซ้ายของสักการะสถาน กระจกสีเหล่านี้มีอายุรวม 100  ปี แต่สีสันยังเด่นชัดและยังมีจุดท่องเที่ยวที่โดดเด่นอีกมากมายรอคอยให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชม

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจที่นี่มีกำหนดเวลาการเข้าชม โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ตามเวลาการถวายมิสซาในวันธรรมดามี 2 ครั้ง ในเวลา 06.00-07.00 น. และ 18.00-19.45 น. ส่วนวันอาทิตย์มี 3 ครั้ง เวลา 06.15-08.30 น. และ 19.00 น. แต่ถ้าใครที่ไม่ทันเที่ยวในช่วงกลางวันสามารถแวะไปเที่ยวกลางคืนได้ เพราะที่นี่จะเปิดไฟประดับอย่างสวยงาม และที่สำคัญที่สุดคือ นักท่องเที่ยวต้องแต่งกายด้วยชุดสุภาพ แต่งกายสำรวมสุภาพ ซึ่งเป็นการให้เกียรติสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ที่ตั้ง : 110 ม.5 ถ.สันติสุข ต.จันทนิมิต  อ.เมือง จ.จันทบุรี

3. ตลาดหลังวัดโรมัน เส้นทางเดินเที่ยวในวันหยุดช่วงกลางวันที่สามารถเชื่อมโยงไปจนถึงถนนคนเดินริมน้ำจันทบูรได้ด้วย โดยชุมชนหลังวัดโรมัน หรือก็คือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ชาวบ้านเชื้อสายไทย จีน และญวน มาตั้งรกรากมานานกว่า 300 ปี

เรียงรายด้วยบ้านเรือนแถวสองชั้น รวบรวมของกินแสนอร่อย และมีกลิ่นอายวัฒนธรรมเชื้อสายญวนเอาไว้ให้ชิมหลายชนิด เช่น ขนมโบ๋ ขนมตะแบ้ว บั้นเชฟ แจงลอน ขนมมัดไต้ ข้าวเกรียบอ่อนน้ำจิ้ม ขนมข้าวตอก ขนมเบื้องญวน ถุงทอง ซี่โครงหมูอบโอ่ง ปาท่องโก๋จิ้มน้ำจิ้ม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิถีชีวิตและมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้แวะเก็บไว้เป็นที่ระลึก เช่น ร้านค้าเซเว่นอีเลฟเว่นชุมชน พิพิธภัณฑ์กางเขน รวมทั้งกราฟิตี้บอกเล่าเรื่องราวชุมชนตามซอกตึกด้วย

ที่ตั้ง : อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 09:00-16:00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์

4. บ้านท่าเรือจ้าง ใครที่มาเที่ยวอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล อย่าเพิ่งรีบข้ามสะพานไปฝั่งริมแม่น้ำจันทบูร ให้ลองสังเกตทางเข้าเล็กๆ ข้างอาสนวิหาร จะเห็นป้ายทางเข้า บ้านท่าเรือจ้าง ซึ่งเป็นอีกชุมชนในละแวกนี้ที่มีความเป็นมากว่า 300 ปี โดยแต่เดิมเป็นชุมชนเชื้อสายญวนอพยพ และเป็นท่าเรือข้ามฟากก่อนจะมีสะพานและถนน

ทุกวันนี้ชุมชนได้รับการฟื้นฟูด้วยกิจกรรมท่องเที่ยว ทั้งเข้ามาชิมของอร่อยอย่าง ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ผัดไทยเจ๊นี กล้วยย่างสายเดี่ยว ขนมโบ๋ ขนมอาลัวนมสด น้ำพริกกุ้งเสียบ รวมไปถึงแวะจุดที่น่าสนใจอย่าง ต้นละมุดร้อยปี วัดไผ่ล้อม บ้าน 3 มิติ และภาพวาดกราฟิตี้บนกำแพงบ้านในชุมชนที่บอกเล่าทั้งความเป็นมา และภาพน่ารักๆ ให้หยุดถ่ายรูปได้ตลอดทางเดิน

ที่ตั้ง : อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 09:00-16:00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์

5.ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีเพียง 15 นาที เป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปี ที่ยังสืบทอดการทำอาหารคาวหวานแบบโบราณ โดยเฉพาะขนมหวานนานาชนิด แนะนำให้เพื่อนๆ มาช่วงสายหน่อย จัดข้าวเช้ารองท้องมาแต่น้อย จะได้มีที่ว่างในกระเพาะเอาไว้เติมขนมอร่อยๆ ได้เต็มที่ เชื่อเถอะว่าทันทีที่ลงรถแล้วเจอร้านขนมหวานบ้านโจ้เป็นร้านแรก ก็จะเริ่มชิมขนมนู่นนี่นั่นแบบไม่อยากหยุด ไม่ว่าจะเป็นลูกระเบิดหรือข้าวตอกน้ำอ้อย ข้าวเหนียวเผือก ขนุนเชื่อม ตังเมน้ำอ้อย ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีขนมถ้วยตะไลน้ำอ้อยของเจ้เยาว์ ขนมเกสรดอกลำเจียกและขนมพระพายของร้านตายาย ทองม้วนสดสดมะพร้าวอ่อนของยายขัน แต่ขนมเด็ดสุดที่สร้างชื่อให้ชุมชนนี้ก็คือ ขนมควยลิงของยายลิ-ป้าตุ่ม ทำจากแป้งข้าวเหนียวดำปั้นๆ แล้วต้มในน้ำเดือด คลุกมะพร้าวทึนทึก ดูง่ายๆ แต่ยิ่งกินยิ่งอร่อย

ใครอยากมาเดินชิลล์กินขนม ชมบรรยากาศย้อนยุคที่ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว ที่นี่เปิดตลาดทุกวัน แต่วันเสาร์-อาทิตย์มีร้านขนมขายเยอะ หรือมาเป็นหมู่คณะและอยากลองทำขนม

โทร. 039 320 317

6. ตลาดน้ำพุ ยามเย็นย่ำถึงค่ำคืนในตัวเมืองจันทบุรี นักกินจะวันไม่เงียบเหงา เพียงแค่แวะมาแถววงเวียนน้ำพุ ก็จะพบกับร้านอาหารริมทางเปิดเรียงรายให้เลือกชิม อย่างเช่น ธงชัย ปลาหมึกย่าง, ย่าแดง ปลาแผ่นสามรส, ข้าวคลุกน้ำพริกเกลือ, นายเส่ย เลือดหมูต้ม-ตือฮวน-หมูคั่วเค็ม, ป้าจิตร ก๋วยเตี๋ยวจันท์ผัดปู ฯลฯ สามารถเดินเรื่อยยาวไปตามถนนก็จะพบกับของกินอีกหลากหลาย ทั้งขนมไทย ส้มตำ น้ำพริก เป็ดพะโล้ ก๋วยจั๊บ หมึกย่าง ลูกชิ้นปิ้ง ขนมปังปิ้ง ไปจนถึงร้านข้าวต้มสมบูรณ์ และอรทัยขนมหวาน เจ้าดังที่คนจันท์มาแวะกินกันแน่นจนต้องแจกบัตรคิว

ที่ตั้ง :  วงเวียนน้ำพุ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 17:00-22:00 น. ทุกวัน

7.ศาลหลักเมืองจันทบุรี และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ศาลหลักเมืองจันทบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนท่าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยอยู่ด้านหน้าค่ายตากสิน ไม่ปรากฎหลักฐาน ว่าสร้างขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง มีเพียงการสันนิษฐานว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างขึ้นเมื่อครั้งเสด็จเข้าเมืองจันทบุรี เพื่อใช้เป็นที่รวบรวมไพร่พลและเสบียงอาหารก่อนยกทัพไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยานั่นเอง

ข้างๆ กันเป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่มีลักษณะแปลกตา เพราะมีรูปร่างเหมือนพระมาลา สำหรับออกศึก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวจันทบุรี ให้ความเคารพนับถืออย่างสูง

8.ค่ายตากสิน ที่ใครมาถึงจันทบุรีก็มักแวะมาสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และศาลหลักเมืองเพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิตกันก่อน ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าค่ายตากสิน กองพันทหารราบที่ 2 แต่ที่หลายคนไม่รู้ก็คือ

ภายในค่ายแห่งนี้เองก็มีโบราณสถานเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินนำทัพสู้รบกับพม่าจนถึงสมัยฝรั่งเศสเข้ายึดจันทบุรี แล้วใช้ค่ายตากสินเป็นกองบัญชาการ โบราณสถานที่ว่ามีทั้งกำแพงเมืองเก่าและอาคารอนุรักษ์ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุโรป ปัจจุบันอาคารต่างๆ ได้รับการบูรณะใหม่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ และยังเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆ ด้วยนะ

9. หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี อาจดูแปลกสักหน่อย ถ้าจะชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวชมหอจดหมายเหตุฯ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากค่ายตากสิน แต่ถ้าได้เข้าไปแล้วจะอดใจไม่ได้ ต้องขอถ่ายรูปตัวอาคารหอจดหมายเหตุฯ ที่อายุร้อยกว่าปี แต่ยังสวยคลาสสิกข้ามกาลเวลา ลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกและตะวันออก เดิมทีเคยเป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อน ด้านในจัดแสดงเอกสารสำคัญๆ เช่น ทะเบียนรายชื่อ ภาพถ่าย จดหมายเหตุ ภาพยนตร์และสารคดีที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวจันทบุรี ใครสนใจอยากรู้เรื่องราวเมืองจันทบุรีอย่างลึกซึ้งล่ะก็ การเข้าชมหอจดหมายเหตุฯ แห่งนี้โดนใจแน่นอน

ที่ตั้ง : ถ.ท่าหลวง ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี

เปิดทุกวัน 08.00-16.30 น.

สนใจเข้าชมโทร. 0-3938-8116-8

10.วัดมังกรบุฝผาราม หรือเล่งฮั่วยี่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2520 สถาปัตยกรรมเป็นลักษณะผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์ไทย-จีน และศิลปะแบบสถาปัตยกรรมจีนภาคใต้ อุโบสถ เป็นรูปทรงจีนหลังคาซ้อน 3 ชั้น

ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฎิมาประธานสามพระองค์พร้อมทั้งสาวกเบื้องซ้าย และขวา คือ พระมหากัสสปะและพระอานนท์ด้านข้างประดิษฐานพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ผู้เป็นเลิศ ด้วยมหาปัญญาประทับบนหลังสิงโต อันหมายถึงพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทรงมี ปัญญาคุณเลิศกว่าหมู่สรรพสัตว์

สำหรับใครที่อยากมาหาความสงบปฏิบัติธรรม ทางวัดก็ยินดีต้อนรับ พร้อมมีที่พักไว้บริการอีกด้วยนะ

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

11. วังสวนบ้านแก้ว และพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ที่น่าสนใจ ด้านในมีพระตำหนักหลายหลัง เช่น พระตำหนักเทาหรือเรือนไม้สีเทาหลังน้อยๆ ที่ท่านเคยประทับอยู่อย่างสมถะเยี่ยงสามัญชน สนใจการทำเกษตรพอเพียง ก่อนจะสร้างพระตำหนักเทาหลังใหม่ทรงยุโรปเอาไว้ต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ฯ จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ภายในห้องต่างๆ ซึ่งมีคุณค่าและหาชมได้ยาก

นอกจากนี้ยังมีโซนอุทยานเรียนรู้ธรรมชาติ โรงทอเสื่อกก สวนสมุนไพรไทย สวนสมเด็จฯ ที่ปลูกผลไม้ต่างๆ รวมถึงพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมท้องถิ่นจันทบุรี ทุกวันนี้วังสวนบ้านแก้วอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี

ที่ตั้ง : ถ.รักศักดิ์ชมูล ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ติดต่อที่โทร. 0-39871064, 086-4402867

12.บ่อพลอยเหล็กเพชร ใครที่อยากเข้าถึงวิถีคนทำเหมืองพลอยแท้ๆ ต้องมาที่ บ่อพลอยเหล็กเพชร ซึ่งถือเป็นบ่อพลอยที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของจังหวัด และยังทำการขุดพลอยกันจริงๆ ทุกวันนี้เปิดให้คนที่สนใจเข้ามาลองขุดพลอยด้วยวิธีการดั้งเดิม ซึ่งจะมีทีมงานที่ชำนาญคอยให้คำแนะนำตลอด

ตั้งแต่การปีนลงไปในปล่องที่ลึกประมาณ 4-5 เมตร โกยดินใส่ถังขึ้นมา จากนั้นก็นำมาร่อนหาพลอยในบ่อน้ำ ใครดวงดีเจอพลอย ทางบ่อพลอยก็ยังใจดียกให้เอากลับบ้านไปเลยด้วย โดยส่วนใหญ่ที่ขุดขึ้นมาได้มักจะเป็นพวกนิล สตาร์ เขียวส่อง เป็นต้น ส่วนใครขี้เกียจขุดก็มีร้านจำหน่ายเครื่องประดับให้ไปนั่งเลือกช้อป นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่เล็กๆ และสวนผลไม้ให้เที่ยวชมในบรรยากาศร่มรื่นด้วย

ที่ตั้ง: ชุมชนบางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

โทร. 087 822 9138 (บ่อพลอยเหล็กเพชร)

13.ตลาดทุบหม้อ ตั้งชื่อตามเหตุการณ์ “ทุบหม้อข้าว” ก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรีของพระเจ้าตาก ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพลับ จากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านบางกะจะ ที่มาร่วมกันออกร้านขายสินค้าทั้งของกิน ของที่ระลึก ในบรรยากาศย้อนยุค เพียงเข้ามาในตลาดก็ต้องเซอร์ไพรส์กับเหล่าคุณพี่คุณป้าที่นัดกันแต่งชุดชาวบ้านย้อนยุค และเจรจาลงท้ายด้วย เจ้าค่ะ ขอรับ แบบน่ารักเป็นกันเอง มาถึงแล้วห้ามพลาด ก๋วยเตี๋ยวผัดน้ำกุ้ง หรือก๋วยเตี๋ยวผัดยายลั้ง การันตีความอร่อยด้วยสูตรต้นตำรับอายุกว่า 100 ปี สืบทอดจากยายลั้งมาโดยตรง หน้าตาคล้ายๆ ผัดไทย แต่พิเศษตรงที่ใส่น้ำซุปกุ้งสับรสกลมกล่อมเข้าไปผัดด้วย ทำให้มีรสชาติไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมีของกินขึ้นชื่ออีกมากมาย ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ขนมหวานต่างๆ และของที่ระลึกน่ารักๆ

14.ทอเสื่อที่ชุมชนบางสระเก้า อยู่ห่างจากชุมชนหนองบัวประมาณ 6 กิโลเมตร จะให้ชิลล์กว่าก็ต้องล่องเรือมาจากหนองบัว ระหว่างทางนั่งกินขนมไป ชมธรรมชาติป่าโกงกางไป วิถีประมงชายฝั่ง ดูเหยี่ยวแดงลงมาโฉบอาหารที่พี่เจ้าของเรือโยนให้ แล้วจึงมาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือชุมชนบางสระเก้า

ที่นี่เราได้ดูการทำบ้านปลาธนาคารปู เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ปูปลาแบบวิถีพื้นบ้าน ได้ชิมเมนูเด็ดที่เตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเมี่ยงคำ ข้าวต้มมัดใต้ มะพร้าวน้ำหอม แต่ที่พลาดไม่ได้คือ “ปลาเงี่ยน” อารมณ์คล้ายๆ เมี่ยงปลา ปรุงจากเนื้อปลาสดนำมาแล่แล้วบีบน้ำมะนาวใส่ให้สุก คลุกเคล้าสมุนไพร ราดน้ำจิ้มถั่วตัดรสจัดจ้าน กินกับใบชะพลูและใบคะน้า ยิ่งกินยิ่งมัน ยิ่งเงี่ยนอยากกินแล้วกินอีกเพราะมันอร่อยจนหยุดไม่อยู่

อิ่มแล้วออกไปแว้นกันหน่อย ด้วยการนั่งรถซาเล้งทัวร์ชุมชน ไปลองทอเสื่อกกกับคุณย่าคุณยาย แล้วไปดูการทำนากกที่นำมาใช้ทอเสื่อ ถ้าใครมาเที่ยวแล้วมีเวลาเหลือๆ แนะนำให้ซื้อของฝากที่ตลาดชุมชนตรงสี่แยกวัดบางสระเก้า รับรองว่าได้กุ้งแห้งอร่อย กะปิดี หรือปลาแดดเดียวกลับบ้านเป็นแน่

15. วัดเขตร์นาบุญญาราม เป็นวัดญวณก่อสร้างเป็นศิลปแบบจีนปนไทยตั้งอยู่ท่ามกลางแหล่งชุมชนกลางใจเมืองจันทบุรี มีเทศกาลบูชาดาวนพเคราะห์สืบต่อกันมาเป็นเวลาถึง 170 ปี และมีเทศกาลถือศิลกิน “เจ” เป็นประจำทุกปี ตำนานเล่าว่า ชาวญวณได้อพยพเข้ามาในประเทศไทยโดยเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาและได้ก่อตั้งวัดเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก่อให้เกิดพุทธศาสนนิกายมหายานฝ่ายอนัมนิกายหรือฝ่ายญวณวัดเขตร์นาบุญญารามมีชื่อเดิมคือ “วัดเพื๊อกเดี้ยนตื่อ” ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2377 ในสมัยรัชกาลที่3 จนมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัวรัชกาลที่5โปรดพระราชทานนามวัดว่า “วัดเขตร์นาบุญญาราม”

ที่ตั้ง:  ถนนเบญจมราชุทิศ ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี

16.ถนนอัญมณี ใครหลงใหลความงดงามของเม็ดพลอยหลากสีเตรียมเสียตังค์ได้เลยจะบอกให้ บริเวณถนนศรีจันท์และตรอกกระจ่าง นับเป็นถนนเศรษฐกิจของจันทบุรี ผู้ประกอบธุรกิจด้านอัญมณีจะมาซื้อขายพลอยและอัญมณีต่าง ๆ เป็นประจำทุกวัน เพราะเป็นที่ตั้งของร้านเจียระไนพลอยและร้านค้าอัญมณี ซึ่งอาจนับได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดค้าพลอยเจียระไนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จนถูกขนานนามกันว่าเป็นถนนสายพลอย หรือ ถนนอัญมณี ที่นี่มีพลอยหลายชนิดให้เลือกซื้อเลือกชมกัน ตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยไปจนถึงราคาเรือนแสน ใครอยากไปช็อปแวะไปได้ เปิดตลาดในช่วงเช้าเวลา 09.00 น. จนถึงประมาณ 15.00 น.

17.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุใต้ท้องทะเลจำนวนมากกว่าหมื่นชิ้นแห่งเดียวในเมืองไทย พิพิธภัณฑ์ฯพาณิชย์นาวี เกิดมาจากการที่กรมศิลปากร ได้ตั้งฐานปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำขึ้นที่ท่าแฉลบ และตั้งศูนย์การอนุรักษ์โบราณวัตถุใต้ทะเลขึ้นที่ ค่ายเนินวง ต.บางกจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งได้มีการสำรวจทางโบราณคดีใต้น้ำพบโบราณวัตถุจากซากเรือจมในอดีตมากมาย

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีลักษณะเป็นอาคารแฝด 2 ชั้น ภายในมีการแบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น 6 ห้อง อาทิ ห้องจัดแสดงสินค้าและวิถีชีวิตชาวเรือ ห้องแนะนำปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำ ห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ ห้องแสดงเรือและชีวิตชาวเรือ ห้องของดีเมืองจันท์ และห้องบุคคลสำคัญ

18. วัดพลับ

อ.นายายอาม

1. จุดชมวิวเนินนางพญา ออกจากบ้านวันหยุด ขับรถหรือปั่นจักรยานคู่ใจ กินลมชมวิวมาตามถนนเลียบชายทะเลเส้นที่ยาวที่สุดของไทย แถมยังสวยกว่าใคร นั่นคือถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เรื่อยเปื่อยมาสุดทางที่จุดชมวิวสุดฮิตแห่งนี้ แวะถ่ายรูปกับวิวทะเลระหว่างอ่าวคุ้งวิมานและอ่าวคุ้งกระเบนของจ.จันทบุรี เรียกว่าเป็นจุดชมวิว 360 องศา ที่สามารถชมความงามได้รอบทิศ โดยด้านหนึ่งมองเห็นทะเลสุดสายตาเคียงด้วยถนนคดเคี้ยวอย่างสวยงาม อีกด้านหนึ่งเป็นแผ่นดินปลายแหลมสีเขียวสบายตายื่นออกไปในทะเล นอกจากหลายคนจะมาเก็บภาพประทับใจกันแล้ว ยังเป็นจุดแวะพักที่มีร้านอาหารให้บริการด้วย

ที่ตั้ง : ต.สนามชัย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

2.เจดีย์กลางน้ำบ้านหัวแหลม

3. Viva Foresta Farm คนชอบเที่ยวฟาร์ม อยากใกล้ชิดสัตว์น่ารักๆ แถมมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ต้องมาที่นี่เลย บรรยากาศโอบล้อมด้วยทิวเขา มีสวนดอกไม้หลากสีสันกลางทุ่งหญ้า ที่สำคัญคือมีสัตว์ต่างๆ กว่า 300 ตัว ที่รอคอยให้เราแวะเข้าไปมอบความรัก และป้อนอาหารได้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น กระต่าย แกะ แพะแองโกร่า เต่ายักษ์ เฟอเรท กวางดาวอินเดีย ไก่ซิลกี้อเมริกา หงส์ขาว นกยูง นกซันคอนัวร์  นกอีมู ม้าแคระ และอีกหลายสายพันธุ์ ซึ่งทางฟาร์มมีอาหารจำหน่ายตามจุดต่างๆ ทั้งผักและนม เรียกว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับครอบครัวมากๆ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่เล็กๆ ที่มีทั้งเครื่องดื่ม ไอศครีม อาหาร และของกินเล่น เปิดให้บริการด้วย

ที่ตั้ง : อ.นายายอาม จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 น. ทุกวัน

โทร. : 091 007 7770

4.หาดคุ้งวิมาน ชายหาดแสนเงียบสงบและมีทัศนียภาพที่สวยงาม ริมชายหาดมีร้านค้าบริการ อาหารเครื่องดื่มและห้องอาบน้ำจืด เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาเที่ยวสบายๆ ในวันหยุด หรือจะขับรถกินลมชมวิวไปตามถนนเลียบชายหาดที่ว่ากันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกก็เพลิดเพลินดีไม่หยอกนะ หรือหากจะพักค้างคืนริมหาดก็มีที่พักทั้งรีสอร์ทและที่พักราคาชาวบ้านให้นอนรับลม ชมดาว ฟังเสียงคลื่น บรรยากาศสวยจับใจเหมือนกับอยู่บนวิมานสมชื่อหาดเลยล่ะ

อ.ท่าใหม่

1.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ห้องเรียนธรรมชาติที่กินพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 2 พันไร่ของอ่าวคุ้งกระเบน มีโซนต่างๆ ให้เราได้เรียนรู้มากมายถึงสิ่งแวดล้อมของป่าชายเลน สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ไปจนถึงหน่วยสาธิตการเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีกระชังปลาขนาดใหญ่ในทะเล ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและลองให้อาหารปลาฉลามตัวน้อยๆ ดูปลาหมอทะเล เต่าทะเล เรียนรู้เรื่องธนาคารปูม้า แล้วมาลงเขี่ยไข่ปูเพื่อนำไปปล่อยลงทะเล มาช่วยกันทำอีแปะหรือบ้านหอยนางรม เผลอๆ อาจจะได้ชิม-ช้อปสาหร่ายพวงองุ่นแบบสดๆ ที่ทางศูนย์ศึกษาฯ ได้เพาะขยายพันธุ์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่นั่นเอง

ที่ตั้ง : ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

เปิดทุกวัน 08.00-18.00 น.

โทร. 0-3938-8116-8

2.วัดปากน้ำแขมหนู ความโดดเด่นอยู่ที่โบสถ์สีน้ำเงิน ซึ่งถือว่าเป็นโบสถ์สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจันทบุรีเลยทีเดียว รับรองจะต้องสะดุดตาด้วยกระเบื้องเซรามิคโทนสีขาวและน้ำเงินที่นำมาตกแต่งโบสถ์อย่างปราณีตทั้งหลัง ให้ความรู้สึกสง่างาม โดยแนวคิดเกิดจากการรื้อโบสถ์หลังเดิม พร้อมหาวิธีที่จะป้องกันไม่ให้โบสถ์หลังใหม่ชำรุดทรุดโทรมเร็ว จึงใช้เซรามิกมาปิดชั้นปูนพระอุโบสถเพื่อป้องกันน้ำเค็ม และเลือกลวดลายสีน้ำเงินตัดกับสีขาว ตามแบบเครื่องลายครามในสมัยโบราณ จนเกิดเป็นความน้อยแต่มาก งดงามอย่างคลาสสิค กลายเป็นจุดถ่ายภาพสุดเท่ และช่วยดึงนักท่องเที่ยวมาเข้าวัดไม่ขาดสาย

ที่ตั้ง : ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 039 455 058

3.หาดเจ้าหลาว ตั้งอยู่ถัดมาจากหาดแหลมเสด็จ ภายใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หนึ่งในชายหาดที่เพียบพร้อมไปด้วยทะเลสวยน้ำใสและบรรยากาศเงียบสงบ

นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมานั่งชมวิวทิวทัศน์ผ่อนคลายความเครียดท่ามกลางความร่มรื่นใต้ต้นมะพร้าวน้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่ข้างทาง ซึ่งการเดินเล่นรับลมเย็น ๆ แถมวิวของที่นี่ยังทอดยาวไปถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน

นอกจากนี้ยังกิจกรรมทางน้ำสุดสนุกให้เลือกเล่นกันมากมาย อาทิ บานาน่าโบ๊ท, ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น แต่ถ้าใครไม่อยากเปียกก็สามารถใช้บริการเรือท้องกระจกเพื่อนั่งชมความงามของท้องทะเลได้สะดวกมากขึ้น สะดวกสบายด้วยที่พักทั้งโรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหารทะเล ที่หยิบเอาอาหารทะเลสดใหม่มาปรุงให้ลิ้มลองกันในราคาย่อมเยาอีกด้วย

4.ลานหินสีชมพู เขตห้ามล่าสัตว์คุ้งกระเบนลานหินสีชมพู เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ลักษณะเป็นลานหินสีชมพูอมน้ำตาลแดง สวยงามแปลกตาที่แทรกตัวอยู่ริมชายหาดยาวไปจนสุดลานหินสีชมพูที่เป็นจุดชมวิวสำคัญ สามารถมองเห็นเกาะที่อยู่รอบๆ ได้อย่างสวยงาม

5.สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา จันทบุรี พาเด็กมาเที่ยวอ่าวคุ้งกระเบน ถ้ามีเวลาอีกสักหน่อยต้องไม่พลาดพาเจ้าตัวเล็กมาเรียนรู้ชีวิตสัตว์น้ำภายในอุโมงค์ยักษ์ ที่จัดแสดงพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนระบบนิเวศวิทยาของอ่าวคุ้งกระเบน

เปิดปิดเวลา: วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.30น.

6.หาดแหลมเสด็จ เป็นหาดทรายที่มีเม็ดทรายขาวเนียนละเอียด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นได้อย่างชิลล์ๆ ตลอดริมหาดนั้นร่มรื่นไปด้วยเงาของต้นสนทะเลและพันธุ์ไม้ชายหาดนานาชนิด

ยิ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน ท้องทะเลแถบนี้คลื่นลมเงียบสงบมาก เหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำ ริมหาดมีร้านอาหารทะเลตั้งเรียงรายตลอดแนว

อีกทั้งมีสถานที่สำหรับตั้งแคมป์พักแรมไว้คอยบริการ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานป่าไม้บริเวณหาดแหลมเสด็จได้เลย

7.สะพานเฉลิมพระเกียรติปากน้ำแขมหนู

8.รัตนคีรีเจดีย์ วัดเขาพลอยแหวน

9.วัดเขาสุกิม  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี ในแต่ละวันมีนักท่องเทียวเดินทางมาเที่ยวและทำบุญกันอย่างไม่ขาดสาย

แต่เดิมวัดแห่งนี้เป็นสถานปฏิบัติธรรมบนเขา ซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่าเขาอีกิม ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ชาวบ้านได้นิมนต์พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย และภิกษุสามเณรจากสำนักสงฆ์เนินดินแดงซึ่งอยู่ไม่ไกล มาจำพรรษาบนเขาอีกิม พระอาจารย์สมชาย ท่านได้พัฒนาวัดจนเป็นวัดใหญ่ และเปลี่ยนชื่อเป็นเขาสุกิม

บริเวณวัดๆ นอกจากจะร่มรื่นด้วยหมู่แมกไม้สีเขียวให้ความสดชื่นระหว่างมาเที่ยวแล้ว ด้านบนวัดยังมีพิพิธภัณฑ์วัดเขาสุกิม ที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องถ้วยกระเบื้องจีนทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รวมถึงข้าวของโบราณต่างๆ อีกมากมาย นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถแวะมาเที่ยวชมกันได้

อ.ขลุง

1. ชุมชนบ้านตะปอน เป็นชุมชนเก่าแก่ใน อ.ขลุง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี หรือตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเลยทีเดียว โดยสามารถเรียนรู้และซึมซับความงามทั้งทางสถาปัตยกรรมเก่าแก่และวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ได้จากวัดตะปอนน้อย และวัดตะปอนใหญ่ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน โดยที่วัดตะปอนน้อย จะได้ทึ่งกับความงามของพระอุโบสถเก่าแก่ ที่มีหน้าบันไม้แกะสลักอายุกว่า 400 ปี ภายในประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ พร้อมด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในที่บอกเล่าเรื่องราวในยุคสมัยที่มีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก

โดยสันนิษฐานว่าวาดขึ้นร่วมสมัยเดียวกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขณะที่วัดตะปอนใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน นอกจากจะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ในบริเวณวัดยังจัดเป็นตลาดโบราณ 270 ปี ที่มีทั้งพืชผัก สินค้าต่างๆ และอาหารพื้นบ้านหากินยาก จำหน่ายในบรรยากาศย้อนยุคทุกวันเสาร์อีกด้วย เช่น ขนมควยลิง ขนมติดคอ ขนมตะไล ขนมบุหลันดั้นเมฆ ดอกทุเรียนทอด เป็นต้น นอกจากนี้ในช่วงสงกรานต์ ชุมชนบ้านตะปอนยังมีกิจกรรมอย่างการแข่งชักเย่อเกวียนพระบาท ให้ได้มาสัมผัสเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

ที่ตั้ง : อ.ขลุง จ.จันทบุรี

2.เที่ยวชุมชนไร้แผ่นดิน

ชวนไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วิถีชุมชน “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” ชุมชนเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี โดย “หมู่บ้านไร้แผ่นดิน” หรือชื่อทางการคือ “หมู่บ้านปากน้ำเวฬุ” หรอที่ชาวบ้านเรียกว่า “บ้านโรงไม้” เป็นชุมชนที่มีความเป็นมายาวนานประมาณ มากกว่า 100 ปีมาแล้ว เดิมหมู่บ้านนี้เป็นชาวจีน ส่วนใหญ่ที่เดินทางอพยพเข้ามาทำการค้าในไทย แต่เมื่อผ่านมาที่จันทบุรีได้นำเรือมาหลบลมในบริเวณลุ่มน้ำเวฬุ และพบว่าที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทะเล จึงได้ทำการประมง จนกลายเป็นอาชีพหลักของหมู่บ้านไร้แผ่นดิน ต่อมาในปี 2514 รัฐเปิดสัมปทานให้มีการตัดไม้โกงกางในพื้นที่ลุ่มน้ำเวฬุ จึงมีผู้คนเข้ามาตัดไม้กันเป็นจำนวนมาก นำไม้มากองไว้ในบริเวณนี้รอการเข้าเตาเผาถ่าน จนเป็นที่มาของชื่อ “โรงไม้” เมื่อหมดระยะสัมปทานป่าเผาถ่าน ผู้คนที่เคยทำกินอยู่บริเวณนี้จึงได้จับจองพื้นที่เพื่อตั้งรกราก และประกอบอาชีพประมงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจของที่นี่ก็คือ การชมหมู่บ้านไร้แผ่นดิน อยู่บริเวณที่คลองบางชันใหญ่ ไหลออกไปยังแม่น้ำเวฬุ อยู่ในพื้นที่ ต.บางชัน จากนั้นลงเรือไปเที่ยวชมเหยี่ยวแดง อยู่บริเวณป่าโกงกาง ลุ่มน้ำเวฬุ มีหลายแห่งใน ต.บางชัน และ ต.บ่อ เปิดท้ายด้วยการชมความงดงามของทะเลแหวก อยู่ในบริเวณปากน้ำแม่น้ำเวฬุ ช่วงก่อนที่แม่น้ำจะไหลออกทะเล อยู่ในพื้นที่ ต.บางชัน  โดยทุกวันนี้การเข้าถึงชุมชนยังคงเป็นไปได้ยาก ปัจจุบันยังต้องใช้การติดต่อทางเรือ เพราะยังไม่มีถนนเชื่อมกับชุมชนภายนอก และชุมชนใกล้เคียง การเดินทางจากหมู่บ้านไปยังเมืองทำได้โดยการใช้เรือ เพื่อน ๆ ที่จะเดินทางไปที่นี่ก็ต้องเช็กเวลาเรือให้ดี ส่วนการมาเที่ยวพักผ่อนที่นี่ บางบ้านมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นโฮมสเตย์ รวมทั้งผลิตสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบในท้องถิ่นจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวด้วย อาทิ ทำกุ้งแห้ง กุ้งต้มหวาน กะปิ หมึกแห้ง ปลาเค็ม และสินค้าที่ระลึก

ที่ตั้ง : ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี

3. ทะเลแหวกปากแม่น้ำเวฬุ

อ.มะขาม

1. ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จ.จันทบุรี “สวนของพ่อ” แห่งนี้ เกิดขึ้นตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเห็นว่าในอนาคตจันทบุรีจะเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญของประเทศจึงได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดินเพื่อดำเนินโครงการศึกษาพัฒนาไม้ผล รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ และผึ้งชันโรง ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อเป็นองค์ความรู้ให้เกษตรกร ในสวนมีทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง ลำไย โดยเฉพาะทุเรียน ทางศูนย์สามารถผสมข้ามสายพันธุ์จนเกิดเป็นพันธุ์จันทบุรี 1 2 และ 3 ที่ให้เนื้อแน่น ไม่เละง่าย และกลิ่นไม่แรงมาก ใครที่สนใจจะเข้ามาศึกษาดูงาน หรือแวะชมและชิมผลไม้จากสวนของพ่อก็สามารถสอบถามล่วงหน้าได้ ถ้ามาจังหวะผลไม้กำลังออกก็จะได้ซื้อผลผลิตสดๆ รวมทั้งปั่นจักรยานเที่ยวชมสวน และตัดทุเรียนจากต้นเองด้วย

ที่ตั้ง : อ.มะขาม จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 039 397 134

2.ชุมชนปัถวี ชาวบ้านที่นี่รวมตัวกันทำสวนเกษตรอินทรีย์โดยไม่ใช้สารเคมีเลย เรียกว่าทุกขั้นตอนพึ่งพาธรรมชาติหมด ตั้งแต่ยาพ่นไล่แมลงที่ทำจากตะไคร้ ใช้ผึ้งชันโรงมาช่วยผสมเกสร ไม่ใช้สารเคมีมาเร่งดอกเร่งผลแต่อย่างใด ผลไม้ที่ได้จึงปลอดภัยทั้งกับผู้บริโภค รวมไปถึงตัวเกษตรกรเองด้วย ชาวบ้านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยกิจกรรมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนั่งซาเล้งชมสวน ที่มีทั้ง เงาะ ลองกอง มังคุด และทุเรียน โดยเฉพาะช่วงหน้าผลไม้ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน ยังสามารถเก็บผลไม้ชิมสดๆ ได้จากต้น ยังมีชิมน้ำหวานจากผึ้งชันโรง เวิร์คช็อปโลชั่นมังคุด และชิมเมนูท้องถิ่น เช่น ส้มตำทุเรียน ยำมังคุด ต้มยำเงาะ แกงผักเต่าเกลียด น้ำส้มมะปิ๊ดผสมน้ำผึ้งชันโรง เป็นต้น

ที่ตั้ง : อ.มะขาม จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 063 226 2251

3.วัดเขาบรรจบ เป็นวัดป่าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่บ้านทุ่งเพล รอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาสอยดาวและเขาคิชกูฏ บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่มากมาย จุดศูนย์กลางเป็นพระอุโบสถที่เปิดโล่ง สร้างจากไม้ ประดับลวดลายฉลุละเอียดอ่อน นอกจากความสงบงามน่ามาไหว้พระหรือปฏิบัติธรรมแล้ว ด้านข้างพระอุโบสถด้านหนึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้เกิดช่องลอดได้ตรงกลางต้น ส่วนอีกด้านอยู่ติดกับลำธาร ซึ่งทางวัดสร้างสะพานแขวนเชื่อมระหว่างฝั่งวัดและฝั่งอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏเอาไว้ รวมทั้งมีจุดให้อาหารปลาในลำธาร สามารถมาถ่ายรูปได้สวยๆ ทั้งบนสะพานและตามโขดหินริมลำธาร

ที่ตั้ง : ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 087 911 7217

4.อ่างเก็บน้ำห้วยตาโบ หรือที่บางคนเปรียบเป็น “ปางอุ๋งแห่งจันทบุรี” ตั้งอยู่ในเขตหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วที่ 2 ท่ามกลางความงดงามของทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยขุนเขาและป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เรียกว่ามองไปก็คล้ายคลึงกับวิวของปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน ไม่น้อย มีทั้งจุดให้ชมวิว ถ่ายรูปกับอ่างเก็บน้ำและขุนเขาได้อย่างเต็มๆ ตา และนอกจากจะมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เข้าไปเดินชมป่าแล้ว ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบเต็มอิ่มก็สามารถกางเต๊นท์ที่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำได้ กลางคืนนอนมองดาวเต็มฟ้า ยามเช้าบางวันตื่นมาอาจได้พบกับสายหมอกลอยเรี่ยผืนน้ำและคลุมผืนป่า สวยงามจนนึกว่าอยู่ปางอุ๋งจริงๆ เข้าไปอีก

ที่ตั้ง : ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 039 434 528

อ.เขาคิชกูฏ

1. น้ำตกกระทิง หลายคนรู้จักเขาคิชฌกูฎจากรอยพระพุทธบาท แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าบริเวณนี้คือพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ ซึ่งมี น้ำตกกระทิง หนึ่งในต้นน้ำลำธารสำคัญแห่งหนึ่งของ จ.จันทบุรี

น้ำตกกระทิงมีความสูงทั้งหมด 13 ชั้น เมื่อมาถึงน้ำตกจะได้ยินเสียงน้ำไหลดังก้องอยู่ไม่ไกล ซึ่งนั่นคือเสียงจากน้ำตกชั้นที่ 1-3 โดยบริเวณชั้นที่ 3 จะมีสะพานพาดผ่านน้ำตกให้เดินเข้าไปชมใกล้ๆ แถมเป็นมุมถ่ายรูุปด้วย บริเวณนี้มีแอ่งน้ำที่สามารถลงไปเล่นน้ำได้ และถ้ามาช่วงน้ำใสจะเห็นปลาพลวงกำลังแหวกว่ายอยู่หลายตัว ใครที่อยากมาแค่ชมน้ำตกสามารถนั่งชิลๆ ตามโต๊ะเก้าอี้ที่ทางอุทยานจัดให้ได้ นอกจากนี้ ไม่ไกลยังมีอ่างเก็บน้ำ ที่สามารถเช่าเรือถีบหรือพายเรือเล่นได้ รวมทั้งมีบริเวณกางเต๊นท์ และบ้านพักให้บริการด้วย

แต่ถ้าเพิ่มความท้าทายก็มีทางเดินขึ้นไปในป่า ลัดเลาะเลียบน้ำตกไปเรื่อยๆ ซึ่งมีจุดชมวิวอยู่ระหว่างชั้น 5-8 แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพธรรมชาติ เพราะบางทีฝนตกหนัก ต้นไม้ล้มปิดทาง หรือเติบโตขึ้นมาบดบังวิวก็อาจจะได้เห็นผ่านช่องเล็กๆ แทน แต่ตลอดเส้นทางขึ้นน้ำตกกระทิงก็เต็มไปด้วยพรรณไม้ร่มรื่นตลอดสองข้างทาง มีไม้ทั้งยืนต้น มอส ไผ่ หรือกระทั่งเห็ดขึ้นตามขอนไม้ให้คอยสังเกตเพลินๆ ส่วนชั้นที่มองเห็นน้ำตกไหลลงมาจากผาสูงอย่างสวยงามอยู่ที่ชั้น 8-9 โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนน้ำจะเยอะและฟุ้งการจายอย่างอลังการ มีแอ่งน้ำที่ไม่ลึกมาก เหมาะให้กระโจนลงไปเล่นน้ำให้หายเหนื่อย เส้นทางนี้เดินไปกลับใช้เวลาประมาณ 3 ชัั่วโมง แบบไม่รวมเวลาเล่นน้ำ

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฎ ต.พลวง อ.เขาคิชกูฏ จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:30 น. ทุกวัน

โทร. : 039 452 074

2.ยอดเขาพระบาท อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ เป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสูงกว่า 1,050 เมตร จากระดับน้ำทะเล นับว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ “รอยพระพุทธบาท” นั้นมีลักษณะเป็นรอยบนหินแผ่นใหญ่ มีรอยลึกประมาณ 2 เมตรเศษ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร

ช่วงเวลาที่เปิดให้ขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ จะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ช่วงประมาณปลายเดือนมกราคม – มีนาคม ผู้มีจิตศรัทธาต้องใช้ความอึดเดินขึ้นสู่ยอดเขาอีกราว 3 กิโลเมตร ว่ากันว่าผู้ที่ได้มาสักการะแผ่นหินซึ่งเชื่อว่าประทับรอยพระพุทธบาทไว้ จะได้อานิสงส์แรงกล้า เปรียบได้กับการได้เข้าเฝ้าองค์พระศาสดาถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ โทร 0-3945-2075

อ.เขาสอยดาว

1.น้ำตกเขาสอยดาว เป็นน้ำตกที่คนรักการผจญภัยเดินป่าจะต้องหลงรัก แต่ก่อนจะมาเดินขึ้นก็ต้องฟิตร่างกาย และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมกันซักหน่อย เพราะหนทางมีทั้งเดินตามเทรลธรรมชาติไปจนถึงปีนป่ายลัดเลาะตามหน้าผา ยิ่งมาช่วงฝนก็จะได้ตื่นเต้นกับทากตัวน้อยที่อาจคืบคลานเข้าร่มผ้าแบบไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นถุงและสเปรย์กันทาก รวมทั้งถุงกันน้ำใส่ของและเสื้อกันฝน จึงต้องมีพร้อมก่อนออกเดินทาง โดยช่วงเวลาที่เหมาะคือ มาขึ้นตอนเช้า เดินออกจากป่าก่อน 15:30 น. และพึงระลึกไว้เสมอว่าเจ้าถิ่นที่นี่คือช้างป่า เพราะฉะนั้นการเดินขึ้นน้ำตกเขาสอยดาวจะต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นผู้นำทาง

น้ำตกเขาสอยดาวมีทั้งหมด 16 ชั้น แต่เปิดให้ชมได้ถึงชั้นที่ 9 อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตป่าลึกจึงยังมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก โดยตลอดระยะทางเดินป่ากว่า 2 กิโลเมตร จะมีจุดที่น่าสนใจให้ชมและผจญภัยไปตลอดเส้นทาง จุดแรกคือต้นตะเคียนทองอายุนับร้อยปีที่มีคนศรัทธานำชุดไทยมาถวาย เดินต่อไปจะเจอกับต้นพระเจ้าห้าพระองค์ขนาดหลายคนโอบ จุดต่อไปที่ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จะเจอน้ำตกชั้น 5 หรือผางาช้าง อยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่น จากนั้นอีก 100 เมตร จะเจอกับน้ำตกชั้น 6 หรือผานางลื่น ซึ่งมีลักษณะเป็นโขดหินขนาดใหญ่และกว้าง ทำให้สายน้ำแผ่ไหลลงมาเป็นม่านอย่างสวยงาม จากนั้นเส้นทางจะสมบุกสมบันมากขึ้น จากที่ต้องเดินป่า ข้ามลำธาร และท่อนซุง จะเพิ่มการปีนป่ายไปตามเส้นทางดินโคลนและหินที่ลื่น บางช่วงเลียบผาสูง จึงต้องใช้ความระมัดระวัง และเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ เพราะยิ่งอยู่ในป่าลึกก็ยิ่งใกล้กับช้างป่า แต่เมื่อมาถึงชั้นที่ 9 หรือวังพญางิ้วดำ และได้เห็นสายน้ำที่หล่นลงมาตามหน้าผาสูง จนฟุ้งกระจายชุ่มฉ่ำไปทั่ว ก็ต้องเรียกว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทั้ง แถมยังมีแอ่งน้ำให้ลงไปเล่นได้ด้วย

ส่วนขาลงอาจจะใช้เวลาน้อยกว่าขาขึ้น รวมไป-กลับแล้วประมาณ 3-5 ชั่วโมง เมื่อออกมาจากน้ำตกก็สามารถแวะล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ที่ห้องน้ำตรงทางออกน้ำตก ก่อนกลับอย่าลืมแวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติ และสัตว์เฉพาะถิ่นอย่างเจ้ากบอกหนาม ส่วนใครอยากอยู่ต่อสามารถจองที่พักของเขตฯ ได้ล่วงหน้า

ที่ตั้ง : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อ.เขาสอยดาว จ.จันทบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 081 384 5164

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!