ปักหมุดความอร่อย เที่ยวไป ชิมไป @ เพชรบุรี

ทุกคนรู้ คนชอบกินรู้ ว่า จ.เพชรบุรี มีแต่ของอร่อย หลากหลายรสชาติ ซึ่งล้วนมีความเป็นมาที่น่าสนใจจนอยากแนะนำให้เดินทางเข้าไปสัมผัสให้ถึงต้นกำเนิดอาหารเด็ดเมนูอร่อยแห่งเพชรบุรีดูสักที

เริ่มตั้งแต่ร้านริมทางที่จอดรถก็กินได้เลย ไปจนถึงลัดเลาะเข้าดงตาล ผ่านขุนเขา เด็ดมาปรุง ถึงจะได้ลิ้มลองความอร่อยที่มีมากกว่ารสชาติ จากหม้อแกงถึงขนมตาล จากแกงหัวตาล ถึงดอกเกลือ มาปักหมุด เที่ยวไป ชิมไปสไตล์ลึกซึ้ง ที่ จ.เพชรบุรี ด้วยกันเลย

Day 1

พิกัดแรกที่เราเดินทางไปท่องเที่ยว และเรียนรู้ด้วยกันคือ ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์

ที่นี่เป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงระดับรางวัล ที่นำเอาวิถีคาวบอยแบบ “น้ำทรัพย์สไตล์” มาใช้เป็นจุดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยแต่เดิมชาวบ้านน้ำทรัพย์เลี้ยงม้าเอาไว้ต้อนฝูงวัวอยู่แล้ว ต่อมาพอมีถนนหนทางสะดวกขึ้น ม้าที่เลี้ยงไว้จึงลดบทบาทลง เลยเกิดไอเดียนำม้ากลับมาทำเป็นกิจกรรมท่องเที่ยว อย่างเช่น ขี่ม้าลัดเลาะขุนเขาในชุมชน ไปจนถึงกิจกรรมอาชาบำบัดให้กับผู้ที่มีอาการสมาธิสั้น เรียนรู้ภูมิปัญญาเกษตรตามฐานต่างๆ ในหมู่บ้าน

นอกจากนี้ผลผลิตที่มีก็ยังเอามาปรับเปลี่ยนหน้าตาและคุณค่าจนน่ากิน อย่างทองพับและทองม้วน

หรือปลาส้ม ที่ขายดีขึ้นชื่อ รวมทั้งมีเวิร์คช็อปให้ผู้ที่สนใจมาลองทำกันสนุกๆ ไม่ว่าจะเป็น ปลาส้มคั่วกลิ้ง ปลาส้มนักเก็ต รวมไปถึงยังมีการแสดงคาวบอยให้ชม และมีโฮมสเตย์ให้พักด้วย

ที่ตั้ง : ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 16.00 น. ทุกวัน

โทร. 092 947 5984

อีกหนึ่งชุมชนน่ารัก ที่อยากชวนมาแวะมาเช็คอินอีกแห่ง นั่นคือ ชุมชนบ้านถ้ำเสือ ชุมชนคนรักษ์ผืนป่าใน อ.แก่งกระจาน ที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรป่าในพื้นที่จนจัดตั้งเป็นธนาคารต้นไม้ พร้อมกับเตรียมกิจกรรมให้คนที่ชอบเที่ยวธรรมชาติและรักสิ่งแวดล้อมได้มามีประสบการณ์ร่วมกัน โดยเฉพาะกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารการกิน

ชุมชนนี้มีพืชผักอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งที่ขึ้นเองและปลูกกันแบบปลอดสารพิษ อย่างเช่น ผักกูด ที่ขึ้นเป็นทุ่งริมแม่น้ำเพชรบุรี ให้ไปเก็บกันกับมือ แล้วนำมายำเองกินเอง เรียกชื่อเมนูว่า ยำถ้ำเสือ นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นจากวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ปลาทอดน้ำตก หน่อไม้ผัดไข่ ต้มจิ๋วไก่ ฯลฯ

และยังมีเวิร์คช็อปทำไข่เค็มสมุนไพร ที่สามารถทำกลับไปชิมเองที่บ้านได้

ไปจนถึงทำทองม้วน ซึ่งต้องบอกว่าเป็นสูตรที่สืบทอดจากรุ่นต่อรุ่น มี 2 รสชาติ คือ รสเค็มและรสหวาน โดยใช้วัตถุดิบในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นรสหวานน้ำตาลโตนด และรสเค็มๆมันๆ ด้วยกะทิเข้มข้น ซึ่งทางชุมชนก็มีจำหน่ายเป็นของฝากให้ซื้อกลับอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 16.00 น. ทุกวัน

โทร. 082 918 7774, 089 810 1806

บรรยากาศสดชื่น รอบๆ พื้นที่เขื่อนแก่งกระจาน

ค่ำคืนนี้ที่เพชรบุรี แล้วมาเช็คอินเติมความสุขกันที่ ฟิชเชอร์แมน รีสอร์ท ที่พักติดริมหาดเจ้าสำราญในโซนที่เงียบสงบราวกับได้มาพักผ่อนบนชายหาดส่วนตัว ภายในมีห้องพักหลายขนาด ทั้งแบบซูพีเรียร์บนตึก และวิลล่าเป็นหลังๆ

รอบด้านยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งสนามหญ้าและไม้ใหญ่สุดร่มรื่น ในห้องพักก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น อ่างอาบน้ำ ทีวี ตู้เย็น มินิบาร์ โซฟาเบด เตียงก็นอนสบาย ส่วนด้านนอกมีทั้งห้องอาหาร และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ให้ไปแหวกว่าย ส่วนใครที่อยากเล่นน้ำทะเล เดินลงหาดไปไม่กี่ก้าวเท้าก็แตะน้ำแบบไม่มีอะไรมากั้นแล้ว

ที่ตั้ง : ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. 032 478 021

ส่วนมื้อเย็น เรามานั่งอิ่มเอมความอร่อยกันที่ ร้านป้าหยัน อ.เมืองเพชรบุรี

ร้านอาหารรสชาติคนเมืองเพชร ที่ให้ความสึกเหมือนทานข้าวอยู่บ้าน ภายในร่มรื่นด้วยเงาไม้มีมุมให้เลือกนั่งตกแต่งไม่ซ้ำกัน มาแล้วต้องลองสั่งสะตอผัดกะปิกุ้งหมูสับ ห่อหมกครก น้ำพริกกะปิ ผัดฉ่าปลาดุก แกงหมูพะโล้ ฯลฯ อิ่มแปล้แน่นอน

ที่ตั้ง : ต.หนองพลับ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

เปิด-ปิดเวลา : ทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 0-3259-8229

ส่วนเมนูอาหารก็เน้นสไตล์ไทยๆจัดจ้าน เมนูแนะนำก็ต้อง แกงคั่วหอมขม และแกงป่า รสชาติโดนใจ หรือจะลองขากบทอดกระเทียม จานนี้ก็ทอดมากรอบๆ กินเพลิน นอกจากนี้ยังมีไข่ฟูปูม้วน หลนปูม้า ส้มตำผักหวาน ฯลฯ นั่งกินไปฟังดนตรีเล่นคลอไป สบายใจ

ที่ตั้ง : ซอยเทศบาลบ้านลาด ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 10.30 – 22.00 น. ทุกวัน

โทร. 089 081 2559

Day 2

มาเมืองเพชรบุรีทั้งที ต้องไม่พลาดมาสัมผัสวิถีคนขึ้นตาล ชุมชนบ้านไร่กร่าง

มาลิ้มรสหวานหอมของตาลโตนดให้สมกับมาเยือนเมืองเพชรซักหน่อย และด้วยชุมชนนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาป่าตาล จึงเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับตาลโตนดที่น่าสนใจมากๆ อย่างแรกต้องแวะทักทายคุณยายเชื้อ หญิงชราที่สมัยก่อนเป็นคนขึ้นตาลสุดแกร่งไม่แพ้ผู้ชาย ซึ่งแกจะต้อนรับด้วยน้ำลูกตาลเฉาะให้ชิมสดๆ

ขาดไม่ได้ก็ต้องไปชมชาวบ้านขึ้นตาล ชมการต้มตาล และห้ามพลาดชิมเมนมูซิกเนเจอร์จากวัตถุดิบในของชุมชน นั่นคือ หัวโหนด หรือส่วนขั้วของลูกตาลอ่อน จะนำเอามาแกงหรือยำก็อร่อย กินกับข้าวสวยก็ยิ่งเข้ากัน นอกจากนี้ยังมีขนมทำจากตาลโตนดหากินที่อื่นไม่ได้ เช่น ขนมโตนดสุก ขนมโตนดทอด ทองม้วน ฯลฯ

ที่ตั้ง : อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. 081 019 5545

สวนตาลอีกแห่งที่กำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในตอนนี้คือ สวนตาลลุงถนอม

เมื่อมาถึงจะรู้สึกแปลกตาที่เห็นตาลต้นขนาดใหญ่เรียงรายเป็นแถวเป็นแนวแตกต่างจากตาลสูงผอมริมทาง สวนตาลพื้นที่กว่า 10 ไร่นี้ปัจจุบันดูแลโดยพี่อำนาจ ลูกชายลุงถนอม ซึ่งจะสาธิตการขึ้นตาล ปาดตาล และเก็บกระบอกตาลลงมาให้ชมอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับเล่าถึงเทคนิคปาดตาลที่ค่อนข้างอันตรายและต้องชำนาญ

ปัจจุบันจึงเหลือคนรุ่นใหม่สืบสานการทำสวนตาลอยู่ไม่มาก นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเตาตาลที่ต้มน้ำตาลสดควันโขมงอยู่ตลอดเวลา สามารถแวะพูดคุยสอบถาม รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์จากตาลให้เลือกซื้อและชิม ทั้งน้ำตาลสด ขนมตาล จาวตาลเชื่อม ลูกตาลสด และผลไม้ต่างๆ

ที่ตั้ง : ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08.30 – 18.00 น. ทุกวัน

โทร. 032 440 355, 087 800 7716

สนุกชิม สนุกเรียนรู้ที่สวนตาลลุงถนอมกันแล้ว เราก็แวะมา ครัวเชฟชุมชน บ้านถ้ำรงค์

ในทางประวัติศาสตร์ บ้านถ้ำรงค์ ถือว่ามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ย้อนไปถึงสมัยทวาราวดีจากหลักฐานคือพระพุทธรูปสลักในถ้ำ ส่วนวิถีชีวิตก็ต้องบอกว่าชาวบ้านที่นี่ผูกพันอยู่กับการขึ้นตาลและทำตาลมาหลายชั่วอายุคน เมื่อมาเที่ยวถึงชุมชนก็จะได้เรียนรู้ทั้งภูมิปัญญาเกี่ยวกับต้นตาล จักสานจากใบตาล ทำว่าว

และขาดไม่ได้คือเมนูซิกเนเจอร์จากร้านเชฟชุมชน บ้านถ้ำรงค์ ซึ่งจะมีสาธิตการทำแกงหัวตาล และขนมตาลให้ชมด้วย บอกเลยว่า อาหารจากเชฟชุมชนที่นี่อร่อยมาก

นอกจากแกงหัวตาล ยังมีแกงกะทิหัวปลี น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอด ฯลฯ โดยเฉพาะขนมตาลที่นึ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ ทั้งหอม ทั้งนิ่ม ลองแล้วจะติดใจ

ที่ตั้ง : ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 12.00 น. ทุกวัน

โทร. 099 246 9099

จากนั้นตอนบ่ายๆ เราแวะมาเที่ยว ชุมชนริมน้ำเพชรบุรี ที่นี่เป็นย่านใจกลางเมืองเพชรที่มีทั้งโบราณสถานสำคัญอย่างวัดมหาธาตุ วัดพลับพลาชัย ที่ยังงดงามด้วยศิลปะสกุลช่างเมืองเพชร สามารถเดินเที่ยวลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยได้ไม่เบื่อ โดยเฉพาะย่านค้าขายเก่าแก่ ที่ตรอกกลางตลาดจะพบกับสตรีทอาร์ทที่ทางชุมชนตั้งใจสื่อถึงสัตว์เลี้ยงของคนในชุมชนจริงๆ โดยเฉพาะน้องหมาและแมวที่มีหลายตัว

นอกจากนี้ยังมีของกินขึ้นชื่อให้แวะชิมอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเจ๊นิ ชิมก๋วยเตี๋ยวเส้นเกี๊ยมอี๋ ข้าวแช่เมืองเพชร ร้านแม่อร ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นน้ำแดง เป็นต้น และหากเดินเข้าซอยคลองกระแชง ก็จะได้พบกับสตรีทอาร์ทรูปมิตรชัย บัญชา ในตรอกข้างๆ บ้านเล่าเรื่องหนังเก่า มิตรชัย บัญชา ของลุงสนั่น ให้มาแวะถ่ายภาพเท่ๆกันอีกหนึ่งจุดด้วย

ที่ตั้ง : อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 04:00-20:00 น. เปิดทุกวัน

 

แล้วเรายังได้มา พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่โบราณ วัดพลับพลาชัย กล่าวกันว่าสมัยก่อนหนังใหญ่วัดพลับพลาชัยมีชื่อเสียงทั้งในเรื่องความละเอียดอ่อนของลวดลายที่แกะสลักลงบนผืนหนัง ไปจนถึงการแสดงที่ได้อรรถรสจนเป็นที่ร่ำลือถึงขนาดตระเวนเล่นตามงานต่างๆ ไปจนถึงแสดงถวายรัชกาลที่ 5

โดยหนังใหญ่วัดพลับพลาชัย ริ่เริ่มโดยหลวงพ่อฤทธิ์ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งตัวหนังแบ่งเป็น หนังจับ ที่ฉลุเป็นลวดลายตัวละครและฉากเมืองขนาดใหญ่ และหนังเดี่ยว ที่ฉลุเป็นลายเฉพาะตัวละครนั้นๆ ปัจจุบัน หนังใหญ่ที่ยังหลงเหลือได้ถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ภายในวิหารพระคันธารราฐ มีทั้งไฟส่องสว่างให้เห็นรายละเอียด ประวัติ รวมทั้งมีกิจกรรมทดลองตอกหนังใหญ่ รวมทั้งมีการแสดงทั้งละครชาตรีและหนังใหญ่ให้ชมด้วย

ที่ตั้ง : ต.คลองกระแซง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน

โทร. 065 078 8848

Day 3

วันที่สามที่ได้มาเช็คอินเพชรบุรี บอกได้เลยว่า เมืองนี้มีเสน่ห์มากกว่าที่เราคิดไว้มากจริงๆ เช้าวันนี้เราเดินทางไป บ้านนาพันสาม เมืองเพชรขึ้นชื่อว่าเมืองขนมหวาน แต่ถ้าจะเข้าถึงเมืองขนมหวานอย่างแท้จริงต้องมาที่นี่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหมู่บ้านทำขนมหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในหมู่บ้านก็มีหลายเจ้า แต่ละเจ้ามีเอกลักษณ์ต่างกันไป บ้างก็เน้นขนมหม้อแกง เม็ดขนุน ทองหยิบ ฝอยทอง ขนมชั้น ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสูตรที่ตกทอดมาหลายชั่วอายุคน

นอกจากจะได้แวะเลือกซื้อขนมหวานละลานตา ทั้งจากหน้าร้าน และที่ตลาดน้ำนาสามพันในวันหยุดแล้ว ยังจะได้ชมกรรมวิธีทำขนมไทยในปริมาณคราวละมากๆ ซึ่งก็น่าตื่นตาไม่แพ้กัน หรือจะรอช่วงเทศกาลขนมหวานที่นี่ก็มีจัดใหญ่ขนาดปิดตำบลให้กินฟรีกันเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ต.นาสามพัน อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

จากฝั่งขุนเขาเดินทางออกสู่ทะเลกันบ้าง เรามุ่งหน้าสู่ วิสาหกิจแพปลาแหลมผักเบี้ย

กล่าวกันว่าทรายเม็ดแรกที่เชื่อมโยงจากทะเลโคลนก่อตัวขึ้นที่แหลมผักเบี้ยนี่เอง นอกจากชาวบ้านที่นี่จะพาล่องเรือไปชมจุดกำเนิดทรายเม็ดแรกที่ว่าแล้ว ยังมีธนาคารปูม้า ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลปูม้า

รวมทั้งมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวร่วมปล่อยลูกปูม้าสู่ทะเลที่บริเวณจุดกำเนิดทรายเม็ดแรกด้วย กิจกรรมนี้จะช่วยให้ปูม้าในทะเลมีปริมาณเพิ่มขึ้น และกลับมาเป็นแหล่งอาหารให้กับคนบนฝั่งต่อไป

นอกจากนี้ชุมชนแหลมผักเบี้ยยังมีเมนูปูม้าให้ได้ชิมความสดความหวาน รวมไปถึงสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งเพาะเลี้ยงกันทั่วในแถบนี้ กินสดๆกับน้ำจิ้มซีฟู้ดส์คืออร่อยมาก

ที่ตั้ง : ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 17.00 น. ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์

โทร. 080 250 2537

และปิดท้ายความสุขกันที่ สปากังหันทอง จากเมืองของหวาน ตัดด้วยรสเค็มของนาเกลือที่เวิ้งว้างขาวโพลนจนต้องหรี่ตาดู แต่ใช่ว่าเกลือจะทำได้แค่ปรุงอาหารเพิ่มความเค็มเท่านั้น

สปาแห่งนี้ยังได้นำประโยชน์จากดอกเกลือบริสุทธิ์ หรือส่วนที่โดนแสงแดดจนตกผลึก และลอยอยู่เหนือผืนนาเกลือ มาผสานคุณค่าจากสมุนไพร จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สปา มีทั้งสครับตัว เกลือแช่เท้า สบู่ โลชั่น ฯลฯ ซึ่งช่วยบำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง สดใส คลายความเมื่อยล้า ที่นี่มีทั้งบริการนวดตัว นวดหน้า แช่เท้า ขัดผิว แลยังมีเวิร์คช็อปสนุกๆ ทั้งทำเกลือสปา ไปจนถึงเรียนรู้หลักการทำนาเกลือ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นของคนในแถบนี้

ที่ตั้ง : ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 17.00 น. ทุกวัน

โทร. 091 705 0926

และนี่คือเพชรบุรี เมืองน่ารัก น่าเที่ยว และเต็มไปด้วยของกินอร่อย ที่เราอยากให้คุณแวะมากันสักครั้ง 

ขอขอบคุณ: องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!