20 วัตถุมงคลของขลังเรียกทรัพย์ เสริมโชคลาภ บูชาแล้วรวย

ช่วงเวลานี้ใครที่กำลังต้องการที่พึ่งทางใจ เสริมดวง นำโชคลาภมาให้ เราขอรวบรวมวัตถุมงคลของขลังเรียกทรัพย์ เสริมโชคลาภ ที่คนไทยนิยมเช่าบูชา แล้วคอนเฟิร์มว่าบูชาแล้วค้าขายร่ำรวย ค้าขายดี เป็นสุดยอดของขลังนำโชค บูชาแล้วเรียกทรัพย์ เรียกเงินทอง ให้เฮงๆ ปังๆ  ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี มีเหลือกิน เหลือใช้ตลอดทั้งปี  เป็นของขลังช่วยเสริมดวง เสริมฮวงจุ้ย ด้านการงาน การเงิน มหาเสน่ห์มากมาย มีทั้งเกจิอาจารย์ชื่อดังและเครื่องรางที่มาแต่โบราณ มาลองศึกษาประวัติ ความเชื่อ และความศักดิ์สิทธิ์ อิทธคุณต่างๆ แล้วไปเสาะหามาบูชากัน ชีวิตก็จะได้มีความสุขความเจริญ ตามที่ใจปรารถนา

บูชาวัตถุมงคลของขลังเรียกทรัพย์ เสริมโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ค้าขายดี คลิกดูที่นี่กันได้เลย :

1. บูชาพระพิฆเนศ

2.บูชาวัตถุมงคลของขลังเรียกทรัพย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บูชาแล้ว ค้าขายร่ำรวย ค้าขายดี

1. เหรียญหลวงพ่อรวย วัดตะโก สร้างโดยอดีตพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของอ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา นั่นคือหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก หรือ พระมงคลสิทธาจารย์ แห่งวัดตะโก โดยเหรียญรุ่นแรกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์พัดยศพระครูสัญญาบัตรชั้นโทของหลวงพ่อ เมื่อปีพ.ศ. 2513 ซึ่งจัดเป็นรุ่นหายาก ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มทรงเสมา มีหูในตัว ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อรวย นอกจากนี้ยังมีเหรียญรุ่นอื่นๆ ที่ปลุกเสกตามมา รวมทั้งเลสข้อมือที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

ความศักดิ์สิทธิ์ : ใครมีไว้บูชา เชื่อว่าจะให้คุณในด้านเมตตามหานิยม รวมทั้งเงินทองไหลมา ร่ำรวย เสริมโชคลาภ สมกับชื่ออันเป็นมงคลของหลวงพ่ออีกด้วย

2. หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ พระภิกษุในรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ได้รับการกล่าวขานจนกลายเป็นตำนานมาอย่างยาวนานกว่า 400 ปี โดยหลวงพ่อทวด หรือหลวงปู่ทวด ถือกำเนิดที่อ.สทิงพระ จ.สงขลา ต่อมาได้บวชเรียนแต่เด็ก ศึกษานักธรรมขั้นสูง ออกธุดงค์เผยแผ่ธรรมมะไปตามที่ต่างๆ เกิดเรื่องราวปาฏิหารย์ต่างๆจนได้รับความเลื่อมใสจากผู้คนมากมาย และยังได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น สมเด็จเจ้าพระราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์ เรื่องเล่าปาฏิหารย์หนึ่งที่มีชื่อเสียงมากก็คือเรื่องเหยียบน้ำทะเลจืดเมื่อคราวท่านธุดงค์ทางทะเล ส่วนสถานที่เก็บอัฐิของหลวงพ่อให้ผู้ศรัทธามากราบไหว้อยู่ที่วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี จากตำนานจนเป็นศรัทธา ทุกวันนี้จึงปรากฏรูปหล่อและเครื่องรางหลวงปู่ทวดอยู่ทั่วไทย

ความศักดิ์สิทธิ์ : เชื่อว่าจะให้คุณในด้านโชคลาภ และแคล้วคลาดปลอดภัย

3. หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ หลวงปู่ทิม อิสริโก หรือพระครูภาวนาภิรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก ที่สืบทอดวิชาความรู้ทางธรรมและทางอาคมมาจากหลวงปู่สังข์ซึ่งเป็นลุง โดยบุคลิกท่านเป็นคนสันโดษ ฉันเพียงวันละมื้อ นอกจากนี้ท่านยังเป็นนักพัฒนาที่ปรับปรุงทั้งวัดและสร้างโรงเรียนให้กับชุมชนจนมีผู้ศรัทธาท่านเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญหลวงปู่ทิมได้ปลุกเสกวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น เช่น เหรียญหลวงปู่ทิมรุ่นแรกเพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์ พ.ศ. 2508 พระขุนแผนผงพรายกุมาร พระนาคปรก เหรียญเจริญพร พระกริ่งชินบัญชร เป็นต้น เป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมมาก

ความศักดิ์สิทธิ์ : หากใครมีไว้บูชาจะมีความเป็นสิริมงคล เจริญก้าวหน้า

4. พญาครุท ครุฑเป็นสัตว์กึ่งเทพที่ปรากฏอยู่ในตำนานศาสนาทั้งพราหมณ์-ฮินดู และพุทธ บางตำนานเล่าว่าครุฑเป็นพี่น้องกับนาคและมีเรื่องทะเลาะกันจนบาดหมาง ขณะเดียวกันครุฑก็เป็นพญาแห่งนกที่เป็นพาหนะของพระนารายณ์ หนึ่งในเทพตรีมูรติด้วย มีอานุภาพและพละกำลังมหาศาล แข็งแรง สติปัญญาเฉียบแหลม และอ่อนน้อมถ่อมตน

ความศักดิ์สิทธิ์ : การบูชาพญาครุฑจึงเชื่อว่าจะช่วยเสริมอำนาจบารมี ปัดเป่าสิ่งร้าย ภยันตราย ให้หมดไป นำความสุขและโชคลาภมาสู่ผู้บูชา

การบูชา : ให้จุดธูป 5 ดอกบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง เปิดทางขอให้องค์พญาครุฑมาประทับ บวงสรวงสักการะด้วยธูป 9 ดอก เทียน 1 คู่ พวงมาลัย ผลไม้ ถั่วหรืองา และน้ำเปล่า ตามด้วยบทสวดบูชาที่มีหลายคาถาให้เลือกตามศรัทธา

5. ท้าวเวสสุวรรณ หนึ่งในท้าวโลกบาล จ้าวแห่งอสูรและยักษ์ทั้งปวง หลายคนคุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของยักษ์ ถือกระบอง ท่าทางขึงขัง ตำนานเล่าว่าท้าวเวสสุวรรณเคยถวายสัตย์ต่อพระพุทธเจ้าว่าจะคอยห้ามไม่ให้บริวารยักษ์มาสร้างความเดือดร้อนกับมนุษย์ ท่านจึงมีหน้าที่คุ้มครองโลกมนุษย์แต่นั้นมา และนอกจากนี้ยังปรากฏในความเชื่อต่างๆ ด้วยชื่ออื่น เช่น พระไพศรพณ์ ทำหน้าที่พิทักษ์ความยุติธรรม ไปจนถึงเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย

ความศักดิ์สิทธิ์ : ผู้ที่บูชาท้าวเวสสุวรรณจึงเชื่อว่าท่านจะช่วยคุ้มครองทั้งจากภัยอันตราย สิ่งอัปมงคล ความชั่วร้ายต่างๆ ทั้งยังบันดาลโชคลาภ ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ

การบูชา : ควรทำในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ด้วยธูป 9 ดอก และดอกกุหลาบ 9 ดอก

6. หลวงพ่อทันใจ คำว่า ทันใจ ในที่นี้มีความหมายสองอย่าง อย่างแรกคือความเชื่อว่าขอพรจากท่านแล้วจะได้ผลสำเร็จทันใจ กับอีกอย่างนั้นเกี่ยวกับระยะเวลาการสร้างพระที่เสร็จใน 1 วันทันใจ ราวกับมีพุทธานุภาพช่วยดลบันดาล โดยหลวงพ่อทันใจ หรือพระเจ้าทันใจนี้ นิยมสร้างกันตามวัดในภาคเหนือ องค์หนึ่งที่หลายคนรู้จักกันก็คือ หลวงพ่อทันใจ แห่งวัดพระธาตุดอยคำ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 1,400 ปี ส่วนองค์พระได้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนา แห่งอาณจักรล้านนา

ความศักดิ์สิทธิ์ : ด้านโชคลาภ การเสี่ยงโชค รวมทั้งการค้า และการงาน

การบูชา : ตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งที่ปรารถนาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พร้อมบูชาด้วยพวงดอกมะลิสด 50 พวงขึ้นไป หากได้พรสมใจก็จะกลับมาแก้บนด้วยพวงดอกมะลิเช่นกัน

7. หลวงปู่เส็ง วัดบางนา ท่านเป็นภิกษุเชื้อสายรามัญ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนา อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่มีผู้เลื่อมใสทั้งในฐานะพระนักพัฒนา มีวัตรปฏิบัติที่สมถะเรียบง่าย และในฐานะเกจิอาจารย์ที่ปลุกเสกวัตถุมงคลที่ผู้ศรัทธาเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์หลายรุ่น โดยท่านได้เริ่มปลุกเสกพระพิมพ์สมเด็จเนื้อผงรุ่นแรกในพ.ศ. 2510 แต่ที่มีชื่อเสียงในหมู่นักสะสมคงจะเป็น พญาครุฑเนื้อทองแดง รุ่นแรกปี 2522 นอกจากนี้ยังมี หมูทองแดงเขี้ยวตัน ซึ่งจะช่วยในเรื่องแคล้วคลาด ปลอดภัย และค้าขายดี โดยท่านยังได้นำรายได้จากการสร้างวัตถุมงคลเหล่านี้ไปสร้างวัดวังหิน ที่อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี อีกด้วย

ความศักดิ์สิทธิ์ : หากมีไว้บูชาจะช่วยให้แคล้วคลาด เมตตามหานิยม อำนาจบารมี และค้าขายดี

8. กุมารทอง ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน ผูกพันกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ของคนไทย โดยกุมารทองนี้แต่เดิมมีที่มาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ในเอกสารโบราณเล่าถึงผู้ที่มีวิชาอาคมทำการประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว เป็นที่มาของคำว่า กุมารทอง ส่วนในปัจจุบัน การสร้างกุมารทองอาจใช้ดินเจ็ดป่าช้า ไม้รักซ้อน ไม้มะยม หรือโลหะ แล้วปลุกเสกตั้งจิตให้เป็นวิญญาณเด็กชายขึ้นมา

ความศักดิ์สิทธิ์ : จะดูแลคุ้มครองผู้บูชาและครอบครัวจากภยันตราย สิ่งชั่วร้าย คอยติดตามและเฝ้าระวัง รวมไปถึงช่วยส่งเสริมให้ทำมาค้าขึ้น เจริญรุ่งเรืองด้วย

การบูชา : ผู้ที่บูชาต้องเลี้ยงดูท่านเหมือนลูก เซ่นสรวงด้วยอาหาร น้ำแดง

9. พระปิดตา เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก หรือหนึ่งในรูปแบบพระเครื่องรางที่มีลักษณะเฉพาะคือการยกพระหัตถ์เพื่อปิดทวารในร่างกายทั้ง ตา หู จมูก ปาก รวมทั้งใจ ไม่ยินดียินร้ายจากกิเลสต่างๆ โดยพระปิดตานี้หมายถึง พระควัมปติ และพระมหากัจจายนะ พระอรหันต์ในสมัยพุทธกาล การสร้างพระปิดตามีลักษณะต่างกัน 3 แบบ คือ พระปิดตานั่งยอง หรือพระปิดตามหาอุด พระปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า และพระปิดตานั่งขัดสมาธิ ยกหัตถ์ขึ้นปิดพระพักตร์ โดยพระปิดตาที่มีชื่อเสียงมีที่มาจากหลายกรุ หลายเกจิอาจารย์ เช่น พระปิดตากรุวัดท้ายย่าน พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง เป็นต้น

ความศักดิ์สิทธิ์ : ใครมีไว้บูชาจะส่งผลในด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ป้องกันอันตรายต่างๆ ไปจนถึงเมตตามหานิยม และโชคลาภ

10. พระนาคปรก หนึ่งในปางพระพุทธรูปที่นิยมสร้างในพระพุทธศาสนา โดยมีที่มาจากพุทธประวัติกล่าวถึงพระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขใต้ร่มไม้ ขณะนั้นเกิดฝนตกติดต่อกัน 7 วัน พญานาคมุจจลินท์ จึงได้ออกจากนาคพิภพ ทำขนดล้อมพระวรกาย 7 ชั้น แผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝนและภัยต่างๆมาต้องพระวรกาย โดยทั่วไปพระปางนาคปรกถือเป็นพระพุทธรูปประจำคนเกิดวันเสาร์ ในแง่ของเครื่องราง พระเครื่องปางนาคปรก เรียกว่าพระนาคปรกใบมะขาม นิยมปลุกเสกในวันเสาร์ 5 นั่นคือวันขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ เดือน 5 เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ ที่มีชื่อในหมู่นักสะสม เช่น พระนาคปรกเจ้าคุณสนิท วัดท้ายตลาด พระนาคปรกหลวงพ่อเกษม เขมโก ฯลฯ

ความศักดิ์สิทธิ์ : เนื่องจากดาวเสาร์เป็นดาวที่มีกำลังมาก หากใครมีไว้บูชาจะให้คุณด้านคงกระพัน และแคล้วคลาด

11. กำไลนาคราช นาคราช หรือพญานาค ถือเป็นสัตว์พาหนะของเทพและยังเป็นจ้าวแห่งงูใหญ่ ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคมีมาแต่โบราณ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีความเชื่อ ผสมผสานอยู่ในงานศิลป์เครื่องประดับเพื่อติดตัวไว้บูชายึดเหนี่ยวจิตใจ รวมทั้งเสริมความสง่าบารมี อย่างเช่นกำไลที่ประดิษฐ์ให้มีรูปร่างเหมือนพญานาคม้วนตัวเป็นวงกลม ซึ่งเป็นรูปแบบศิลปะตั้งแต่สมัยโบราณ มีทั้งแบบเนื้อเงิน ทอง โลหะผสม จนถึงหินแกะสลัก ประดับด้วยอัญมณีหรือหินมีค่าเสริมความหมายมงคล โดยกำไลพญานาค หรือกำไลนาคราชมีให้เลือกซื้อ หรือเช่าบูชาทั่วไป โดยเฉพาะจากสถานที่สักการะพญานาค เช่น กำไลนาคราชจากคำชะโนด จ.อุดรธานี ฯลฯ

ความศักดิ์สิทธิ์ : หากใครมีไว้สวมใส่บูชาจะนำมาซึ่งอำนาจ บารมี โชคลาภ เงินทอง

12. องค์พญานาคราช ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคมีมายาวนานโดยเฉพาะในแถบเอเชีย ซึ่งถือว่านาคคืองูใหญ่ มีหงอนสีทอง ตาสีแดง ลำตัวมีเกล็ดเหมือนปลา สีสันต่างกันตามตระกูลกำเนิด และมีพลังอำนาจมาก มีตำนานเรื่องเล่าอยู่ในหลายวัฒนธรรม เช่น เรื่องราวที่มาของพระนาคปรกในพุทธประวัติ หรือในแถบลุ่มน้ำโขงเองก็เชื่อว่าแม่น้ำสายนี้เกิดจากการแถตัวของพญานาค ฯลฯ ความเชื่อในองค์พญานาคในไทยก็มีการบูชาองค์พญานาคหลายแห่ง โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน ทั้งเป็นรูปสักการะตามวัดวา หรือสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นวังพญานาค อย่างเช่น จ้าวปู่ศรีสุทโธ และ จ้าวย่าศรีปทุมมา แห่งคำชะโนด รวมทั้งสร้างเป็นเครื่องรางของขลังติดตัว

ความศักดิ์สิทธิ์ : เชื่อว่าจะบันดาลอำนาจ บารมี โชคลาภ เงินทอง ให้กับผู้ที่บูชา

การบูชา : ถวายน้ำ หมากพลู ดอกไม้ เช่น ดอกบัว ดอกดาวเรือง ดอกมะลิ ตั้งจิตอธิษฐาน พร้อมคาถาบูชาพญานาค

13. สาลิกาลิ้นทอง หนึ่งในเครื่องรางของขลังที่มีคุณในด้านเมตตามหานิยม มีที่มาจากนกสาริกา ซึ่งเป็นนกที่อาศัยอยู่ตามชายป่า สีสันสดใส ตัวสีเขียว ปากสีแดง มีเสียงขันไพเราะ โดยเฉพาะเวลาร้องหาคู่ โดยเครื่องรางนกสาริกามักทำเป็นคู่ มีหลายรูปแบบ เช่น ผ้ายันต์ ลงยันต์ติดกาย ตะกรุด ขี้ผึ้ง ไม้แกะ ส่วนเวลาปลุกเสกจะไปประกอบพิธีในป่าลึก หรือในป่าช้า เช่น การลงยันต์สาริกาต้องกระทำในโลงศพพร้อมบริกรรมคาถา เป็นต้น คนที่ลงสาริกาลิ้นทองแล้วมีข้อห้าม เช่น ห้ามว่าบุพการี ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ หรือใส่ร้ายผู้อื่น เพราะอาจทำให้อิทธิคุณเสื่อมได้

ความศักดิ์สิทธิ์ : หากผู้ใดบูชาสาริกาลิ้นทอง จะเกิดคุณในด้านเมตตามหานิยม เจรจาค้าขายราบรื่น มีคนรักคนหลงใหล ผูกใจคู่ครอง

14. พระขุนแผน หลายคนรู้จัก ขุนแผน จากวรรณคดีไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน หรือบางแหล่งก็กล่าวว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นยอดขุนศึกที่มีฝีมือด้านการรบ ทั้งยังมีคาถาอาคมแก่กล้า รูปลักษณ์หน้าตาก็ยังดูดี มีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่โดยคนทั่วไป พระขุนแผน จึงเป็นเครื่องรางของขลังที่นิยมมีไว้บูชาตั้งแต่สมัยโบราณ อย่างเช่นพระขุนแผนจากกรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี ลักษณะเป็นพระพิมพ์ 5 เหลี่ยว ปางมารวิชัย ประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้กลายเป็นต้นแบบพระขุนแผนที่สร้างต่อกันมา เช่น พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล ขุนแผนพรายผงกุมารหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ขุนแผนแขนอ่อนรุ่นแรก หลวงปู่ชื้น เป็นต้น

ความศักดิ์สิทธิ์ : สำหรับผู้ที่บูชาจะให้อิทธิคุณด้านเมตตามหานิยม เป็นที่รักชอบของคนที่ได้พบเห็น ผู้ใหญ่เอ็นดู รวมทั้งด้านโชคลาภ

15. หนูมุสิกะ สำหรับคนที่นับถือพระพิฒเนศคงไม่มีใครไม่รู้จัก หนูมุสิกะ พาหนะคู่บารมีของเทพองค์นี้ ตามตำนานเล่าว่า เดิมเคยเป็นปีศาจคชสาร ออกอาละวาดและทำสงครามกับพระพิฒเนศ ขณะเพลี่ยงพล้ำได้กลายร่างเป็นหนูจนถูกจับมาเป็นพาหนะตั้งแต่นั้น นอกจากหน้าที่นี้แล้ว หนูมุสิกะยังรับหน้าที่ผู้ส่งสารถึงองอค์เทพด้วย กล่าวกันว่าหากต้องการขอพรกับองค์พระพิฆเนศให้สำเร็จผลอย่างรวดเร็ว ให้ไปขอพรกับหนูมุสิกะ คล้ายๆไหว้วานพึ่งพาบริวารขององค์พระพิฆเนศให้เป็นสื่อกลางแล้วรีบนำคำขอไปส่งให้ถึงองค์เทพ วิธีก็คือไปกระซิบขอพรที่หูหนูข้างหนึ่ง เอามือปิดหูหนูอีกข้างไว้เพื่อไม่ให้คำขอทะลุผ่านไป หนูก็จะนำพรไปบอกต่อองค์พระพิฒเนศอย่างรวดเร็วนั่นเอง

ความศักดิ์สิทธิ์ : พระพิฒเนศเป็นเทพแห่งความสำเร็จ ขอพรสิ่งใดก็จะสมปรารถนา

การบูชา : ถวายขนม นม หรือเงิน คล้ายเครื่องตอบแทนที่หนูมุสิกะช่วยส่งสารถึงองค์เทพให้เรา

16. ลูกแก้วหลวงปู่ดู่ วัดสะแก หรือแก้วมณีนพรัตน์ เป็นวัตถุมงคลที่หลวงปู่ดู่ได้ทำขึ้นช่วงหลังพ.ศ. 2500 โดยนำผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น ผงมหาราช ผงตรีนิสิงห์เห ผงปัตถมัง ผงกรรมฐาน ผงมหาจักรพรรดิ เป็นต้น มาผสมปูนซีเมนต์ขาว แล้วปั้นเป็นลูกกลมหรือแท่ง เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เจาะรูตรงกลางหรือ โปร่งฟ้า ให้อากาศธาตุเข้า ในอดีตหลวงปู่เคยสร้างเพื่อแจกชาวบ้านร้อยห้อยคอป้องกันตัวจากโรคห่าระบาด จนเป็นที่แพร่หลาย

ความศักดิ์สิทธิ์ : เชื่อกันว่าลูกแก้วหลวงปู่จะช่วยให้หายหรือบรรเทาจากโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งแคล้วคลาดปลอดภัย

การบูชา : ระหว่างเจ็บป่วยหรือโรคร้ายต่างๆ ให้กำไว้และภาวนา จิตจะเข้าถึงไตรสรณคมณ์ กรรมหนักก็จะเบา

17. เบี้ยแก้ หนึ่งในเครื่องรางของขลังที่มีมาแต่สมัยโบราณ มาจากคำว่า เบี้ยแก้บน หรือเงินที่ใช้บนบานศาลกล่าวและเกิดสัมฤทธิผล ลักษณะเป็นหอยเบี้ย ซึ่งเป็นหอยทะเลชนิดหนึ่ง นำมาบรรจุปรอท อุดด้วยชันโรง หุ้มด้วยแผ่นตะกั่วหรือผ้า ถักล้อมด้วยเชือกทารักหรือยางมะขวิด ปลุกเสกด้วยคาถาอาคมกำกับ ซึ่งส่วนประกอบต่างๆในเบี้ยแก้ทั้งหลายนี้เชื่อว่าจะช่วยกันภัย กันคุณไสย มนต์ดำ รวมทั้งมีอิทธิคุณในทางเมตตามหานิยม ถึงกับกล่าวกันว่าเบี้ยแก้ปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ เช่น หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่มแห่งวัดกลางบางแก้ว สามารถขยับหรือคลานได้ ไปจนถึงมีเสียงครางเบาๆจากภายใน

ความศักดิ์สิทธิ์ : ผู้ใดพกติดตัวจะช่วยทั้งกันทั้งแก้สิ่งชั่วร้าย เสนียดจัญไร คุณไสย ไปจนถึงโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งเกิดผลด้านเมตตามหานิยม

18. ครุฑยุดนาค พญาครุฑ เป็นกึ่งสัตว์กึ่งเทพ จ้าวแห่งเวหา ผู้มีบารมีและพลังอำนาจมหาศาล ขณะที่พญานาค ก็เป็นกึ่งสัตว์กึ่งเทพ ผู้ครองพิภพบาดาล มีตำนานกล่าวว่า ครุฑกับนาคเป็นบุตรของพระกัศยป แต่คนละมารดา ซึ่งมารดาครุฑมีเรื่องบาดหมางกับมารดานาค จึงทูลขอพระกัศยปให้ครุฑกินนาคเป็นอาหารได้ จนเกิดเป็นศิลปะลวดลายหรือรูปร่าง ครุฑยุดนาค ขึ้นมา ใช้เพื่อสื่อถึงผู้มีบารมีสูง เช่น กษัตริย์ เพราะในศาสนาฮินดู พญาครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ หนึ่งในเทพตรีมูรตินั่นเอง ส่วนเครื่องรางครุฑยุดนาคที่มีชื่อเสียง เช่น หลวงพ่อสนั่น สุนั่นโท วัดกลางราชครูธาราม หลวงปู่ผาด วัดไร่ จ.อ่างทอง เป็นต้น

ความศักดิ์สิทธิ์ : เชื่อว่าจะช่วยเสริมอำนาจบารมี ปัดเป่าสิ่งร้าย การทะเลาะเบาะแว้ง ภยันตราย ให้หมดไป นำโชคลาภมาสู่ผู้บูชา

การบูชา : เหมาะสำหรับตั้งบูชาในอาคาร บ้าน ร้านค้า พาหนะ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย อันตรายต่างๆ

19. ตะกรุด เครื่องรางของขลังชนิดเก่าแก่ที่ถือกำเนิดขึ้นมานานนับพันปี และเป็นที่นิยมแพร่หลายถึงปัจจุบัน โดยสันนิษฐานว่ามีที่มาจากเขมรยุคโบราณ จากหลักฐานภาพแกะสลักในปราสาทนครวัด โดยทั่วไปตะกรุดมีลักษณะเป็นแท่งยาว มีหลายขนาด และทำจากวัสดุหลากหลาย แล้วแต่เกจิอาจารย์ผู้ปลุกเสก เช่น ทอง เงิน ทองแดง โลหะต่างๆ ไปจนถึงไม้ กระดูก หนังสัตว์ ฯลฯ จากนั้นลงอักขระยันต์ ถักล้อมด้วยเชือก แล้วลงรักอีกชั้น ตะกรุดที่มีชื่อเสียง เช่น ตะกรุดมงคลโสฬส หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ตะกรุดหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นต้น

ความศักดิ์สิทธิ์ : เชื่อว่าจะปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย แคล้วคลาด คงกะพัน ไปจนถึงโชคลาภ เมตตามหานิยม

การบูชา : ส่วนใหญ่ผู้บูชาจะมีไว้พกติดตัว คล้องคอ ข้อมือ ห้อยเอว หรือฝังไว้ในร่างกาย

20. พระสยามเทวาธิราช ความเชื่อเรื่องเทพเทวดาผู้ปกปักรักษาเมืองนั้นมีมาแต่โบราณ เรียกกันว่า พระเสื้อเมือง หรือพระหลักเมือง ส่วนพระสยามเทวาธิราช เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสยามมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จากพระราชดำริหลังสยามผ่านพ้นภัย เกือบสูญเสียอิสระภาพหลายครั้งมาได้ น่าจะมีเทพยดาคุ้มครองอยู่เป็นแน่ จึงได้เกิดการสร้างรูปปั้นเทพยดาขึ้นมาสักการบูชา ลักษณะเป็นเทวรูป สูง 8 นิ้ว ประทับยืน ทรงเครื่องอย่างเทพารักษ์ พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นในท่าจีบเสมอพระอุระ ประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง และยังได้กลายเป็นเครื่องรางที่มีผู้บูชาอย่างกว้างขวางถึงปัจจุบันด้วย

ความศักดิ์สิทธิ์ : ให้คุณในด้านความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชาและครอบครัว ปกปักษ์รักษา คุ้มครองให้รอดพ้นจากภยันอันตรายต่างๆ

การบูชา : มีการจัดพระราชพิธีสังเวยเทวดาทุกวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของไทย

บูชาวัตถุมงคลของขลังเรียกทรัพย์ เสริมโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ค้าขายดี ดูที่นี่กันเลยนะ คลิก…

คำยอดนิยม

error: Content is protected !!