หนีความวุ่นวาย ไปเที่ยวเท่ เที่ยวกาญจน์ 2 วัน 1 คืน

หลบความวุ่นวาย ไปเที่ยวชิลๆ กันที่ จ.กาญจนบุรีดีกว่า ขับรถจากกรุงเทพฯเพียง 2 ชั่วโมงนิดๆก็ถึงแล้ว จังหวัดนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายแบบ ทั้งทางประวัติศาสตร์ก็มีเรื่องเล่ามากมายจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ทางธรรมชาติก็มีทั้งน้ำตก ขุนเขา และอ่างเก็บน้ำ ให้ไปแวะสดชื่น อาหารการกินก็มีมากมายหลายตลาด เรียกว่าอยากกินอะไรก็ได้กิน แถมยังได้เที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยวิถี New Normal อีกด้วย

จุดเช็คอิน :  สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ในอดีตที่นี่คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ถึงความโหดร้ายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องสูญเสียชีวิตทหารเชลยศึกไปมากมายเพื่อสร้างทางรถไฟสายมรณะนี้ ส่วนทุกวันนี้ใครมาถึงกาญจนบุรีก็คงไม่พลาดมาแวะถ่ายรูปเช็คอินบนสะพานประวัติศาสตร์นี้กัน นอกจากความสวยงามของโครงสร้างสะพาน สองข้างก็คือวิวแม่น้ำแควที่ทอดยาว มีเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่เป็นฉากหลัง ถ้ามาได้จังหวะดี ก็จะพบกับขบวนรถไฟสายน้ำตกที่วิ่งผ่านให้เก็บภาพเป็นที่ระลึกด้วย

แหล่งอาหารถิ่น กินอร่อย :  ตลาดโต้รุ่งเมืองกาญจนบุรี

มาเที่ยวกาญจนบุรีรับรองว่าไม่มีคำว่าหิวโดยเฉพาะมื้อเย็นถึงค่ำ มาก็ง่ายมากเพราะอยู่ใจกลางเมืองริมถนนแสงชูโต ตรงข้ามโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ตลอดแนวมีร้านขายอาหารสารพัดแบบ เรียกว่าอยากกินอะไรส่วนใหญ่จะได้กิน ไม่ว่าจะเป็นบรรดาร้านข้าวต้มและอาหารตามสั่งที่มีกระจายอยู่หลายร้าน น้ำปั่นทั้งน้ำผลไม้ นมสด ชา กาแฟ ขนมไทย ลูกชิ้นปิ้ง ทอด หม่าล่า ก๋วยเตี๋ยว ขนมครก ขนมปังปิ้ง ขนมเบื้อง ฯลฯ บอกเลยว่าน่ากินไปซะทุกร้าน

กิจกรรมท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ : ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

เที่ยวตลาดแวะหาของอร่อย ก่อนเริ่มและหลังรับประทานอาหารอย่าลืมหยิบขวดเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ออกมาทำความสะอาดมือเพื่อสุขอนามัยที่ดี ปลอดภัยจากโรคติดต่อ

จุดเช็คอิน : เขื่อนศรีนครินทร์

เขื่อนเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สร้างเหนือลำน้ำแควใหญ่ หน้าที่หลักๆคือผลิตไฟฟ้าโดยกฟผ. และช่วยในเรื่องชลประทานทั้งป้องกันน้ำท่วมและน้ำแล้ง ขณะเดียวกันก็ยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม ทั้งจากฝั่งขุนเขาที่อุดมสมบูรณ์ และฝั่งอ่างเก็บน้ำที่กว้างไกลสุดสายตา สามารถแวะมาถ่ายรูปบนสันเขื่อนกับวิวอลังการนี้ได้ตลอดทั้งวัน รวมทั้งมีที่พักหลายแห่งที่ทำเป็นแพลอยน้ำให้ไปสนุกกับกิจกรรมทางน้ำและชมวิวในเขื่อนแบบเต็มอิ่มด้วย

แหล่งอาหารถิ่น กินอร่อย :  ตลาดน้ำตกไทรโยคน้อย

จุดจำหน่ายสินค้าของฝากตั้งอยู่ตรงข้ามทางเข้าน้ำตกไทนโยคน้อย เรียงรายหลายร้านค้าซึ่งส่วนใหญ่จะจำหน่ายของกินขึ้นชื่อในย่านนี้ นั่นคือกล้วยฉาบ เผือกฉาบ มันฉาบ ซึ่งทุกร้านก็ทอดกันใหม่ๆสดๆ พร้อมให้เลือกชิมได้หมด มีหลายรสชาติให้เลือก ทั้งกล้วยฉาบหวาน กล้วยฉาบเค็ม หรือโรยผงบาร์บีคิว เผือกและมันเส้นทอด มันรังนก ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเนื้อแดดเดียวรสชาติดี และร้านอาหารตามสั่ง ใครเที่ยวน้ำตกแล้วไม่ควรพลาดแวะมาซื้อของฝากติดมือกลับบ้านจากที่นี่

กิจกรรมท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ : ใช้แก้วน้ำส่วนตัว แทนแก้วพลาสติก

มาพกแก้วส่วนตัวเวลาไปไหนมาไหนให้ติดเป็นนิสัยกันดีกว่า เที่ยวน้ำตกมาเหนื่อยๆ อยากซื้อเครื่องดื่ม ก็เพียงยื่นแก้วส่วนตัวให้ทางร้าน ช่วยลดการใช้แก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง แถมยังเอากลับมาใช้ใหม่ได้เรื่อยๆด้วย

กิจกรรมท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ : สวมหน้ากากอนามัย

ถึงจะมาแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้งแบบนี้ ก็ควรป้องกันตัวเองและคนรอบข้างด้วยการใส่หน้ากากอนามัยเอาไว้ ทั้งจากการไอจาม จะได้ปลอดภัยจากจากโรคติดต่อ แถมยังกันฝุ่นที่พัดมากับลมได้อีกด้วย

จุดเช็คอิน : น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของจ.กาญจนบุรี มีทางเดินเข้าถึงง่ายเพียง 700 เมตร หรือจะนั่งรถกอล์ฟรับ-ส่งก็มีให้บริการ ตัวน้ำตกสูง 7 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาตามหินปูนจนสายน้ำมีสีเขียวอมฟ้าสวยงามมาก รอบข้างก็ร่มรื่นด้วยป่าอุดมสมบูรณ์เพราะตั้งอยูในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ชั้นแรกๆมีแอ่งน้ำให้เล่นได้สบายๆ หรือจะนั่งแช่เท้าชมปลาพลวงว่ายไปมาก็เพลินดี ส่วนใครที่อยากไปถึงชั้นเจ็ดก็มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตรให้เดินชมธรรมชาติแบบเพลินๆด้วย

กิจกรรมท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ : แยกขยะก่อนทิ้งกันทุกครั้ง

มาเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ การควบคุมปริมาณขยะจึงเข้มงวดมาก ในบริเวณจึงมีถังขยะแยกประเภทให้ทิ้งได้สะดวก เพียงเลือกทิ้งขยะให้ถูกถังถูกประเภท เช่นแยกทิ้งขยะที่รีไซเคิลได้อย่างขวดน้ำหรือแก้วพลาสติก ออกจากขยะทั่วไป ก็ถือเป็นการช่วยลดภาระการคัดแยกขยะแล้ว

จุดเช็คอิน : ช่องเขาขาด

จุดท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีทหารเชลยศึกมาทิ้งชีวิตไว้เพื่อทำการตัดภูเขาให้เป็นช่องสำหรับก่อสร้างทางรถไฟอย่างยากลำบาก โดยบริเวณที่เป็นช่องเขาขาดมีทางเดินลงสร้างไว้อย่างดี ได้ชมวิวป่าเลียบหน้าผา ซากทางรถไฟบางส่วน ระหว่างทางก็จะพบเห็นดอกป๊อบปี้ที่มีคนมาวางไว้อาลัยให้กับผู้ที่เสียชีวิต เรื่อยไปจนสุดทางที่อนุสรณ์สถาน นอกจากนี้ยังมีป้ายบอกเล่าเรื่องราวการก่อสร้างสุดโหดเป็นระยะ จนขนานนามว่า ช่องไฟนรก หรือ Hellfire Pass นั่นเอง

แหล่งอาหารถิ่น กินอร่อย :  ชายหาดชุกโดน

อยากนั่งเล่นชายหาด มา จ.กาญจนบุรี ก็มีกับเขาเหมือนกัน และถึงจะเป็นหาดทรายริมแม่น้ำแต่บรรยากาศก็ดีไม่แพ้ที่ไหน โดยเฉพาะในยามเย็นที่สามารถมานั่งชมพระอาทิตย์ลับฟ้าได้ชิลๆ เลือกที่นั่งตามร้านอาหารเรียงรายติดริมน้ำ สั่งอาหารมากินกันสบายๆ โดยเฉพาะหมูกระทะที่ใครมาเป็นก๊วนเป็นต้องสั่งมาแชร์ นอกจากนี้ริมน้ำยังมีจุดเช็คอินถ่ายรูปน่ารักๆ รวมทั้งเครื่องเล่นกิจกรรมทางน้ำให้เด็กๆมาเล่นสนุกกันด้วย

กิจกรรมท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ : สแกนไทยชนะ

เดินทางไปในแหล่งท่องเที่ยวที่คนเยอะๆ ยังจำเป็นที่จะต้องสแกน QR Code ไทยชนะ เพื่อเช็คอินว่าเคยไปที่ไหนมาบ้าง จะได้ง่ายต่อการติดตามตัว และเฝ้าระวังในเรื่องโรคติดต่อ

จุดเช็คอิน : Hop Inn กาญจนบุรี

โรงแรมราคาน่าคบ ทำเลใจกลางเมือง โดยเฉพาะที่สาขากาญจนบุรี มีอาคารรองรับถึง 2 อาคาร พร้อมที่จอดรถกว้างขวาง ภายในห้องพักก็สะอาดสะอ้าน ครบสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐาน Hop Inn ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนสบาย แอร์เย็นฉ่ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ทีวี ตู้เย็น โต๊ะวางของ ระเบียงส่วนตัว ไปจนถึงส่วนกลางที่มีพื้นที่นั่งกินอาหารเล็กๆ ให้บริการทั้งเครื่องชงเครื่องดื่ม อาหารแช่แข็งพร้อมอุ่นด้วยไมโครเวฟ นอกจากนี้ยังได้รับตราสัญลักษณ์ SHA จึงมั่นใจได้ในเรื่องมาตรการควบคุมโรคติดต่อ

แหล่งอาหารถิ่น กินอร่อย :  ตลาดสดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

สำหรับคนชอบวิถียามเช้า ตลาดสดในตัวเมืองกาญจนบุรีแห่งนี้จะคึกคักกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มีตั้งแต่แผงค้าริมถนนไปจนถึงในตัวอาคารตลาดสด สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นของสด ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ หลากหลายชนิด ใครชอบกินเห็ดโคน ก็หาซื้อได้ที่ตลาดแห่งนี้เช่นกัน ส่วนของกินอร่อยก็มีหลายร้าน อย่างโจ๊ก น้ำเต้าหู้ เป็ดพะโล้ รวมทั้งปาท่องโก๋กินกับน้ำจิ้ม ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นที่หากินยาก มีร้านใหญ่อยู่แถวหน้าป้ายตลาดสด ร้านนี้เปิดมากว่า 40 ปี คนแน่นทุกเช้า

แหล่งอาหารถิ่น กินอร่อย :  ตลาดเก่าท่าม่วง (ตลาดนางลอย)

ชุมชนเก่าแก่ติดลำน้ำแม่กลองที่เคยเป็นเมืองท่าค้าขายรุ่งเรืองในอดีตจนถึงทุกวันนี้ก็มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว เป็นชุมชนที่หลอมรวมวัฒนธรรมเอาไว้หลากหลาย ทั้งไทย-จีน พุทธ คริสต์ อิสลาม สามารถเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่งดงาม โดยเฉพาะบรรดาบ้านเก่าแก่ที่ประดับลวดลายปูนปั้นอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นบ้านอุดมพันธ์ หลังสีเหลืองอ่อน ถัดไปอีกซอยเป็นบ้านปอฮวด บ้านเจริญศุข บ้านรัตนวิเชียร และบ้านจินดา ไปจนถึงวัดไทย โบสถ์คริสต์ และมัสยิด ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกัน เรียกว่าได้มาเดินเล่นถ่ายรูป แวะกินก๋วยจั๊บซักชาม กาแฟโบราณซักแก้ว ก็เพลินแล้ว

#Amazingไทยเท่

#เที่ยวไทยเที่ยวง่ายสนุกทุกทริป

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!