Nature Escape 5 อุทยานสวยต้องพิชิต แพร่-อุตรดิตถ์ ค้นหาธรรมชาติ เปิดประสบการณ์ใหม่

Nature Escape 5 อุทยานสวยต้องพิชิต

แพร่-อุตรดิตถ์ ค้นหาธรรมชาติ เปิดประสบการณ์ใหม่

อุตรดิตถ์ : เข้าสู่อ้อมกอดของผืนป่า

ทุ่งดอกไม้ และสายหมอก

1. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ภูสอยดาว หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางสายป่าต่างปักหมุดมาท้าทายตัวเองเพื่อขึ้นถึง “ลานสนสามใบ” ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,633 เมตร โดยอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดคือ พิษณุโลก และอุตรดิตถ์ และคาบเกี่ยวพื้นที่ 2 ประเทศคือ ไทย และสปป.ลาว แต่ทางขึ้นภูจุดเริ่มต้นอยู่ที่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ในเขตของป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ซึ่งก่อนขึ้นจะพบกับ น้ำตกภูสอยดาวชั้นที่ 1 อยู่บริเวณที่ทำการฯ ตรงทางขึ้นภูสอยดาวนี่เอง เป็นน้ำตกสูง 5 ชั้นที่มีน้ำไหลตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน น้ำจะไหลแรงสวยงามกว่าช่วงอื่นๆ

​เมื่อผ่านกระบวนการชำระค่าเข้า ค่าอุปกรณ์กางเต๊นท์ ชั่งน้ำหนักสัมภาระ จ้างลูกหาบต่างๆแล้ว ก็พาร่างกายฟิตๆเดินขึ้นเขากัน ยิ่งเดินทางจะเริ่มลำบากมากขึ้น ซึ่งจะต้องใช้แรงเดินขึ้นและขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา แต่ตลอดทางที่เหนื่อยยากก็จะมีธรรมชาติรอบตัวให้หันไปมอง ยิ่งขึ้นสูง ได้มองเห็นแนวเขาทอดยาวอยู่รอบๆ ก็ยิ่งมีกำลังใจให้สูดหายใจลึกๆ และก้าวเดินต่อไป ผ่านเนินทั้งหมด 5 เนิน เป็นหมุดหมายให้นับระยะทาง คือ เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ปิดท้ายที่ลานสน ซึ่งเป็นลานกางเต๊นท์ รวมระยะทางที่ฝ่าฟันขึ้นมา 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเฉลี่ย 6-8 ชั่วโมง
เมื่อขึ้นมาแล้วก็จะได้สัมผัสกับความสวยงามของป่าสนสามใบ และหากมาในช่วงสิงหาคม-กันยายน ก็จะได้สัมผัสกับทุ่งดอกไม้ โดยเฉพาะทุ่งดอกหงานนาค สีม่วงพาสเทลละลานตา รวมทั้งสายหมอกยามเช้า แต่ถ้ามาช่วงปลายปี ก็จะได้สัมผัสกับอากาศหนาวและฟ้าเปิด ที่ช่างภาพมาตั้งกล้องถ่ายทางช้างเผือกกัน เรียกว่าถึงจะเหนื่อยล้า แต่ธรรมชาติบนภูสอยดาวก็คุ้มค่าทุกหยดเหงื่อจริงๆ

ข้อมูลนักเดินทาง

– ขึ้นภูสอยดาวต้องจองคิวผ่านแอป Queq มาก่อน

– อาหารและน้ำดื่มต้องเตรียมไปเอง

– ลานสน เป็นจุดกางเต๊นท์ อุปกรณ์ที่นอนและเต๊นท์ ทางอุทยานฯมีให้เช่า สามารถดูรายละเอียดค่าเช่าแต่ละแพ็คเกจได้ที่จุดชำระค่าเข้าอุทยานฯ

– สามารถประกอบอาหารบนลานสนได้ ซึ่งทางอุทยานฯก็มีอุปกรณ์ทำครัวให้เช่าบนลานสน ส่วนถ่านและแก๊สกระป๋อง มีจำหน่ายที่ร้านค้าสวัสดิการด้านล่าง

– ค่าใช้จ่าย : ค่าเข้าอุทยาน ค่าเช่าอุปกรณ์ต่างๆ ค่าจ้างลูกหาบขึ้น-ลงคิดตามน้ำหนัก ค่ามัดจำขยะ

ที่ตั้ง : ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

เวลาเปิด-ปิด : เดือนกรกฎาคม-มกราคม

โทร. : 055 436 793, 095 629 9528

2. อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่

ผืนป่าเบญจพรรณบนพื้นที่กว่า 22,000 ไร่ ที่หากใครขับรถเข้ามาในบริเวณอุทยานแล้วจะรู้สึกราวกับหายเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบที่ล้อมรอบไปด้วยความเงียบสงบของป่า โดยเฉพาะต้นสักที่เรียงรายสองฟากถนน มองแล้วตื่นตาน่าค้นหาไปตลอดทาง

จนเมื่อเข้ามาถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ก็จะพบกับความร่มรื่นจากบรรดาต้นสักขนาดใหญ่สมชื่อ รวมทั้งการจัดพื้นที่ให้เหมาะมาเดินชมธรรมชาติและนั่งพักผ่อน แต่ไฮไลท์จริงๆของอุทยานฯนี้อยู่ที่ ต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก ค้นพบเมื่อพ.ศ. 2470 สันนิษฐานอายุกว่า 1,000 ปี ขนาดรอบโคนต้นวัดได้ 948 ซม. หรือ 8 คนโอบ ยืนต้นโดดเด่นตระหง่านให้ทุกคนได้แหงนมองความสูงกว่า 38.5 เมตร ตรงจุดนี้ทางอุทยานฯได้ปรับพื้นที่เป็นลานสักใหญ่ หรือลานมเหสักข์ ทำทางเดินแบบยกพื้นล้อมรอบสำหรับชมความยิ่งใหญ่ ซึ่งกล่าวกันว่าต้นสักต้นนี้รอดยุคสัมปทานป่าไม้มาได้เพราะลำต้นด้านในเป็นโพรง จึงใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ไม่ได้นั่นเอง

นอกจากต้นสักใหญ่ต้นนี้แล้ว ทางอุทยานฯ ยังได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หน้าตาคล้ายท่อนซุง ด้านในเป็นนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ ทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าในพื้นที่ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานฯอื่นๆ ก็เช่น ภูเมี่ยง, น้ำตกคลองตรอน, ถ้ำจัน เป็นต้น ใครที่อยากซึมซับความสดชื่นต่อที่นี่ยังมีลานกางเต๊นท์รองรับได้ 50 หลัง และบ้านพักอุทยานฯอีก 6 หลัง

ข้อมูลนักเดินทาง

– เข้าอุทยานฯ ต้องจองคิวผ่านแอป Queq มาก่อน

– ที่นี่ไม่มีค่าเข้าอุทยานฯ

ที่ตั้ง : ต.น้ำไทร อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

เวลาเปิด-ปิด : 08:00 -16:30 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 089 980 7410 (คุณธนธรณ์)

แพร่ : โอบกอดสักใหญ่ ไปล่องแก่ง

แวะชมธรรมชาติอัศจรรย์

1. วนอุทยานแพะเมืองผี

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสุดคลาสสิคของจ.แพร่ ที่น้อยคนจะไม่รู้จัก หรือก็ต้องเคยได้ยินชื่อ ที่นี่มีพื้นที่กว้างกว่า 500 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเนินสูงต่ำด้วยผาและเสาหินทรายสูงตระหง่าน ที่ผ่านการกัดเซาะและพังทลายจากลมและฝนมานานนับล้านปี จนเกิดเป็นรูปฟอร์มที่แปลกตาทั่วบริเวณ เหมาะกับสายถ่ายภาพที่ชอบครีเอทมุมใหม่ๆ ได้ฟีลเหมือนยืนอยู่บนดาวอันไกลโพ้น

คำว่า แพะเมืองผี มีความหมายมาจากภาษาเหนือ คือคำว่า แพะ หมายถึงป่าละเมาะ ส่วนเมืองผี คือ พื้นที่รกร้างไม่มีคนอยู่อาศัย และด้วยความแปลกแตกต่างของพื้นที่ คนสมัยก่อนจึงมีตำนานเรื่องเล่ากล่าวถึง ย่าสุ่ม หญิงชราที่เข้ามาหาของป่าแล้วเจอกับบ่อเงินบ่อทอง จึงได้พยายามใส่หาบออกไป แต่ก็หลงป่าหาทางออกไม่ได้ เลยตัดสินใจทิ้งหาบนั้นไว้ หาไม้มาวางต่อกันเป็นราวระหว่างเดินออกจากป่า เมื่อออกไปได้ก็ชวนชาวบ้านกลับมาตามทาง แต่แล้วก็พบว่าหาบใส่เงินใส่ทองที่ทิ้งไว้หายไปแล้ว เหลือเพียงรอยเท้าที่นำพามาสู่แพะเมืองผีแห่งนี้

ภายในวนอุทยานฯมีทางเดินศิลาแลงให้เดินชมเสาหินไปตามทาง บางจุดก็มีรูปร่างเป็นกำแพงสูง บางจุดก็หน้าตาเหมือนดอกเห็ด โดยจะมีป้ายเตือนตลอดทางไม่ให้ปีนป่ายเพื่อความปลอดภัย แต่ก็มีจุดชมวิวมุมสูงให้เดินไปชมได้แบบไม่ต้องปีนนั่นคือที่ ผาผ่อแล่ อยู่บนเนินสูงสุดของแพะเมืองผี เป็นจุดชมวิวมุมกว้างที่มองเห็นทั้งประติมากรรมธรรมชาติและป่าเต็งรังที่ล้อมรอบ ส่วนใครที่อยากพักค้างคืน ที่นี่ก็สะดวกสบายเพราะมีทั้งลานกางเต๊นท์และบ้านพักเป็นหลังให้บริการ รวมทั้งร้านอาหาร และร้านจำหน่ายสินค้า OTOP

ข้อมูลนักเดินทาง

– เข้าอุทยานฯ ต้องจองคิวผ่านแอป Queq มาก่อน

– ที่นี่ไม่มีค่าเข้าอุทยานฯ

– ต้องการกางเต๊นท์หรือนอนบ้านพัก ต้องติดต่อจองมาล่วงหน้า

ที่ตั้ง : ต.น้ำชำ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่

เวลาเปิด-ปิด : 08:00 -17:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 087 795 3593, 061 286 6122 (คุณบุญทัน)

2. อุทยานแห่งชาติแม่ยม

หลายคนเคยได้ยินชื่อ แก่งเสือเต้น แต่อาจจะไม่รู้ว่าที่นี่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม จ.แพร่ ซึ่งหากเดินทางมาถึงบริเวณทำการอุทยานแล้วก็จะได้เติมความสดชื่นจากสายน้ำแม่ยมที่ไหลผ่านกลางพื้นที่อุทยานฯแห่งนี้ ท่ามกลางวิวขุนเขา และป่าเบญจพรรณที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าสักธรรมชาติที่มีอยู่อย่างหนาแน่น บนพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 454 ตร.กม. โดยแก่งเสือเต้น ก็คือสายน้ำตรงหน้าที่มีเกาะแก่งธรรมชาติ ความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ส่วนชื่อนั้นมาจากรอยคล้ายรอยเท้าเสือที่ประทับอยู่บนหินก้อนหนึ่งในแก่งนั่นเอง

​ด้วยภูมิประเทศที่มีความหลากหลายในที่เดียวแบบนี้ ที่นี่จึงมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว เดือนตุลาคม-ธันวาคม น้ำกำลังเต็มเหมาะสำหรับกิจกรรมล่องแก่งเสือเต้น ซึ่งทางอุทยานฯก็มีบริการทริปล่องแก่งพร้อมเจ้าหน้าที่ดูแล ในระยะทางประมาณ 2 กม. ให้สนุกสนานกับกระแสน้ำและเกาะแก่งท้าทายแต่ไม่ถึงกับไหลรุนแรง

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ดงสักงาม ซึ่งเป็นแนวไม้สักสูงใหญ่ยาวกว่า 12 กม. หากมาในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน บริเวณนี้จะสะพรั่งไปด้วยดอกสักสีเหลืองอร่าม งดงามน่าถ่ายรูปมากๆ ส่วนบริเวณผาลาด ก็จะได้ตื่นตากับฝูงนกยูงธรรมชาติจำนวนมาก หรือจะเดินชมป่าที่หล่มด้ง และขาดไม่ได้คือการตื่นมาชมทะเลหมอกแต่เช้าตรู่ที่จุดชมวิวทะเลหมอก โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะสามารถมองเห็นวิวขุนเขาและผืนหมอกฟูขาวจากมุมสูงได้ไกลสุดสายตา

ข้อมูลนักเดินทาง

– เข้าอุทยานฯ ต้องจองคิวผ่านแอป Queq มาก่อน

– ค่าเข้าชม : คนไทยคนละ 20 บาท รถยนต์คันละ 30 บาท มอเตอร์ไซค์คันละ 20 บาท

– มีลานกางเต๊นท์ให้บริการ แต่ต้องนำอุปกรณ์มาเอง รวมทั้งบ้านพักอุทยาน 2 หลัง

– กิจกรรมล่องแก่งมีให้บริการระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม ลำละ 1,000 บาท นั่งได้ 6 คน มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทาง

ที่ตั้ง : ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่

เวลาเปิด-ปิด : 07:00 – 18:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 082 938 0630 (คุณรัฐกฤต)

3. อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง

เป็นอุทยานฯที่ตั้งอยู่ท่ามกลางผาหินปูน สายน้ำ แก่งหิน และโถงถ้ำ เรียกว่ามาเที่ยวที่เดียวจะได้พบกับรูปฟอร์มที่น่าอัศจรรย์ของธรรมชาติที่น่าทึ่งมากมาย โดยที่มาของชื่ออุทยานฯมาจากก้อนหินใหญ่ลักษณะคล้ายกลองบนหน้าผาสูง ที่ชาวบ้านกล่าวว่ามักจะได้ยินเสียงกลองดังมาจากเทือกเขานี้ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาเพลและวันพระ ชาวบ้านเลยเรียกเทือกเขานี้ว่า ดอยผากลอง

​อุทยานฯแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 188.77 ตารางกิโลเมตร ในเขตอ.ลอง อ.เมืองแพร่ และอ.สูงเม่น จ.แพร่ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของลำน้ำยม และมีความหลากหลายทั้งพืชพรรณ สัตว์ป่าต่างๆ แต่ที่นักท่องเที่ยวรู้จัก ก็คือความสวยงามของเทือกเขาหินปูนที่สลับซับซ้อน จนกลายเป็นสวนหินธรรมชาติ ที่มีรูปร่างแปลกๆให้จินตนาการกัน จุดที่น่าสนใจ เช่น

สวนหินมหาราช เป็นกลุ่มหินโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินตามธรรมชาติอย่างสลับซับซ้อน รูปร่างชวนจินตนาการว่าคล้ายจระเข้บ้าง ไดโนเสาร์บ้าง ดูพิศวงวราวกับหลุดเข้าไปในหนัง บางจุดก็เป็นหินซ้อนกันคล้ายจะหล่นลงมา บางจุดก็เป็นโถงถ้ำเล็กๆที่เป็นทางลมผ่าน เย็นสบายราวกับเปิดแอร์

แก่งหลวง และถ้ำเอราวัณ จุดนี้เป็นโขดหินใหญ่อยู่กลางแม่น้ำ ซึ่งเพียงเข้ามายืนชมริมฝั่งก็จะได้ยินเสียงสายน้ำกระทบแก่งแล้ว โดยเฉพาะช่วงน้ำมากอย่างฤดูฝน ส่วนถ้ำเอราวัณอยู่ตรงข้ามกับแก่ง ต้องจ้างเรือชาวบ้านข้ามไปชม ภายในเป็นโถงถ้ำมีหินงอกหินย้อยงดงาม และอากาศเย็นสบายตามธรรมชาติ มีหินรูปร่างแปลกตาให้จินตนาการ

ภูเขาหินปะการัง หรือร่องหินแตก เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกผ่านการกัดเซาะทั้งลมและฝนเป็นเวลานาน จนหินปูนบริเวณนี้มีลักษณะเป็นร่องแหลมคมคล้ายกลุ่มปะการังในทะเล มองเห็นเป็นรอยหยักแหลมๆ สวยแปลกตา ทางอุทยานฯ จึงได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินชมรูปทรงผาหิน ระยะทางประมาณ 1.1 กม. เพื่อขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขา ระหว่างทางเดินก็จะได้ผจญภัยผ่านทางหินปูน ไปพร้อมกับชมพันธุ์ไม้บนเขาหินปูน เช่น จันทน์ผา กระบองเพชร ฯลฯ รวมทั้ง ถ้ำผากลอง ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม

ข้อมูลนักเดินทาง

– เข้าอุทยานฯ ต้องจองคิวผ่านแอป Queq มาก่อน

– ค่าเข้าชม : คนไทยคนละ 20 บาท รถยนต์คันละ 30 บาท มอเตอร์ไซค์คันละ 20 บาท

– มีลานกางเต๊นท์พร้อมอุปกรณ์ให้เช่า รวมทั้งบ้านพักอุทยาน 2 หลัง

ที่ตั้ง : ต.ต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่

เวลาเปิด-ปิด : 08:00 – 18:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 093 874 1573 (พี่อภิชาติ)

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!